เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ไฟไหม้ สวนทุเรียนลับแล

0 เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน ชาวสวนทุเรียนเมืองลับแล ก็เฝ้าคอยที่จะเก็บผลผลิตช่วงปลายเดือนเมษายน แต่ปีนี้กลับผิดคาด นอกจากจะแล้งแล้ว ทุเรียนที่ออกดอกก็กลับเจอภัยแล้งอย่างหนัก ไม่ติดผล ดอกร่วง ทำให้ติดผลน้อย บางสวนเกือบไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นหลงลับแล หลินลับแล หรือหมอนทอง
ทุเรียน ลองกอง เจอภัยแล้งยืนต้นตาย
0 พอย่างเข้าปลายเดือนเมษายน ชาวสวนทุเรียนลับแล กลับต้องเจอไฟป่าอย่างหนัก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในอำเภอลับแลมก่อน สร้างความเสียหายอย่างหนัก รองลงมาจากความเสียหายเมื่อครั้งดินโคลนถล่มเมื่อ ปี 2549 ปีนี้่ 2559 พื้นที่บริเวณเดียวกันกับที่ดินโคลนถล่มกลับเกิดไฟไหม้อย่างหนัก
 ไฟไหม้สวนทุเรียนบนดอย
0 ใช่แต่เฉพาะพื้นที่ที่ดินโคลนถล่ม ไฟป่าเกิดขึ้นเกือบทุกดอยที่มีการทำสวนทุเรียน เรียกว่าเสียหายอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากต้องเจอกับปัญหาอากาศแห้งแล้ง ต้นทุเรียน ลองกอง ผลไม้อื่น ๆ พากันยืนต้นตาย กลับต้องมาถูกไฟป่าไหม้ล้างสวนอีก เรียกว่าหมดตัวกันเลยทีเดียว
ทุเรียนยืนต้นตาย
0 ท่านที่เคยสั่งซื้อทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล จากสวนของชาวอำเภอลับแล ปีนี้ขอเรียนให้ทราบว่าจนปลายเดือนเมษายนแล้ว ผลผลิตยังไม่ออกสู่ตลาด ซ้ำชาวสวนที่พอจะมิผลติดต้นก็ยังต้องมาเจอปัญหาไฟป่าอีก นอกจากแล้งแล้ว ยังต้องเจอไฟป่า เคยนำเสนอไว้ว่า ชาวสวนจะพอลืมตาอ้าปากได้ต้องไม่เจอ ไฟ แล้ง แมง มีด ขโมย ..แต่ปีนี้ชาวสวนโดนหมดทุกอย่างที่กล่าวไว้..แล้วอย่างนี้จะเอาอะไรเหลือไว้ให้ลูกหลาน...

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สวนห้วยผึ้งจันทน์ผาลับแล ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน

