เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้วยผึ้งจันผา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้วยผึ้งจันผา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกแก้วมังกร ให้ผลดีที่สวนห้วยผึ้งจันผา อ.ลับแล

ขณะที่ผมรับราชการนั้น  มีโอกาสรับผิดชอบเขตอำเภอน้ำปาด ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นภูเขา ขณะเข้าไปเยี่ยมหน่วยงานระดับตำบลแห่งหนึ่งในหุบเขา (ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำหลาก ดินถล่มในปัจจุบัน)  เห็นชาวบ้านบางครอบครัวปลูกแก้วมังกร สอบถามว่าได้ต้นพันธุ์มาจากชลบุรี และเก็บผลผลิตก็ส่งจังหวัดชลบุรีเท่านั้น  จึงขอซื้อกิ่งพันธุ์ที่ชาวสวนปักชำไว้ ตอนนั้นเจ้าของสวนคิดกิ่งละ 5 บาท ซื้อมาหลายกิ่งเหมือนกัน
ปลูกง่ายปลูกได้ทุกฤดู
ผมเริ่มทำสวนใหม่ ๆ ต้นทุเรียน ลองกอง ยังไม่โตมากนัก เลยคิดว่าการปลูกแก้วมังกรซึ่งเป็นไม้เสริมรายได้ขณะรอผลผลิตทุเรียน ลองกองน่าจะดี จึงสั่งท่อใยหินขนาด 6 นิ้ว จำนวน 100 ท่อน เพื่อทำเป็นหลัก จ้างคนงานขุดหลุมฝักท่อลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร  เทปูนซีเมนต์ที่ฐาน ส่วนในรูท่อใช้ไม้ไผ่ผ่าแล้วเสียบลงตรงกลางรู เทปูนกรอกให้เต็ม ปลายท่อด้านบนก็เจาะรู 4 รูแล้วสอดเหล็กขนาด 4 หุนไขว้กันเป็นกากบาท นำยางรถจักรยานยนต์มาวาง มัดด้วยลวด การเตรียมหลักก็แล้วเสร็จ  แล้วจึงปลูกกิ่งพันธุ์แก้วมังกรที่ซื้อมาหลักละ 2-3 กิ่ง  การปลูกที่สวนผมไม่ได้มีการจัดโซน ที่ตรงไหนว่าง ต้องการปลูกตรงไหนก็ปลูกเลย เพราะคิดว่าถ้าต้นทุเรียน ลองกอง โตก็จะต้องเอาออกอยู่แล้ว

ตัดกิ่งเก่าออกบ้าง

แก้วมังกรที่วางขายในตลาดที่ชาวสวนปลูกในพื้นที่ทั่วไปก็จะมี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์เนื้อในสีขาว และพันธุ์เนื้อในสีแดง ที่ได้กิ่งพันธุ์มาจาก อำเภอน้ำปาดเป็นพันธุ์เนื้อในสีขาว  ผมก็เลยต้องไปหาซื้อกิ่งพันธุ์เนื้อในสีแดงมาปลูกบ้าง ก็ได้มาสมใจ จากร้านขายพันธุ์ไม้ในตัวจังหวัด
 
เริ่มออกดอกคอยดูแลเรื่องมด
แก้วมังกรที่ปลูกเจริญงอกงามดีมากให้ผลเร็ว ส่วนปัญหาของการปลูกแก้วมังกร ก็มีมด มากัดกินดอก และผล ก็ใช้ยาฆ่ามดผสมอาหารวางไว้ตามโคนหลัก มดก็จะไม่มีมดมารบกวน  ส่วนที่ชาวสวนกลัวอีกอย่างก็คือตัวทาก หรือหอยทาก จะขึ้นกัดกินยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน ทำให้เสียหาย ที่สวนผมใช้กากกาแฟสดที่ร้านกาแฟสดเขาทิ้ง นำมาผสมกับกากน้ำตาล ใส่จุลินทรีย์หมักทิ้งไว้ เวลาจะมีทากมารบกวน ก็จะเอาทั้งน้ำทั้งกาก ผสมน้ำเปล่าไปราด หรือฉีดทากหรือหอยทากก็จะหนีไป
ดอกบางส่วยเริ่มแห้ง บางดอกเริ่มบาน
เมื่อดูแลจนผลโตแล้วก็รอให้สุก การเก็บก็ต้องรอให้ผลออกสีแดงและมีเม็ดสีทองจุดเล็ก ๆ ปรากฎที่ผล แสดงแก่จัดแล้ว เมื่อตัดไปรับประทานรสชาติจะหวานนำ ไม่เปรี้ยว 
 
