เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จำหน่ายกล้าทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จำหน่ายกล้าทุเรียน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

กล้าพันธุ์ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล


0 ท่านที่ต้องการกล้าพันธุ์ทุเรียน หมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล ที่จะปลูกในฤดูกาลที่จะถึงนี้ คือช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ควรเตรียมกล้าพันธุ์ไว้ได้แล้ว ดูแลอนุบาลกล้าพันธุ์ให้ชินกับอากาศในสวนที่จะปลูกอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ก่อนเริ่มลงปลูก จะดีมาก





 
0 กล้าพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ที่สวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง มีวางจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายผลไม้ของสวนฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล หน้าปั้มน้ำมันบางจาก(เขตเทศบาลแม่พูลมีปั้มเดียว) ทางไปน้ำตกแม่พูล เลยเทศบาลหัวดงไปประมา 200 เมตร หรือจะติดต่อสอบถามก่อนได้ที่ คุณป้าจำเนียร 086 928 4180


วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกแก้วมังกร ให้ผลดีที่สวนห้วยผึ้งจันผา อ.ลับแล

ขณะที่ผมรับราชการนั้น  มีโอกาสรับผิดชอบเขตอำเภอน้ำปาด ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นภูเขา ขณะเข้าไปเยี่ยมหน่วยงานระดับตำบลแห่งหนึ่งในหุบเขา (ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำหลาก ดินถล่มในปัจจุบัน)  เห็นชาวบ้านบางครอบครัวปลูกแก้วมังกร สอบถามว่าได้ต้นพันธุ์มาจากชลบุรี และเก็บผลผลิตก็ส่งจังหวัดชลบุรีเท่านั้น  จึงขอซื้อกิ่งพันธุ์ที่ชาวสวนปักชำไว้ ตอนนั้นเจ้าของสวนคิดกิ่งละ 5 บาท ซื้อมาหลายกิ่งเหมือนกัน
ปลูกง่ายปลูกได้ทุกฤดู
ผมเริ่มทำสวนใหม่ ๆ ต้นทุเรียน ลองกอง ยังไม่โตมากนัก เลยคิดว่าการปลูกแก้วมังกรซึ่งเป็นไม้เสริมรายได้ขณะรอผลผลิตทุเรียน ลองกองน่าจะดี จึงสั่งท่อใยหินขนาด 6 นิ้ว จำนวน 100 ท่อน เพื่อทำเป็นหลัก จ้างคนงานขุดหลุมฝักท่อลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร  เทปูนซีเมนต์ที่ฐาน ส่วนในรูท่อใช้ไม้ไผ่ผ่าแล้วเสียบลงตรงกลางรู เทปูนกรอกให้เต็ม ปลายท่อด้านบนก็เจาะรู 4 รูแล้วสอดเหล็กขนาด 4 หุนไขว้กันเป็นกากบาท นำยางรถจักรยานยนต์มาวาง มัดด้วยลวด การเตรียมหลักก็แล้วเสร็จ  แล้วจึงปลูกกิ่งพันธุ์แก้วมังกรที่ซื้อมาหลักละ 2-3 กิ่ง  การปลูกที่สวนผมไม่ได้มีการจัดโซน ที่ตรงไหนว่าง ต้องการปลูกตรงไหนก็ปลูกเลย เพราะคิดว่าถ้าต้นทุเรียน ลองกอง โตก็จะต้องเอาออกอยู่แล้ว

ตัดกิ่งเก่าออกบ้าง

แก้วมังกรที่วางขายในตลาดที่ชาวสวนปลูกในพื้นที่ทั่วไปก็จะมี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์เนื้อในสีขาว และพันธุ์เนื้อในสีแดง ที่ได้กิ่งพันธุ์มาจาก อำเภอน้ำปาดเป็นพันธุ์เนื้อในสีขาว  ผมก็เลยต้องไปหาซื้อกิ่งพันธุ์เนื้อในสีแดงมาปลูกบ้าง ก็ได้มาสมใจ จากร้านขายพันธุ์ไม้ในตัวจังหวัด
 
