เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัวดง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกแก้วมังกร ให้ผลดีที่สวนห้วยผึ้งจันผา อ.ลับแล

ขณะที่ผมรับราชการนั้น  มีโอกาสรับผิดชอบเขตอำเภอน้ำปาด ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นภูเขา ขณะเข้าไปเยี่ยมหน่วยงานระดับตำบลแห่งหนึ่งในหุบเขา (ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำหลาก ดินถล่มในปัจจุบัน)  เห็นชาวบ้านบางครอบครัวปลูกแก้วมังกร สอบถามว่าได้ต้นพันธุ์มาจากชลบุรี และเก็บผลผลิตก็ส่งจังหวัดชลบุรีเท่านั้น  จึงขอซื้อกิ่งพันธุ์ที่ชาวสวนปักชำไว้ ตอนนั้นเจ้าของสวนคิดกิ่งละ 5 บาท ซื้อมาหลายกิ่งเหมือนกัน
ปลูกง่ายปลูกได้ทุกฤดู
ผมเริ่มทำสวนใหม่ ๆ ต้นทุเรียน ลองกอง ยังไม่โตมากนัก เลยคิดว่าการปลูกแก้วมังกรซึ่งเป็นไม้เสริมรายได้ขณะรอผลผลิตทุเรียน ลองกองน่าจะดี จึงสั่งท่อใยหินขนาด 6 นิ้ว จำนวน 100 ท่อน เพื่อทำเป็นหลัก จ้างคนงานขุดหลุมฝักท่อลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร  เทปูนซีเมนต์ที่ฐาน ส่วนในรูท่อใช้ไม้ไผ่ผ่าแล้วเสียบลงตรงกลางรู เทปูนกรอกให้เต็ม ปลายท่อด้านบนก็เจาะรู 4 รูแล้วสอดเหล็กขนาด 4 หุนไขว้กันเป็นกากบาท นำยางรถจักรยานยนต์มาวาง มัดด้วยลวด การเตรียมหลักก็แล้วเสร็จ  แล้วจึงปลูกกิ่งพันธุ์แก้วมังกรที่ซื้อมาหลักละ 2-3 กิ่ง  การปลูกที่สวนผมไม่ได้มีการจัดโซน ที่ตรงไหนว่าง ต้องการปลูกตรงไหนก็ปลูกเลย เพราะคิดว่าถ้าต้นทุเรียน ลองกอง โตก็จะต้องเอาออกอยู่แล้ว

ตัดกิ่งเก่าออกบ้าง

แก้วมังกรที่วางขายในตลาดที่ชาวสวนปลูกในพื้นที่ทั่วไปก็จะมี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์เนื้อในสีขาว และพันธุ์เนื้อในสีแดง ที่ได้กิ่งพันธุ์มาจาก อำเภอน้ำปาดเป็นพันธุ์เนื้อในสีขาว  ผมก็เลยต้องไปหาซื้อกิ่งพันธุ์เนื้อในสีแดงมาปลูกบ้าง ก็ได้มาสมใจ จากร้านขายพันธุ์ไม้ในตัวจังหวัด
 
เริ่มออกดอกคอยดูแลเรื่องมด
แก้วมังกรที่ปลูกเจริญงอกงามดีมากให้ผลเร็ว ส่วนปัญหาของการปลูกแก้วมังกร ก็มีมด มากัดกินดอก และผล ก็ใช้ยาฆ่ามดผสมอาหารวางไว้ตามโคนหลัก มดก็จะไม่มีมดมารบกวน  ส่วนที่ชาวสวนกลัวอีกอย่างก็คือตัวทาก หรือหอยทาก จะขึ้นกัดกินยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน ทำให้เสียหาย ที่สวนผมใช้กากกาแฟสดที่ร้านกาแฟสดเขาทิ้ง นำมาผสมกับกากน้ำตาล ใส่จุลินทรีย์หมักทิ้งไว้ เวลาจะมีทากมารบกวน ก็จะเอาทั้งน้ำทั้งกาก ผสมน้ำเปล่าไปราด หรือฉีดทากหรือหอยทากก็จะหนีไป
ดอกบางส่วยเริ่มแห้ง บางดอกเริ่มบาน
เมื่อดูแลจนผลโตแล้วก็รอให้สุก การเก็บก็ต้องรอให้ผลออกสีแดงและมีเม็ดสีทองจุดเล็ก ๆ ปรากฎที่ผล แสดงแก่จัดแล้ว เมื่อตัดไปรับประทานรสชาติจะหวานนำ ไม่เปรี้ยว 
 