จากการเริ่มทำสวนเมื่อปี 2549 ขณะรับราชการ แล้วผลที่ได้ปัจจุบัน มีผลผลิตมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง มะไฟ กล้วย ชะอม มะละกอ หน่อไม้ มะนาว มะเฟือง มะยงชิด ทุเรียน ส้มโอ ขนุน ซึ่งผลิตปีนี้ค่อนข้างจะได้ปริมาณมากเพิ่มขึ้นกว่าทุกๆ ปี เมื่อได้เขียนให้ท่านที่สนใจได้ทราบข้อมูลทาง Blog นี้ ทำให้มีผู้สนใจต้องการมาเที่ยวที่สวนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์  หรือบางกลุ่มก็มาเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ สนใจขอเข้าชมและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำสวนเป็นจำนวนมาก
  บ้านสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา
ขอเรียนให้ทราบว่าที่สวนไม่ได้เปิดรับเป็นที่พัก หรือเปิดให้ทานผลไม้แล้วเก็บค่าเข้าชมาเหมือนสวนทางภาคตะวันออก เพียงแต่ถ้าต้องการมาเที่ยวชม หรือมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก็ยินดีครับ ซึ่งผมไม่ได้คิดค่าเข้าชม เพราะผมเพิ่งเริ่มทำสวนเพียงไม่กี่ปี ส่วนจะเป็นช่วงผลไม้ชนิดใดออกนั้นก็แล้วแต่ฤดูกาลครับ
ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ
เมื่อต้นเดือนได้มีโอกาสต้อนรับครอบครัวจากจังหวัดปราจีนบุรี ครอบครัวนี้ต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำสวนจริง ๆ สอบถามทุกกระบวนการที่ทำ ก็ต้องยอมรับครับว่าท่านสนใจจริง ๆ อุตส่าห์ขับรถจากปราจีนบุรีถึงลับแลอุตรดิตถ์ เสียดายไม่ได้นัดหมายไว้เลยไม่ได้ถ่ายรูป แต่ก็ต้อนรับตามมีตามเกิด ก่อนกลับได้เอากล้าหลง-หลินกลับไปด้วย และที่สำคัญของดีเมืองอุตรดิตถ์ ผมได้มอบให้ไปด้วย คือพระที่ทำจากแร่เหล็กน้ำพี้ ส่วยแม่บ้านก็ได้มอบ ไหลดำ ไหลเขียวน้ำพี้ ให้ไปด้วย ขอให้โชคดีนะครับ โอกาสหน้าถ้ามีเวลาเชิญอีกนะครับ
ทุเรียนหมอนทองต้นนี้ถูกถ่ายรูปมากที่สุด
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 55 ได้มีโอกาสต้อนรับ ลูก ๆ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อนของลูกสาว ชุดนี้มาเยี่ยมตั้งแต่บ้าน ทานอาหารเช้า ก็ธรรมดาแม่บ้านผมเขาก็ทำอาหารตามคำสั่งลูกสาว คือลาบหมู น้ำพริกอ่อง ต้มจืดเต้าหู้ทอด พอทานเสร็จก็เข้าไปเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ตัดผลไม้ในสวน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะไฟ ชมพู่ มะม่วง สนุกสนานกันใหญ่บางคนก็ลงไปขุดหน่อไม้นำกลับไปฝากที่บ้าน คนที่อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์แม่บ้านผมก็เก็บชะอมฝากไปด้วย  
อาหารเช้าที่บ้านหัวดง
 











รวมภาพบรรยากาศที่ลูก ๆ สนุนสนานกันในสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา
ผมยินดีต้อนรับทุกคณะครับ และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ก็ได้รับการติดต่อจากท่านสาธารณสุขอำเภอลับแล ว่าคณะศึกษาดูงานจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเข้าชมการทำสวน แต่ผมก็ไม่ได้รับเพราะทางเข้าสวน รถบัสไม่สามารถเข้าไปได้ เพียงแต่นำผลผลิตมาบริการที่ตลาดผลไม้หัวดง และได้มีโอกาสแกะหลงลับแลให้ชิม รวมถึงทุเรียนทอดด้วย ขอขอบคุณครับที่ท่านช่วยอุดหนุนชาวสวน ในตลาดทุกร้าน ทุกแผง ..................

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเปลี่ยนแปลงในสวนทุเรียนลับแล...เมื่อฝนตก

หลังจากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำชาวสวนลับแลบางรายก็ได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านและสวน ที่บ้านผมเองก็ยังหาช่างมาซ่อมกระเบื่อไม่ได้ หลังจากนั้นมาฝนก็ตกในเขตอำเภอลับแลเรื่อยมา ทำให้ต้นไม้เริ่มเขียวขจี มองสบายตาขึ้น ส่วนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนก็สุกเกือบจะทุกสวน ไม่ว่าจะเป็นหมอนทอง ชะนี หลงลับแล หลินลับแล ส่วนมะไฟเริ่มจะหมดแล้ว
สวนเริ่มเขียว
เมื่อฝนตก ชาวสวนก็จะเข้าสวนตัดทุเรียน และก็ดูแลใส่ปุ๋ยต้นทุเรียนที่ยังเล็กอยู่ การไปอยู่สวน บางสวนก็มีบ้านหลังเล็ก ๆ สำหรับหลบฝน หลบแดด ยิ่งวันไหนฝนตก ในสวนก็จะเต็มไปด้วยยุง ที่มีเป็นจำนวนมากในระยะนี้  ชาวสวนก็จะมีการป้องกันตนเองโดยการก่อไฟ บางคนก็ก่อไฟบนพื้นดิน บางคนก็ก่อในเตาอั้งโล่โดยวางเตาไว้ในกะละมังที่เก่าหรือเป็นเตาที่มีที่ยื่นตรงหน้าเตาออกมารับฟืน ป้องกันไม้ฟืนหล่นลงบนพื้น  
ก่อไฟในเตาอั้งโล่ ป้องกันยุง
 ส่วนฟืนที่ใช้ก็เป็นกิ่งของไม้ผลต่าง ๆ ที่ตัดแต่ง หรือหัก นั่นและครับ และถ้าจะให้ยุงไม่มาใกล้จริง ๆ ก็ใส่ต้นตะไคร้หอมเผาไปด้วย รับรองยุงไม่มาใกล้เลยละครับ ส่วนที่สวนห้วยผึ้ง เมื่อก่อนก็ก่อไฟในเตา แต่ปัจจุบันนี้ผมได้ปรับปรุงศาลาไม้ไผ่ซึ่งหลังคาผุ โดยทำเป็นศาลาถาวร
ศาลาปรับปรุงใหม่แทนศาลาไม้ไผ่
เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาเตามาก่อไฟแล้ว ได้ทำเป็นก้อนเส้าแล้วนำฟืนมาก่อปกติ แต่ใช้ความร้อนของไฟฟืนต้มน้ำร้อนในกาไปด้วย เวลาจะทานกาแฟก็เทเอาจากกาน้ำร้อนได้เลย หรือจะทานน้ำชาก็เทเอาจากกาได้เลยเช่นกัน  ศาลาที่ทำแทนศาลาไม้ไผ่นี้ตั้งชื่อว่า ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ  โดยทำซุ้มเล็กๆ กันน้ำฝนเปียกก้อนเส้าด้วย และทุกวันก็ก่อไฟแล้วตั้งกาน้ำไว้เลย

ในศาลามีเตาไฟก้อนเส้า                            ก่อไฟกันยุงและต้มกาน้ำ
หากท่านมีโอกาสขึ้นไปเที่ยวที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เชิญลองชิมชา หรือกาแฟ ที่ต้มน้ำร้อนด้วยกาแบบโบราณ จากไฟฟืนเตาก้อนเส้า จะได้รสชาติธรรมชาติไปอีกแบบ....เชิญครับยินดีต้อนรับทุกท่าน ช่วงนี้ฝนตก ทางเข้าสวนลำบากเพราะชาวสวนหอมเริ่มไถที่ ใช้รถไทยแลนด์เข้าออก ทำให้ทางเละมาก ถ้าจะเข้าไปสวนก็ให้จอดรถไว้ที่วัด แล้วโทรบอกก่อน จะใช้รถจี๊บออกมารับ  หมายเลยโทรศัพท์ของผม 0813795907  ของแม่บ้าน คุณจำเนียร 0869284180 เบอร์ผมอาจจะติดต่อยากหน่อยเพราะขณะทำงานไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัว ครับ

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

มะไฟลับแล ผลไม้ที่ออกปลายเมษา

เมืองลับแล เมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้  คำกล่าวที่ว่าคงไม่เกินความจริงมากนัก เพราะจะมีผลผลิตของพืชสวนออกทั้งปี เกือบทุกฤดูกาลของผลไม้ ใครจะเชื่อบ้างว่า มีผลสละของชาวลับแลออกวางขาย มีสะตอของชาวลับแลออกวางขาย ราคาก็ถูกกว่าของภาคใต้ด้วย อะโวคาโด  ผลไม้ที่ไม่คุ้นของคนไทยก็ปลูกได้ที่ลับแล ช่วงปลายเดือนเมษา นอกจากจะเริ่มมีทุเรียน มังคุด ออกช่วงนี้แล้ว ยังมีมะไฟ ออกมาวางจำหน่ายในราคาถูกอีกด้วย