รอให้ผลสุกเต็มที่
ปัญหาที่ตามมาหลังปลูกได้ 2-3 ปี คือยอดแก้วมังกรออกมาก ต้องคอยตัดแต่งกิ่งเก่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นยอดจะมีน้ำหนักมากทำให้หลักหัก หรือล้ม มีน้องที่มาจากปราจีนบุรี อยากปลูกบ้าง ผมก็ได้ตัดยอดพันธุ์ให้ไป และแนะนำให้ใช้ท่อใยหินหน้า 8 นิ้วเป็นหลัก  ปัญหาเรื่องหลักหักจะได้ไม่มี     การตัดยอดพันธุ์ เมื่อท่านตัดไปแล้วท่านต้องสังเกตว่าด้านไหนยอด ด้านไหนโคน ส่วนมากจะสังเกตจากหนามถ้าหนามตั้ง เป็นด้านยอด แต่ถ้าท่านตัดจากหลักที่ล้มนาน ๆ หนามจะไม่ตั้งไปตามยอด จะสังเกตยาก  ถ้าท่านไม่แน่ใจให้เอายอดพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำนานๆ ครั้ง ไม่ช้ายอดใหม่ก็จะแตกออกตามตาหนามแล้วจึงนำไปปลูก
 
ปัญหาเมื่อมียอดมาก ก็จะหัก หรือล้ม

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล รับประทานได้น้ำตาลไม่สูง เหมาะสำหรับคนที่กลัวน้ำหนักเพิ่ม และที่สำคัญปลูกง่าย ดูแลง่าย ให้ผลเร็ว บางคนปลูกในวงซีเมนต์ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีเหมือนกัน ถ้าท่านชอบรับประทานแก้วมังกร ก็ลองหากิ่งพันธุ์มาปลูกไว้หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน สัก 2-3 หลัก ก็จะได้ผลผลิตพอรับประทานในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อที่ตลาดเดี๋ยวนี้กิโลละ 20 กว่าบาท แค่ 1-2 ลูก ก็กิโลแล้ว ลองดูนะครับ......ตอนนี้แก้วมังกรที่สวนห้วยผึ้ง-จันทน์ผา ลับแล เริ่มมีผลผลิตออกแล้วครับ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวก็เชิญที่สวน ตอนนี้มีหลักล้มหลายต้น จะให้ยอดพันธุ์สำหรับท่านที่ต้องการปลูกไว้รับประทานเอง แต่ถ้าท่านที่จะนำไปปลูกเป็นรายได้ ก็ขอค่าน้ำ ค่าปุ๋ยบ้างครับ....
ผลผลิตเริ่มสู่ตลาด

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลไม้จากสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา เมื่อฝนตกชุก