รอให้ผลสุกเต็มที่
ปัญหาที่ตามมาหลังปลูกได้ 2-3 ปี คือยอดแก้วมังกรออกมาก ต้องคอยตัดแต่งกิ่งเก่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นยอดจะมีน้ำหนักมากทำให้หลักหัก หรือล้ม มีน้องที่มาจากปราจีนบุรี อยากปลูกบ้าง ผมก็ได้ตัดยอดพันธุ์ให้ไป และแนะนำให้ใช้ท่อใยหินหน้า 8 นิ้วเป็นหลัก  ปัญหาเรื่องหลักหักจะได้ไม่มี     การตัดยอดพันธุ์ เมื่อท่านตัดไปแล้วท่านต้องสังเกตว่าด้านไหนยอด ด้านไหนโคน ส่วนมากจะสังเกตจากหนามถ้าหนามตั้ง เป็นด้านยอด แต่ถ้าท่านตัดจากหลักที่ล้มนาน ๆ หนามจะไม่ตั้งไปตามยอด จะสังเกตยาก  ถ้าท่านไม่แน่ใจให้เอายอดพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำนานๆ ครั้ง ไม่ช้ายอดใหม่ก็จะแตกออกตามตาหนามแล้วจึงนำไปปลูก
 
ปัญหาเมื่อมียอดมาก ก็จะหัก หรือล้ม

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล รับประทานได้น้ำตาลไม่สูง เหมาะสำหรับคนที่กลัวน้ำหนักเพิ่ม และที่สำคัญปลูกง่าย ดูแลง่าย ให้ผลเร็ว บางคนปลูกในวงซีเมนต์ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีเหมือนกัน ถ้าท่านชอบรับประทานแก้วมังกร ก็ลองหากิ่งพันธุ์มาปลูกไว้หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน สัก 2-3 หลัก ก็จะได้ผลผลิตพอรับประทานในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อที่ตลาดเดี๋ยวนี้กิโลละ 20 กว่าบาท แค่ 1-2 ลูก ก็กิโลแล้ว ลองดูนะครับ......ตอนนี้แก้วมังกรที่สวนห้วยผึ้ง-จันทน์ผา ลับแล เริ่มมีผลผลิตออกแล้วครับ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวก็เชิญที่สวน ตอนนี้มีหลักล้มหลายต้น จะให้ยอดพันธุ์สำหรับท่านที่ต้องการปลูกไว้รับประทานเอง แต่ถ้าท่านที่จะนำไปปลูกเป็นรายได้ ก็ขอค่าน้ำ ค่าปุ๋ยบ้างครับ....
ผลผลิตเริ่มสู่ตลาด

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกไผ่กันลม ได้หน่อ ได้ไม้ค้ำทุเรียน