 ทรงพุ่มมะไฟเหรียญทอง
มะไฟ เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก  มะไฟที่ปลูกในอำเภอลับแล ส่วนใหญ่มี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไข่เต่า ซึ่งถ้าอยู่ในที่ชื้นลูกก็จะโต ลักษณะผลส่วนใหญ่จะมี 3 พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 3 เมล็ด ถ้าลูกเล็กก็จะมี 2 พู  สุกแล้วรสหวาน  อมเปรี้ยวเล็กน้อย  เปลือกจะหนาเหมาะสำหรับขนส่งไกล ๆ
มะไฟไข่เต่า เมื่อปลอกเปลือกมี 2 - 3 เมล็ด
ส่วนอีกสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ พันธุ์เหรียญทอง  มะไฟพันธุ์นี้ลูกจะโตกว่ามะไฟไข่เต่า  ผลมี  พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 4 เมล็ด สุกจัดแล้วรสจะหวาน บางคนชอบรับประทานหวานอมเปรี้ยว ก็เลือกรับประทานได้เลือกลูกที่สุกแต่ส่วนที่ติดขวั้นยังเขียวเล็กน้อย
มะไฟเหรียญทองเมื่อปลอกเปลือกมี 4 เมล็ด

วิธีปลูกก็ใช้ได้ทั้งการเพาะกล้าเมล็ด และตอนกิ่ง   การปลูกโดยเพาะเมล็ดก็จะใช้เวลานานกว่าจะไดผลผลิต แต่ถ้าซื้อกิ่งตอนที่เขาตอนขายมาปลูกก็จะได้ผลผลิตเร็วยิ่งขึ้น   ส่วนคนที่ปลูกมะไฟสายพันธุ์พื้นเมือง มะไฟป่า หรือสายพันธุ์อื่นไว้ อยากจะให้เป็นพันธุ์เหรียญทอง หรือไข่เต่าดูบ้าง ก็เลือกยอดของพันธุ์ที่ชอบ ยอดที่อวบ อั้นยอดแล้วคือไม่มียอดอ่อน   ตัดยาวประมาณ 3 – 4 นิ้ว เด็ดใบออกให้หมด แล้วนำไปต่อยอดต้นเดิม จะเป็นการต่อโดยเสียบยอด หรือทาบยอดลงบนกิ่งก็ได้ ท่านก็จะได้มะไฟพันธุ์เหรียญทอง หรือพันธุ์ไข่เต่าไว้รับประทาน ผลไม้ชนิดนี้ บางจังหวัดที่เคยมีปลูก เดี๋ยวนี้ชักจะไม่ค่อยมีให้เห็น และเพื่อเป็นการอนุลักษณ์ผลไม้ไทย ก็หาต้นพันธุ์ปลูกไว้ในบริเวณบ้านบ้าง ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน ถึงฤดูก็ออกดอกผลให้รับประทาน

ที่สวนห้วยผึ้ง จันทน์ผา มีปลูกไว้ทั้ง 2 สายพันธุ์ ต้นยังเล็กอยู่(ในภาพ) ให้ผลผลิตไม่มากนัก  แต่ที่สวนของคุณลุง หรือสวนของอาจารย์ ที่อยู่ติดกัน ของเขาต้นใหญ่ ต้นหนึ่งได้หลายร้อยกิโล เวลามองไปที่ต้นขณะมีผล เป็นพวงสุกสีเหลืองสวยงามครับ
มะไฟเหรียญทองบนต้น
มะไฟเหรียญทอง ขนส่งสู่ตลาด

ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง อำเภอลับแล ก็มีวางขายทั้งปลีกและขายส่ง ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 10 กว่าบาท ต่อกิโลกรัม ถ้าซื้อทุเรียนแล้ว ก็ลองซื้อมะไฟกลับไปฝากเพื่อนฝูง ครอบครัวบ้างนะครับ เป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย วิธีรับประธานก็ง่าย ปลอกเปลือก ก็เห็นเนื้อขาวนวนใส บางคนก็กลืนทั้งเมล็ด บางคนก็ปลิ้นเอาเมล็ดออก บางคนก็นำไปปรุงก่อนโดยแกะเปลือกเอาแต่เมล็ดแล้วนำไปคลุกกับพริกเกลือแล้วตักรับประทาน อร่อยอย่าบอกใคร  พูดแล้วน้ำลายไหล ........ลองหารับประทานดูนะครับ ช่วยชาวสวนมะไฟอีกทางหนึ่งด้วย ..ขอบคุณครับ