เมื่อคืน เวลา 21.45 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2555 ฝนตกในเขตตำบลแม่พูลอย่างหนัก คาดว่ามีพื้นที่บางแห่งต้องเจอน้ำท่วมแน่ รีบตื่นแต่เช้ามาไปดูน้ำที่ลำเหมืองตั้งแต่ยังไม่ 6 นาฬิกา น้ำเพิ่มขึ้นนิดหน่อย โล่งอกไป ขออย่าให้มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีกเลย
 กลับมาบ้านทานกาแฟเสร็จ รีบเดินทางเข้าสวน เพราะกลัวว่าฝนตกแรงขนาดนั้น ต้นไม้ต้องล้ม หรือกิ่งหักแน่ พอไปถึงสวนกลับเป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โล่งอกไปที
ไหน ๆ ก็มาถึงสวนแล้ว เลยเดินดูทุเรียนที่เหลือยังไม่ได้ตัด มีสุกร่วงอีก 4 – 5 ลูก ไปดูหน่อไม้ ปรากฏว่ามีเป็นจำนวนมาก เลยตัดออกมาหวังจะเอาไปขาย แต่ช่วงนี้ทุกสวนที่ปลูกก็ตัดออกมาขายเหมือนกัน คงขายยากเพราะเป็นตลาดพื้นบ้านส่วนใหญ่ชาวบ้านก็ปลูกกันอยู่แล้ว  การตัดหน่อไม้ของชาวลับแลไม่ใช่ใช้มีดตัดหน่อที่พ้นดินนะครับ เขาจะใช้เสียมขุดลงไปตัดที่ใต้ดินนะครับ จะได้หน่ออ่อนน่ารับประทานมาก ส่วนหน่อที่พ้นดินเขาจะนำมาทำหน่อไม้ดอง (ล้บแลเรียกสับส้มครับ)   การตัดหน่อไม้ในบรรยากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างนี้สุดยอดอย่าบอกใคร ยุงมากจริง ๆ ทั้งเหนื่อย ฝนก็พรำ ๆ ยุงก็เหมือนกับจะหามเราไปแนะ
ขณะที่ขับรถกลับบ้านแวะโน่น แวะนี่ แจกหน่อไม้ให้กับคนที่ชอบพอกันไปหลายหน่อ เลือกลับบ้านประมาณ 3เข่งกับอีก  2 ถุงปุ๋ย ไม่ขายแล้ว เดี๋ยวจะให้คุณยายข้างบ้านทำเป็นหน่อไม้ดอง  
สำหรับทุเรียนหลงลับแลที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ก็ยังคงมีจำหน่ายเหมือนเดิม ราคาก็ยังคงปกติ ท่านที่ต้องการรับประทานตอนนี้ก็ยังมีครับ ส่วนหมอนทองบางสวนก็ยังมีมาก ตอนนี้มีรถห้องเย็นมารับซื้อถึงที่ ไม่ห่วงชาวสวนหมอนทองมากนัก  ทุเรียนพื้นเมืองก็เริ่มสุกหล่นเป็นสวนมาก และแม่ค้าที่แปรรูปเป็นทุเรียนกวนก็รับซื้อไม่อั้นเหมือนกัน เป็นอันว่าระยะนี้ทุเรียนที่ลับแลก็ยังมีให้ชิมเหมือนเดิม จะซื้อหาก็เชิญครับ เพราะถ้าฝนชุกรสชาติจะไม่อร่อยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกไผ่กันลม ได้หน่อ ได้ไม้ค้ำทุเรียน

การปลูกทุเรียนถึงเวลาติดลูก โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พอลูกโตชาวสวนก็ต้องหาที่ยึดกิ่งที่ติดลูก เพราะบางกิ่งติดลูกเป็น 10 ลูกก็มี พอลูกโตเต็มที่กิ่งก็จะหักทำให้เสียหาย วิธีแก้ปัญหาของชาวสวนก็จะใช้เชือกไนล่อน หรือเทปสำหรับรัดของยึดกิ่งที่ติดผลกับต้นหรือกิ่งที่โตกว่า แต่ถ้าจะให้ดีใช้ไม้ไผ่ค้ำกิ่งจะดีที่สุด
 ปลูกในรั้วเป็นแนวกันลม
สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา เจ้าของเดิมได้ปลูกไผ่เลี้ยงไว้หลายกอ และเมื่อผมได้มาพัฒนาก็ได้ปลูกไผ่เพิ่มอีกหลายสายพันธุ์ เช่นไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ไผ่กิมจู  ไผ่ปักกิ่ง  ซึ่งที่ใช้เป็นไม้ค้ำกิ่งทุเรียน หรือส้มโอ ลำไผ่ที่ใช้ค้ำดีที่สุดก็คือไผ่เลี้ยง เพราะลำยาว  ลำไม่โตมากนัก
ลักษณะใบและหน่อ ไผ่อินโด หรือไผ่ตงลืมแล้ง
ผลพลอยได้จากการปลูกไผ่ ก็คือการตัดหน่อ โดยเฉพาะไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้งจะให้หน่อทั้งปี แต่พอเข้าฤดูฝนไผ่ทุกพันธุ์ก็จะออกหน่อเหมือนกันหมด จะช้าหน่อยก็เป็นไผ่เลี้ยง
ลักษณะใบและหน่อไผ่ปักกิ่ง
ที่สวนไผ่ที่ปลูกหน่อโตที่สุดเป็นไผ่กิมจู  แต่ที่ออกและให้ผลทั้งปีคือไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ที่ลับแลมักจะแกงหน่อไม้เป็นลักษณะแกงพื้นเมือง คือใส่ใบย่านาง ใส่ปลาร้า หรือกะปิ ใส่เห็ดหูหนูที่ขึ้นเองธรรมชาติ (ชาวลับแลเรียนเห็ดหูหละ)ไผ่ตงลืมแล้งแกงได้รสชาติใกล้เคียงกับไผ่ป่า  
ไผ่กิมจู กับไผ่ปักกิ่ง ใช้เป็นไผ่สำหรับต้มจืดจะอร่อยมาก ไผ่ปักกิ่งเวลาหั่นต้มจืดต้องหั่นทางขวางให้เป็นแว่นกลมแผ่นบาง ๆ พอประมาณเหมือนวงล้อ เวลาต้มแล้วจะนิ่มเหนียวดีมาก  ส่วนไผ่เลี้ยง ชาวลับแลนิยมต้มจิ้มน้ำพริก ถ้าเป็นน้ำพริกน้ำปูแล้วจะอร่อยมากครับ   พันธุ์ไผ่..ผมซื้อมาจากสวนไผ่ที่อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เฮียที่เป็นเจ้าของสวนบอกว่า ถ้าจะกินหน่อไม้ให้อร่อยให้ตัดหน่อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนำไปประกอบอาหารทันที  แต่ผมบอกญาติๆ ที่เอาไปบอกว่าตัดแล้วใส่ถุงพลาสติก พรมน้ำให้ชุ่มนิด ๆ รับรองกรอบอร่อยเหมือนตัดใหม่