เริ่มออกดอกคอยดูแลเรื่องมด
แก้วมังกรที่ปลูกเจริญงอกงามดีมากให้ผลเร็ว ส่วนปัญหาของการปลูกแก้วมังกร ก็มีมด มากัดกินดอก และผล ก็ใช้ยาฆ่ามดผสมอาหารวางไว้ตามโคนหลัก มดก็จะไม่มีมดมารบกวน  ส่วนที่ชาวสวนกลัวอีกอย่างก็คือตัวทาก หรือหอยทาก จะขึ้นกัดกินยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน ทำให้เสียหาย ที่สวนผมใช้กากกาแฟสดที่ร้านกาแฟสดเขาทิ้ง นำมาผสมกับกากน้ำตาล ใส่จุลินทรีย์หมักทิ้งไว้ เวลาจะมีทากมารบกวน ก็จะเอาทั้งน้ำทั้งกาก ผสมน้ำเปล่าไปราด หรือฉีดทากหรือหอยทากก็จะหนีไป
ดอกบางส่วยเริ่มแห้ง บางดอกเริ่มบาน
เมื่อดูแลจนผลโตแล้วก็รอให้สุก การเก็บก็ต้องรอให้ผลออกสีแดงและมีเม็ดสีทองจุดเล็ก ๆ ปรากฎที่ผล แสดงแก่จัดแล้ว เมื่อตัดไปรับประทานรสชาติจะหวานนำ ไม่เปรี้ยว 
 
รอให้ผลสุกเต็มที่
ปัญหาที่ตามมาหลังปลูกได้ 2-3 ปี คือยอดแก้วมังกรออกมาก ต้องคอยตัดแต่งกิ่งเก่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นยอดจะมีน้ำหนักมากทำให้หลักหัก หรือล้ม มีน้องที่มาจากปราจีนบุรี อยากปลูกบ้าง ผมก็ได้ตัดยอดพันธุ์ให้ไป และแนะนำให้ใช้ท่อใยหินหน้า 8 นิ้วเป็นหลัก  ปัญหาเรื่องหลักหักจะได้ไม่มี     การตัดยอดพันธุ์ เมื่อท่านตัดไปแล้วท่านต้องสังเกตว่าด้านไหนยอด ด้านไหนโคน ส่วนมากจะสังเกตจากหนามถ้าหนามตั้ง เป็นด้านยอด แต่ถ้าท่านตัดจากหลักที่ล้มนาน ๆ หนามจะไม่ตั้งไปตามยอด จะสังเกตยาก  ถ้าท่านไม่แน่ใจให้เอายอดพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำนานๆ ครั้ง ไม่ช้ายอดใหม่ก็จะแตกออกตามตาหนามแล้วจึงนำไปปลูก
 
ปัญหาเมื่อมียอดมาก ก็จะหัก หรือล้ม

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล รับประทานได้น้ำตาลไม่สูง เหมาะสำหรับคนที่กลัวน้ำหนักเพิ่ม และที่สำคัญปลูกง่าย ดูแลง่าย ให้ผลเร็ว บางคนปลูกในวงซีเมนต์ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีเหมือนกัน ถ้าท่านชอบรับประทานแก้วมังกร ก็ลองหากิ่งพันธุ์มาปลูกไว้หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน สัก 2-3 หลัก ก็จะได้ผลผลิตพอรับประทานในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อที่ตลาดเดี๋ยวนี้กิโลละ 20 กว่าบาท แค่ 1-2 ลูก ก็กิโลแล้ว ลองดูนะครับ......ตอนนี้แก้วมังกรที่สวนห้วยผึ้ง-จันทน์ผา ลับแล เริ่มมีผลผลิตออกแล้วครับ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวก็เชิญที่สวน ตอนนี้มีหลักล้มหลายต้น จะให้ยอดพันธุ์สำหรับท่านที่ต้องการปลูกไว้รับประทานเอง แต่ถ้าท่านที่จะนำไปปลูกเป็นรายได้ ก็ขอค่าน้ำ ค่าปุ๋ยบ้างครับ....
ผลผลิตเริ่มสู่ตลาด

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สวนห้วยผึ้งจันทน์ผาลับแล ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน

จากการเริ่มทำสวนเมื่อปี 2549 ขณะรับราชการ แล้วผลที่ได้ปัจจุบัน มีผลผลิตมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง มะไฟ กล้วย ชะอม มะละกอ หน่อไม้ มะนาว มะเฟือง มะยงชิด ทุเรียน ส้มโอ ขนุน ซึ่งผลิตปีนี้ค่อนข้างจะได้ปริมาณมากเพิ่มขึ้นกว่าทุกๆ ปี เมื่อได้เขียนให้ท่านที่สนใจได้ทราบข้อมูลทาง Blog นี้ ทำให้มีผู้สนใจต้องการมาเที่ยวที่สวนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์  หรือบางกลุ่มก็มาเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ สนใจขอเข้าชมและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการทำสวนเป็นจำนวนมาก
  บ้านสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา
ขอเรียนให้ทราบว่าที่สวนไม่ได้เปิดรับเป็นที่พัก หรือเปิดให้ทานผลไม้แล้วเก็บค่าเข้าชมาเหมือนสวนทางภาคตะวันออก เพียงแต่ถ้าต้องการมาเที่ยวชม หรือมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ก็ยินดีครับ ซึ่งผมไม่ได้คิดค่าเข้าชม เพราะผมเพิ่งเริ่มทำสวนเพียงไม่กี่ปี ส่วนจะเป็นช่วงผลไม้ชนิดใดออกนั้นก็แล้วแต่ฤดูกาลครับ
ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ
เมื่อต้นเดือนได้มีโอกาสต้อนรับครอบครัวจากจังหวัดปราจีนบุรี ครอบครัวนี้ต้องการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำสวนจริง ๆ สอบถามทุกกระบวนการที่ทำ ก็ต้องยอมรับครับว่าท่านสนใจจริง ๆ อุตส่าห์ขับรถจากปราจีนบุรีถึงลับแลอุตรดิตถ์ เสียดายไม่ได้นัดหมายไว้เลยไม่ได้ถ่ายรูป แต่ก็ต้อนรับตามมีตามเกิด ก่อนกลับได้เอากล้าหลง-หลินกลับไปด้วย และที่สำคัญของดีเมืองอุตรดิตถ์ ผมได้มอบให้ไปด้วย คือพระที่ทำจากแร่เหล็กน้ำพี้ ส่วยแม่บ้านก็ได้มอบ ไหลดำ ไหลเขียวน้ำพี้ ให้ไปด้วย ขอให้โชคดีนะครับ โอกาสหน้าถ้ามีเวลาเชิญอีกนะครับ
ทุเรียนหมอนทองต้นนี้ถูกถ่ายรูปมากที่สุด
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 55 ได้มีโอกาสต้อนรับ ลูก ๆ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อนของลูกสาว ชุดนี้มาเยี่ยมตั้งแต่บ้าน ทานอาหารเช้า ก็ธรรมดาแม่บ้านผมเขาก็ทำอาหารตามคำสั่งลูกสาว คือลาบหมู น้ำพริกอ่อง ต้มจืดเต้าหู้ทอด พอทานเสร็จก็เข้าไปเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ตัดผลไม้ในสวน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะไฟ ชมพู่ มะม่วง สนุกสนานกันใหญ่บางคนก็ลงไปขุดหน่อไม้นำกลับไปฝากที่บ้าน คนที่อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์แม่บ้านผมก็เก็บชะอมฝากไปด้วย  
อาหารเช้าที่บ้านหัวดง
 











รวมภาพบรรยากาศที่ลูก ๆ สนุนสนานกันในสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา
ผมยินดีต้อนรับทุกคณะครับ และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ก็ได้รับการติดต่อจากท่านสาธารณสุขอำเภอลับแล ว่าคณะศึกษาดูงานจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเข้าชมการทำสวน แต่ผมก็ไม่ได้รับเพราะทางเข้าสวน รถบัสไม่สามารถเข้าไปได้ เพียงแต่นำผลผลิตมาบริการที่ตลาดผลไม้หัวดง และได้มีโอกาสแกะหลงลับแลให้ชิม รวมถึงทุเรียนทอดด้วย ขอขอบคุณครับที่ท่านช่วยอุดหนุนชาวสวน ในตลาดทุกร้าน ทุกแผง ..................

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนหลินลับแล คนชอบทานควรรู้

  •  ทุเรียนที่ปลูกในอำเภอลับแล มีหลายหลากสายพันธุ์ แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือทุเรียนพื้นเมือง ซึ่งมีการพัฒนาพันธุ์จนเป็นที่ต้องการของตลาด นั่นคือทุเรียนพันธุ์ หลงลับแล และหลินลับแล ส่วนทุเรียนพันธุ์ที่นิยมปลูกอีกสายพันธุ์หนึ่งคือทุเรียนหมอนทอง ซึ่งปัจจุบันทุเรียนหมอนทองเป็นทุเรียนเศรษฐกิจ มีรถห้องเย็นไปคอยรับซื้อถึงที่ ชาวสวนจึงนิยมปลูกทุเรียน 3 สายพันธุ์นี้มากที่สุด
ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง
  •  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้หัวดง ท่านจะลานตาไปหมด ไม่ทราบว่ากองไหนเป็นหลง กองไหนเป็นหลิน กองไหนเป็นหมอนทอง กองไหนเป็นทุเรียนพื้นเมือง นอกเสียจากแม่ค้าจะเขียนป้ายบอกไว้ ถ้าดูไม่เป็นบางทีก็ได้ทุเรียนพื้นเมืองธรรมดามารับประทานก็มี
 ลักษณะผลหลงลับแล
เนื้อหลงลับแล
  • ข้อสังเกตทุเรียนหลงลับแลมีผลขนาดเล็ก ถึงขนาดปานกลาง ไม่ปรากฏว่าทุเรียนหลงลับแลมีขนาดจัมโบ้ น้ำหนักตกผลละ ครึ่งกิโลกรัม ถึง ไม่เกิน 4 กิโลกรัม ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปไข่ บางสายพันธุ์รูปทรเหมือนพื้นเมืองทั่วไป  เห็นพูเป็นลอนชัดเจน รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนมาก