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

หลงลับแล ทุเรียนอร่อยของอุตรดิตถ์

หลายคนได้ยินคำว่า เมืองลับแล จะต้องถามว่าเมืองนี้มีจริงหรือ?  เมืองลับแล มีจริงตามภูมิศาสตร์ เป็นอำเภอ ๆ หนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์  ส่วนลับแลเมืองแม่ม่ายในตำนาน มีเล่าขานกันหลายจังหวัด.....ท่านจะไปเที่ยวเมืองลับแลที่เป็นลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่มีผลไม้นานาพันธุ์ ต้องไปที่อำเภอลับแล  จังหวัดอุตรดิตถ์...
หมู่บ้านชาวลับแล มองผ่านทุ่งนา

เมื่อขับรถออกจากเมืองอุตรดิตถ์ ไปทางทิศตะวันตก ถึงเขตอำเภอลับแล ถึงป้อมตำรวจชาวบ้านเรียกป้อมเนินหนึ่ง  มองไปข้างหน้าจะเห็นผืนป่าอันเขียวชอุ่ม ที่มีภูเขาอยู่ลิบ ๆ ภูเขาที่เห็นนี้เป็นภูเขากั้นระหว่างอำเภอลับแล กับ อำเภอศรีสัชชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ไม่น่าเชื่อว่าผืนป่าไม้ที่เขียว อยู่ข้างหน้าในป่าไม้นั้นเป็นเมือง และเป็นตัวอำเภอเสียด้วย มีต้นหมาก ต้นมะพร้าว ต้นลางสาด ต้นไม้นานาชนิด ปลูกผสมผสานกันไปกับการก่อสร้างบ้านเรือนของชาวลับแล
ประตูเมืองลับแล
หากท่านไปถึงประตูเมืองลับแลมองไปทางเหนือ จะเห็นภูเขาสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวลับแล เป็นเขตตำบลฝายหลวง  ตำบลแม่พูล  และตำบลนานกกก  ทั้ง 3 ตำบลนี้มีอาชีพเป็นชาวสวนผลไม้เสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการปลูกทุเรียน และที่มีชื่อมากที่สุดก็คือ ทุเรียนหลงลับแล

ทุเรียนหลงลับแล ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา
หลงลับแล วางจำหน่ายตลาดผลไม้หัวดง

ทุเรียนหลินลับแล วางจำหน่ายที่ตลาดหัวดง 

 
ทุเรียนหมอนทอง ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา


หมอนทอง วางจำหน่ายที่ตลาดผลไม้หัวดง


ทุเรียนหลงลับแล ต้นเดิมอยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าของคือนายลม นางหลง อุประ  เป็นชาวตำบลแม่พูล อำเภอลับแล  ซึ่งก่อนที่จะโด่งดังและแพร่พันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการประกวดทุเรียน ในงานเทศกาลประกวดทุเรียนของชาวตำบลแม่พูล  เป็นทุเรียนพื้นเมืองที่ชนะเลิศเมื่อปี พ.ศ.2520
ทุเรียนพื้นเมือง
ทุเรียนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มี ทุเรียนพื้นเมือง ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนหลินลับแล ทุเรียนหมอนทอง และทุเรียนชะนี  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง  ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล  ท่านจะพบทุเรียนที่แม่ค้าวางเป็นกอง ๆ ละ 10 ลูก นั่นคือทุเรียนพื้นเมือง ทุเรียนพื้นเมืองจะแบ่งเป็น 3 ขนาด คือขนาดใหญ่ชาวลับแลเรียกทุเรียนหัว  ขนาดกลางเรียกทุเรียนรวม  ขนาดเล็กและทุเรียนที่มีตำหนิ เรียกทุเรียนแผ่  ถ้าท่านซื้อทุเรียนที่มีขนาดกลางและมีขนาดใหญ่ปนอยู่บ้างชาวแม่ค้าลับแลจะบอกว่าทุเรียนรวมหัว  จะแพงกว่าทุเรียนรวม  แต่จะถูกกว่าทุเรียนหัว  เพราะกองนั้นจะมีทุเรียนขนาดกลางผสมกับทุเรียนขนาดใหญ่ 
ทุเรียนหมอนทอง
นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกซื้อผลไม้อื่นที่เป็นผลผลิตของชาวลับแลได้อีก เช่น มังคุด มะม่วง มะไฟ ชมพู่ รวมถึงสินค้าแปรรูป เช่น ทุเรียนกวน กล้วยกวน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของชาวลับแลแท้ ๆ
มังคุด ขณะนี้ออกสู่ตลาดมาก