การปลูกทุเรียนถึงเวลาติดลูก โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พอลูกโตชาวสวนก็ต้องหาที่ยึดกิ่งที่ติดลูก เพราะบางกิ่งติดลูกเป็น 10 ลูกก็มี พอลูกโตเต็มที่กิ่งก็จะหักทำให้เสียหาย วิธีแก้ปัญหาของชาวสวนก็จะใช้เชือกไนล่อน หรือเทปสำหรับรัดของยึดกิ่งที่ติดผลกับต้นหรือกิ่งที่โตกว่า แต่ถ้าจะให้ดีใช้ไม้ไผ่ค้ำกิ่งจะดีที่สุด
 ปลูกในรั้วเป็นแนวกันลม
สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา เจ้าของเดิมได้ปลูกไผ่เลี้ยงไว้หลายกอ และเมื่อผมได้มาพัฒนาก็ได้ปลูกไผ่เพิ่มอีกหลายสายพันธุ์ เช่นไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ไผ่กิมจู  ไผ่ปักกิ่ง  ซึ่งที่ใช้เป็นไม้ค้ำกิ่งทุเรียน หรือส้มโอ ลำไผ่ที่ใช้ค้ำดีที่สุดก็คือไผ่เลี้ยง เพราะลำยาว  ลำไม่โตมากนัก
ลักษณะใบและหน่อ ไผ่อินโด หรือไผ่ตงลืมแล้ง
ผลพลอยได้จากการปลูกไผ่ ก็คือการตัดหน่อ โดยเฉพาะไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้งจะให้หน่อทั้งปี แต่พอเข้าฤดูฝนไผ่ทุกพันธุ์ก็จะออกหน่อเหมือนกันหมด จะช้าหน่อยก็เป็นไผ่เลี้ยง
ลักษณะใบและหน่อไผ่ปักกิ่ง
ที่สวนไผ่ที่ปลูกหน่อโตที่สุดเป็นไผ่กิมจู  แต่ที่ออกและให้ผลทั้งปีคือไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ที่ลับแลมักจะแกงหน่อไม้เป็นลักษณะแกงพื้นเมือง คือใส่ใบย่านาง ใส่ปลาร้า หรือกะปิ ใส่เห็ดหูหนูที่ขึ้นเองธรรมชาติ (ชาวลับแลเรียนเห็ดหูหละ)ไผ่ตงลืมแล้งแกงได้รสชาติใกล้เคียงกับไผ่ป่า  
ไผ่กิมจู กับไผ่ปักกิ่ง ใช้เป็นไผ่สำหรับต้มจืดจะอร่อยมาก ไผ่ปักกิ่งเวลาหั่นต้มจืดต้องหั่นทางขวางให้เป็นแว่นกลมแผ่นบาง ๆ พอประมาณเหมือนวงล้อ เวลาต้มแล้วจะนิ่มเหนียวดีมาก  ส่วนไผ่เลี้ยง ชาวลับแลนิยมต้มจิ้มน้ำพริก ถ้าเป็นน้ำพริกน้ำปูแล้วจะอร่อยมากครับ   พันธุ์ไผ่..ผมซื้อมาจากสวนไผ่ที่อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เฮียที่เป็นเจ้าของสวนบอกว่า ถ้าจะกินหน่อไม้ให้อร่อยให้ตัดหน่อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนำไปประกอบอาหารทันที  แต่ผมบอกญาติๆ ที่เอาไปบอกว่าตัดแล้วใส่ถุงพลาสติก พรมน้ำให้ชุ่มนิด ๆ รับรองกรอบอร่อยเหมือนตัดใหม่


 ลักษณะใบและหน่อไผ่กิมจู
นอกจากประโยชน์จะใช้เป็นไม้ค้ำยัน  หน่อตัดขายได้ อีกอย่างที่สวนจะปลูกไว้เป็นแนวกันลม ฉะนั้นเวลาลมพัดแรงก็จะช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้ 100 % เพราะลักษณะที่สวนเป็นเนินเขา ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ กอไผ่ก็จะไม่ถูกลมเสียหาย แต่ที่อยู่บนเนินไกลออกไปรับลมเต็มที่ ก็มีเสียหายบ้าง 
ลักษณะใบและหน่อไผ่เลี้ยง
ถ้ามาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ช่วงทุเรียนออกนี้ ก็จะมีหน่อไม้ออกด้วย ส่วนใหญ่หน่อไม้ไม่ค่อยได้ขาย ตัดเอาไปแจกเพื่อนฝูง หรือเป็นของฝากแก่ญาติ ๆ ที่มาเที่ยวสวน  หรือถ้าท่านไปเที่ยวตรงฤดูก็จะได้รับหน่อไม้กลับไปด้วยครับ……….
ตัดฝากลูก ๆ ศิษย์เก่า ม.นเรศวร เมื่อครั้งมาเที่ยวสวน