ลักษณะผลหลินลับแล
เนื้อหลินลับแล
  •  ส่วนทุเรียนหลินลับแล  มีผลขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1 กิโลกรัม ถึง 2 กิโลกรัม ลักษณะผลเหมือนทรงกระบอกรพูลอนไม่ใหญ่ ส่วนนี้บางลอนถ้าปลอกแล้วจะเห็นเนื้อเป็นลิ่ม ๆ ไม่มีเมล็ด รสชาติหวานอ่อน มัน กลิ่นอ่อน  
ลักษณะผลหมอนทอง
  • สำหรับทุเรียนหมอนทองคงไม่มีปัญหา เพราะเป็นทุเรียนผลใหญ่ ลักษณะผลก็มีตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป จนจัมโบ้ พูลอนเนื้อเมล็ดใหญ่ชัดเจน รสชาติ เนื้อจะไม่แน่น รสหวาน มัน กลิ่นฉุนปานกลาง
  • และยอดนิยมสำหรับชาวบ้านทั่วไป ที่จะนำไปทำน้ำกะทิทุเรียน หรือ นำไปเลี้ยงคนจำนวนมาก เวลาลงแขกปลูกข้าวโพด หรือปลูกอ้อย หรือจะนำไปกวน ก็นี่เลยครับ ทุเรียนพื้นเมือง ลักษณะผลมีทั่วไป ของทุเรียน แต่เนื้อน้อย เมล็ดใหญ่ กลิ่นฉุนมาก
ลักษณะผลพื้นเมือง
  • มีคำกล่าวจากผู้ใหญ่ที่เคยรับประทานบอกว่า ถ้าจะทานให้อร่อยต้องทานหลงลับแล แต่ถ้าจะทานแค่พอให้ได้รสชาติให้ทานหลินลับแล แต่ถ้าจะทานให้อิ่มให้ทานหมอนลับแล ฉะนั้นถ้าท่านมาซื้อทุเรียนก็ต้องสอบถามผู้ขายให้ชัดเจนว่าอันไหนหลง อันไหนหลิน เพราะหลินบางลูกนำไปปลอกที่บ้านปรากฏว่าไม่มีเนื้อเมล็ด มีแต่เป็นลิ่มๆ เท่านั้น ต้องตกลงกับผู้ขายให้ดีนะครับ เพราะของอย่างนี้มีเปลือกหุ้ม มองไม่เห็น คงต้องใช้ประสบการณ์ ของแต่ละท่านครับ

งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ที่ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง


จากที่เคยเขียนไว้ในตอนแรกๆ ว่าทุเรียนลับแล จะเป็นทุเรียนช่วงสุดท้ายของฤดูกาลรับประทานทุเรียน เพราะผลไม้สุกใต้ขึ้นเหนือ ข้าวปลานาเกลือสุกเหนือลงใต้ ฉะนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ออกสู่ตลาดมากที่สุด ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
                     หลงลับแล                                                         หลินลับแล                                                   หมอนทอง
จากที่มีทุเรียนทุกสายพันธุ์ออกสู่ตลาดมากที่สุด ทางเทศบาลหัวดง จึงจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม  ถึง 3 มิถุนายน 2555 จัดงาน ณ ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ก็คงเหมือนเช่นทุกปี จะมีการประกวดทุเรียนพันธุ์ต่าง ๆ และมีชาวสวนนำทุเรียนมาจำหน่ายในงานด้วย กลางคืนก็มีดนตรีชื่อดังมาแสดงให้ชม
ป้ายประชาสัมพันธ์
ท่านที่ไปเที่ยวอุตรดิตถ์ ก็อย่าลืมไปเที่ยวตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง และขอเชิญชวนท่านไปเที่ยวงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ขับรถเลยไปอีกประมาณ 500 เมตร เลยปั้มน้ำมันไปนิดเดียว ก็จะถึงศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง   ท่านสามารถเลือกซื้อทุเรียนหลง-หลินลับแล ทุเรียนหมอนทอง หรือถ้าชอบแบบเดิม ๆ ก็เลือกทุเรียนพื้นเมือง เหมาะสำหรับทำน้ำกะทิทุเรียน หอมหวาน กลิ่นหอมของทุเรียนแรงดีเหลือเกิน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด สินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองเช่นหมี่พัน ข้าวแคบ ข้าวพันผัก สินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย
                                  ทุเรียนทอด                                                                    ทุเรียนกวน
อย่าลืมแวะแผงจำหน่ายของ สวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง ให้กำลังใจกันบ้างนะครับ ถ้าหาแผงไม่เจอก็โทรศัพท์หาคุณจำเนียร หมายเลข0869284180