มะม่วง ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา
ทุเรียนหลงลับแล ราคาช่วงนี้แม่ค้าขายอยู่ที่กิโลละ 100 บาทขึ้นไป ส่วนทุเรียนหลินลับแล ราคาก็จะแพงกว่า สำหรับท่านที่ไปเที่ยวหัวดง ต้องการทุเรียนของชาวสวนลับแล แต่ไม่ทราบว่าจะซื้อที่ไหนหรือกลัวว่าจะไม่ได้ของแท้  หรือต้องการต้นกล้าพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ที่ตัดต่อพันธุ์โดยชาวสวนลับแลแท้ ๆ ก็ติดต่อได้ที่ ผมเองหรือที่แม่บ้านก็ได้ หมายเลขโทรศัพท์แม่บ้าน คุณจำเนียร ม่วงสีเมืองดี 0869284180 ที่ให้ติดต่อกับแม่บ้านเพราะส่วนใหญ่ผมอยู่บ้านสวน   ติดต่อมาก่อนยินดีอำนวยความสะดวก  รับรองราคาไม่แพงจะพาให้ไปตกลงกับแม่ค้าผู้ขายเอง  ส่วนต้นพันธุ์ ที่บ้านผมพอมี ผมให้ชาวสวนที่ฝีมือดีทำให้มีอยู่ 100 กว่าต้น  เพื่อที่จะเอามาต่อต้นหมอนทองปีนี้  เ พราะชาวสวนเลือกยอดพันธุ์จากต้นที่ชนะเลิศการประกวดต่อกล้าให้   ถ้าท่านใดสนใจก็พอจะแบ่งให้ได้   ติดต่อที่แม่บ้านนะครับราคาไม่แพง

ทุเรียนทอด
ทุเรียนกวน


วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

ภัยแล้ง...ทุกข์ของชาวสวน

ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ผืนป่าที่เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์  เริ่มมีไฟป่าส่งหมอกควันปกคลุมผืนฟ้า ทำให้เกิดมลภาวะ ชาวภาคเหนือเดือดร้อนกันยกใหญ่ แต่พอเข้าช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่มีฝนตก ลมแรง หมอกควันในบางจังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่ที่ลับแล กลับไม่มีฝนตก หรือตกก็น้อยมาก ทำให้อากาศร้อนจัด จากสภาพอากาศที่ร้อน และแล้งเช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อพืชผลของชาวสวนอย่างมาก จนเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง