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เริ่มแล้ว..งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ประจำปี 2555

ตามที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล และเทศบาลหัวดง  ได้กำหนดจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2555 ณ ตลาดกลางผลไม้เทศบาลตำบลหัวดง (OTOP)
  มวลชนเข้าร่วมพิธีเปิดงาน
พิธีเปิดงาน เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9 นาฬิกา ของวันที่ 31 พฤษภาคม โดยท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์
นายนาวิน สินธุสอาด เป็นประธานในพิธี นายอำเภอลับแล นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ กล่าวรายงาน
ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานเปิดงาน
วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่ชื่อเสียงของทุเรียนเมืองลับแล และกระตุ้นให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนพัฒนาปรับปรุงคุณภาพทุเรียนให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอลับแล และจังหวัดอุตรดิตถ์อีกทางหนึ่งด้วย
แม่บ้านจากหมู่บ้านต่าง ๆ เตรียมประกวดส้มตำลีลา
ภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมด้านวิชาการเกษตร วิชาการด้านวิทยาศาสตร์ การประกวดผลผลิตทุเรียน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน ประกวดกระเช้าผลไม้ การแข่งขันการตำส้มตำลีลา การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การจำหน่ายทุเรียนของชาวสวน จำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน  และภายในงานยังมีมหรสพ เช่น มวย การแสดงดนตรีของนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
สวนจันทน์ผาฯ นำทุเรียนหลงลับแล ไปวางจำหน่าย
ทีม อปพร.ตำบลแม่พูล คอยอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาร่วมงาน
อย่าลืมนะครับ ช่วงวันหยุดนี้ ไม่ทราบจะไปพักผ่อนที่ไหน เชิญลองมาเที่ยวที่จังหวัดอุตรดิตถ์ งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง –หลินลับแล ของชาวสวนทุเรียนเมืองลับแลกันนะครับ จัดงานที่ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ สำหรับราคาก็ยังปกติ และขอเรียนว่า ตอนนี้ทุเรียนหลง หลิน ใกล้จะหมดแล้ว รีบๆ ไปลองชิมกันนะครับ ....

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พายุฝนสร้างความเสียหายให้ชาวสวนลับแล