ฤดูฝนที่เขียวชอุ่ม
ภัยแล้ง ที่มีผลกระทบต่อชาวสวนอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หนักสุดเห็นจะเป็นช่วยตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน  เป็นต้นมา  ยอดพืช  ใบพืช ผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ใบไหม้ กิ่งแห้ง ทั้ง ๆ ที่ให้น้ำทุก 3 5 วัน ต่อครั้ง ขณะนี้เริ่มแห้งตาย  ชาวสวนก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ  สภาวะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังน้ำท่วมดินถล่ม ก็เกิดภัยแล้งอย่างหนัง ต้นไม้ยืนต้นตาย บางต้นก็ถูกเผาไหม้ กินเนื้อไม้เข้าไปครึ่งต้น
ฤดูแล้งต้นไม้แห้งตาย
ภัยแล้งเมื่อปี 2550
ช่วงนี้ทุเรียน เริ่มสุกก่อนแก่ คือเริ่มร่วง การร่วงจะร่วงทั้งขั้วผล หรือมีบ้างที่ร่วงเหมือนผลสุก แต่ผลยังไม่แก่ ปล่อยทิ้งไว้โคนต้น  
2 3 วัน ก็จะแตกมีกลิ่นหอมเหมือนทุเรียนสุก
ผลทุเรียนที่ร่วง สุกก่อนแก่
ส่วนผลที่ยังไม่ร่วงก็ต้องดูแล ให้น้ำกันต่อไป ผลเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณปลายเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม คงมีชาวสวนตัดทุเรียนหมอนทองวางตลาดได้ ท่านที่ไปเที่ยวที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ก็คงได้เห็นทุเรียนหมอนทอง วางจำหน่ายบ้างแล้ว
หมอนทองที่เหลืออยู่ก็รอเก็บเกี่ยว
ปกติไฟป่ามักจะไหม้ป่าและลามเข้ามาใกล้สวนช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ แต่ปีนี้มีไฟป่ารอบ 2  มีมือเผาป่าเผาช่วงเดือนเมษายนด้วย ทั้ง ๆ ทางราชการประกาศหามเผาป่า เผาหญ้า แต่ไม่มีใครฟัง ตอนนี้ก็เลยต้องอยู่สวนระวังไฟป่าอีกรอบ นี่แหละครับ พอแล้ง  ร้อนก็ร้อน ผลผลิตก็ถูกธรรมชาติเล่นงาน ยังมีมนุษย์มือดีที่ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร  ก็คงต้องดูแลกันต่อไป
 ถ้าท่านพอมีเวลาว่าง วันหยุดช่วงนี้ถ้ามีโอกาสขึ้นไปทางภาคเหนือ อย่าลืมแวะให้กำลังใจชาวสวนอย่างพวกเราบ้าง ถึงแม้ท่านจะซื้อผลผลิตจากพ่อค้า แม่ค้าที่ตลาดเทศบาลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์     ผลพลอยได้ก็คือพวกเราชาวสวนคือมีตลาดส่ง ทำให้มีความหวังอยู่บ้างในการทำสวน  สงสารชาวสวนพื้นบ้านจริง ๆ ครับ....



วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ปลูกจันทร์ผา ที่สวนห้วยผึ้ง ลับแล

ครั้งแรกที่ไปทำสวนที่บ้านห้วยผึ้ง หลังจากปรับปรุงบ้านเสร็จ ก็เริ่มหาไม้ดอก ไม้ประดับ ก็เลยมองหาไม้ประดับมาปลูก พอดีไปขอซื้อกล้าจันทน์ผาจากน้องที่ โรงพยาบาลลับแล เขาปลูกในกระถางที่ทำจากยางรถยนต์ มีต้นใหญ่และต้นเล็กอีกหลายต้น เขาคิดราคาไม่แพง   พอมาถึงก็แยกออกปลูกตามข้างทางขึ้นสวน บริเวณหน้าบ้านพัก ไม่น่าเชื่อไม้ประเภทนี้กลับงามวันงามคืน ทั้ง ๆ ที่หลายคนบอกว่าธรรมชาติของไม้ประเภทนี้ต้องอยู่บนหน้าผา ที่มีหินผาหรือในป่าลึก

 ปลูกได้ไม่กี่ปี ต้นใหญ่ที่สุดก็ออกดอก มีเมล็ดสุกสีแดง ผมก็จัดการเก็บมาขยี้เอาเปลือกออก เหลือแต่เม็ดในสีขาว ๆ คล้ายๆ เมล็ดพริกไทยแต่โตกว่า  แล้วผมก็ซื้อถาดเพาะต้นไม้หลุม เหมือนถาดใส่ไข่ นั่งหยอดทีละเม็ด ได้ทั้งหมด 5 ถาด   พอปีที่ 2  ก็ย้ายลงปลูกตามเขตแนวเนื้อที่  ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ไม่เป็นไร ถ้าตายปีหน้าก็ว่ากันใหม่ ตอนนี้ก็ยังมีกล้าเหลืออีกหลายสิบต้น ผมชอบไม้ประเภทนี้มาก เพราะปลูกแล้วใบเขียวดีดูไม่แห้งแล้ง  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตั้งชื่อสวนว่า ห้วยผึ้ง จันทน์ผา ทั้ง ๆ ที่บริเวณป่าแถบนี้ไม่มีต้นจันทร์ผาเลย 

บริเวณบ้านพักผมยังมีลำไยเหลือไว้หลายต้น ตอนแรกผมก็หาซื้อกล้วยไม้พื้นเมืองบ้าง กล้วยไม้พันธุ์บ้าง มาปลูก โดยซื้อกระถางไม้มาใส่ ใหม่ ๆ ก็งามดี พอนานเข้ากระถางผุ ต้องเปลี่ยนบ่อย และมีเพื่อนหลายคนบอกว่าให้นำกระถางไปแขวนไว้ตามกิ่งใต้ต้นลำใย ผมก็ทำตาม สวยงามมากครับ
พอเผลอปลวกขึ้นกินเปลือกไม้ลำไย เลยเข้าไปกินกระถางกล้วยไม้ และกินกาบมะพร้าวในกระถาง เรามองไม่เห็น     ต้นกล้วยไม้เลยโทรมลง ๆ ตัดสินใจย้ายนำมาแขวนไว้ชายคาบ้านบ้าง โรงจอดรถบ้าง กระถางก็เปลี่ยนใหม่  โดยผมไปที่ร้านขายของเก่า ขอซื้อฝาครอบพัดลมมาหลายอัน และแวะร้านขายกระถางกล้วยไม้ ซื้อลวดแขวน  นำมาแขวนฝาครอบพัดลมแล้วย้ายกล้วยไม้มาลง  ตอนนี้เริ่มฟื้น และดูดีขึ้นหน่อย ฤดูฝนนี้คงงามเหมือนเดิมแล้วละครับ
ชายคาบ้านด้านรับแดด ผมซื้อไม้ไผ่ตงมาผ่า แล้วเอาต้นกระดุม หรือเบี้ย อะไรสักอย่าง (มีผู้ใหญ่เขาให้มา ) มาปลูก แล้วแขวนเป็นม่านบังแดดตอนบ่าย ๆ ถ้าอากาศร้อนจัดก็รดน้ำ ไอน้ำที่ไหลลงตามเครือโชยมา อากาศเย็ดครับ 
ช่วงปีหลัง ๆ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับไม้ประดับเท่าไหร่ เพราะผมไม่มีเวลา ดูแลแต่ไม้ผล จึงไม่ค่อยมีไม้ใหม่ ๆ ให้เห็น ตอนนี้พอมีเวลาบ้างคงต้องเริ่มพัฒนาบ้างแล้วละ เดี๋ยวมีแต่ผลไม้สวน ไม่มีไม้ดอกไม้ประดับเลย เสียชื่อชาวสวนมือใหม่สมัครเล่นหมด  ถ้าใครมีโอกาสผ่านไปอำเภอลับแล อยากขึ้นไปเที่ยว ก็บอกนะครับ หรือโทร.08-9208-9868 ได้เลยครับ
มีเพื่อน ๆ จากการไฟฟ้าแม่เมาะมาเที่ยวพักแรมที่สวน ยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เห็นผมเอาแผ่น cd ไปแขวนตามต้นไม้ ถามผมว่าแขวนทำไม... ผมบอกว่า กันแมลง กันนก และที่สำคัญผมบอกว่า แผ่น cd  ให้แสงสีรุ้งเวลากระทบแสงแดด    น่าจะมีผลต่อต้นไม้บ้าง เพราะโบราณ เมื่อมีสุริยุปราคาครั้งใด ตา ยาย ยังให้ผมไปเคาะต้นไม้ และให้ตะโกนดัง ๆ ว่า  ดก ๆ ๆ   ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันละนะ  ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนั้นเอาไปทำตามหรือเปล่า หรือถ้าใครลองทำแล้วเป็นอย่างไร บอกกันบ้างนะครับ.....