เมื่อปี 2549  ประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นมา มีฝนตกลงมาตลอด จนเกิดน้ำท่วม ดินโคลนถล่มเมืองลับแล ซึ่งครั้งนั้นสร้างความเสียหายแก่ชาวลับแลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน ไร่นา ชีวิต และทรัพย์สิน ครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำของชาวลับแลตลอดมา  และปีนี้ก็เช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เป็นต้นมา เกิดพายุฤดูร้อน พัดบ้านเรือนในเขตอำเภอลับแลเสียหายหลายหมู่บ้าน และต่อมาในจังหวัดอุตรดิตถ์ฝนตกชุกมากขึ้น ทำให้มีน้ำหลาก ถนนถูกตัดขาดหลายแห่งในอำเภอตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์
 ฝนกำลังพัดปกคลุมพื้นที่ลับแล
ฝนตกหนักเมื่อ 27 พฤษภา 2555
-ผมเคยพูดเสมอว่า สิ่งที่ทำให้การทำสวนไม่ประสบผลสำเร็จมีอยู่ด้วยกัน 3 ม. คือ  1.แมลง 2.มีด 3.ไม่มีน้ำ
1.  แมลง  คือเมื่อทำสวนแล้ว ขณะที่พืชผลแตกใบอ่อน หรือผลอ่อน หรือผลใกล้สุก ก็จะมีแมลงมารบกวน กันกินใบอ่อน ผลอ่อน หรือแมลงวันทองเจาะผลแล้วไข่ทำให้ตัวอ่อนไชเข้าผลเมื่อสุก ชาวสวนก็จะพ่นยาฆ่าแมลงป้องกันหรือกำจัด
        แต่มีแมลงอีกชนิดหนึ่ง ที่ยาฆ่าแมลงชนิดใดก็กำจัดไม่ได้นั่นคือ..แมงตะกร้า แมลงชนิดนี้ที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า....ขโมย  ถ้ามันเอาตะกร้าไปใส่ด้วยรับรองว่าหมดสวนแน่ ชาวสวนกลัวกันนัก  เมื่อ 2-3 วันก็มีข่าวดังของลับแล ว่าจับแมงตะกร้าได้แล้วเอามัดติดต้นทุเรียน แล้วจึงไปแจ้งตำรวจ
2.  มีด เมื่อเราทำสวน เราก็จะต้องถางหญ้า เพื่อไม่ให้คลุมต้นเล็ก ๆ หรือกำจัดที่อยู่อาศัยของหนู และแมลงต่าง ๆ ถ้าคนถางสวนไม่รู้จักต้นไม้ว่าต้นนี้คือ ลองกอง ต้นนี้คือ ทุเรียน ก็จะถางออกหมด หรือถ้ารู้จักขณะถางไม่ระมัดระวัง ใบมีดตัดหญ้าก็จะถางต้นเล็ก ๆ ขาดหมด บางคนต้นใหญ่ก็ตัดอ้างว่าถูกตอไม้บังคับไม่ได้ อย่างนี้ก็เสียเวลาปลูกใหม่
3.  ไม่มีน้ำ สวนบางสวนปลูกแล้วต้องให้น้ำ ตั้งแต่ปลูกใหม่ ๆ จนกระทั่งการให้น้ำบังคับให้ออกดอก หรือให้เพื่อให้ผลเจริญเติบโต  ที่ผมใช้คำว่าบางสวนก็เพราะถ้าเป็นสวนที่อยู่ในหุบเขาลึก ๆ จะไม่มีการดูแลให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ปลูกตามธรรมชาติ ถึงเวลาก็ไปถางหญ้า พอออกผลก็ไปเก็บ นาน ๆ ก็ให้ปุ๋ยเสียที
แก้วมังกรหักหลายหลัก
-แต่เดี๋ยวนี้มีเหตุที่ทำให้ทำสวนไม่ประสบผลสำเร็จมีเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง คือ พายุฝน นอกจากจะนำความชุ่มชื้นมาให้ยังกลับมีลมพายุพัดกระหน่ำรุนแรง ทำให้ต้นไม้โคน กิ่งหัก เสียหายหลายสวน บางสวนทุเรียนโค่นเกือบหมด ชาวสวนเรียกว่าทางลมผ่าน 
ต้นกระท้อนหักขวางทางขึ้นสวน
ต้นที่หักกำลังติดลูก
ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน เมื่อคืนวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก ตอนเช้าเข้าไปดูสวนปรากฏว่า กิ่งกระท้อนหัก แก้วมังกรล้มหลายต้น......นี่แหละครับผลกระทบจากพายุฝน ที่ชาวสวนต้องรับโดยไม่เต็มใจ.....


วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนหลินลับแล คนชอบทานควรรู้

  •  ทุเรียนที่ปลูกในอำเภอลับแล มีหลายหลากสายพันธุ์ แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือทุเรียนพื้นเมือง ซึ่งมีการพัฒนาพันธุ์จนเป็นที่ต้องการของตลาด นั่นคือทุเรียนพันธุ์ หลงลับแล และหลินลับแล ส่วนทุเรียนพันธุ์ที่นิยมปลูกอีกสายพันธุ์หนึ่งคือทุเรียนหมอนทอง ซึ่งปัจจุบันทุเรียนหมอนทองเป็นทุเรียนเศรษฐกิจ มีรถห้องเย็นไปคอยรับซื้อถึงที่ ชาวสวนจึงนิยมปลูกทุเรียน 3 สายพันธุ์นี้มากที่สุด
ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง
  •  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้หัวดง ท่านจะลานตาไปหมด ไม่ทราบว่ากองไหนเป็นหลง กองไหนเป็นหลิน กองไหนเป็นหมอนทอง กองไหนเป็นทุเรียนพื้นเมือง นอกเสียจากแม่ค้าจะเขียนป้ายบอกไว้ ถ้าดูไม่เป็นบางทีก็ได้ทุเรียนพื้นเมืองธรรมดามารับประทานก็มี
 ลักษณะผลหลงลับแล
เนื้อหลงลับแล
  • ข้อสังเกตทุเรียนหลงลับแลมีผลขนาดเล็ก ถึงขนาดปานกลาง ไม่ปรากฏว่าทุเรียนหลงลับแลมีขนาดจัมโบ้ น้ำหนักตกผลละ ครึ่งกิโลกรัม ถึง ไม่เกิน 4 กิโลกรัม ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปไข่ บางสายพันธุ์รูปทรเหมือนพื้นเมืองทั่วไป  เห็นพูเป็นลอนชัดเจน รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนมาก

ลักษณะผลหลินลับแล
เนื้อหลินลับแล
  •  ส่วนทุเรียนหลินลับแล  มีผลขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1 กิโลกรัม ถึง 2 กิโลกรัม ลักษณะผลเหมือนทรงกระบอกรพูลอนไม่ใหญ่ ส่วนนี้บางลอนถ้าปลอกแล้วจะเห็นเนื้อเป็นลิ่ม ๆ ไม่มีเมล็ด รสชาติหวานอ่อน มัน กลิ่นอ่อน  
ลักษณะผลหมอนทอง
  • สำหรับทุเรียนหมอนทองคงไม่มีปัญหา เพราะเป็นทุเรียนผลใหญ่ ลักษณะผลก็มีตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป จนจัมโบ้ พูลอนเนื้อเมล็ดใหญ่ชัดเจน รสชาติ เนื้อจะไม่แน่น รสหวาน มัน กลิ่นฉุนปานกลาง
  • และยอดนิยมสำหรับชาวบ้านทั่วไป ที่จะนำไปทำน้ำกะทิทุเรียน หรือ นำไปเลี้ยงคนจำนวนมาก เวลาลงแขกปลูกข้าวโพด หรือปลูกอ้อย หรือจะนำไปกวน ก็นี่เลยครับ ทุเรียนพื้นเมือง ลักษณะผลมีทั่วไป ของทุเรียน แต่เนื้อน้อย เมล็ดใหญ่ กลิ่นฉุนมาก
ลักษณะผลพื้นเมือง
  • มีคำกล่าวจากผู้ใหญ่ที่เคยรับประทานบอกว่า ถ้าจะทานให้อร่อยต้องทานหลงลับแล แต่ถ้าจะทานแค่พอให้ได้รสชาติให้ทานหลินลับแล แต่ถ้าจะทานให้อิ่มให้ทานหมอนลับแล ฉะนั้นถ้าท่านมาซื้อทุเรียนก็ต้องสอบถามผู้ขายให้ชัดเจนว่าอันไหนหลง อันไหนหลิน เพราะหลินบางลูกนำไปปลอกที่บ้านปรากฏว่าไม่มีเนื้อเมล็ด มีแต่เป็นลิ่มๆ เท่านั้น ต้องตกลงกับผู้ขายให้ดีนะครับ เพราะของอย่างนี้มีเปลือกหุ้ม มองไม่เห็น คงต้องใช้ประสบการณ์ ของแต่ละท่านครับ