 ลักษณะใบและหน่อไผ่กิมจู
นอกจากประโยชน์จะใช้เป็นไม้ค้ำยัน  หน่อตัดขายได้ อีกอย่างที่สวนจะปลูกไว้เป็นแนวกันลม ฉะนั้นเวลาลมพัดแรงก็จะช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้ 100 % เพราะลักษณะที่สวนเป็นเนินเขา ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ กอไผ่ก็จะไม่ถูกลมเสียหาย แต่ที่อยู่บนเนินไกลออกไปรับลมเต็มที่ ก็มีเสียหายบ้าง 
ลักษณะใบและหน่อไผ่เลี้ยง
ถ้ามาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ช่วงทุเรียนออกนี้ ก็จะมีหน่อไม้ออกด้วย ส่วนใหญ่หน่อไม้ไม่ค่อยได้ขาย ตัดเอาไปแจกเพื่อนฝูง หรือเป็นของฝากแก่ญาติ ๆ ที่มาเที่ยวสวน  หรือถ้าท่านไปเที่ยวตรงฤดูก็จะได้รับหน่อไม้กลับไปด้วยครับ……….
ตัดฝากลูก ๆ ศิษย์เก่า ม.นเรศวร เมื่อครั้งมาเที่ยวสวน

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลากกล้าทุเรียนไปปลูก ลากลูกทุเรียนออกมาขาย

หลายคนที่คิดจะทำสวนทุเรียนที่ลับแล มักจะท้อว่าปลูกแล้วอีก 8 – 10 ปี หรือนานกว่านั้นถึงจะได้ผล ชาวบ้านบางหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านห้วยผึ้ง จึงไม่นิยมปลูกทุเรียน สาเหตุคงคิดว่าทุเรียนปลูกตอนนี้นานอีกเป็นสิบปีจึงจะได้ผล ฉะนั้นไม่แปลกเลยที่พอเห็นผมลากกล้าทุเรียนผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงพูดว่าปลูกตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กิน
ต้นนี้ปลูกเมื่อปี 49 ปีนี้ติดลูกปีที่ 2
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้จ้างคนงานไปถางหญ้าที่สวน เลยออกมาซื้อน้ำแข็งที่หมู่บ้านทุ่งเอี้ยง เจ้าของร้านที่ผมซื้อของประจำชวนคุยเรื่องผลผลิต เขาเห็นผมลากทุเรียนไปปลูกเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว ตอนนี้ผมลากลูกทุเรียนออกมาขายที่ตลาดผลไม้หัวดง
                                          ลากกล้าทุเรียนไปปลูก                                   ลากลูกทุเรียนออกมาขาย
ทุเรียนที่เห็นเป็นทุเรียนที่คัดตัดแก่จัด  ส่วนที่ตัดก่อนหน้านี้  1 สัปดาห์ ตัดได้ 350 กก.
ตอนนี้ชาวบ้านที่มีสวนว่างเปล่าที่ใกล้ ๆ สวนห้วยผึ้งจันทร์ผาเริ่มปลูกทุเรียนกันมาก แต่วิธีการปลูกก็ยังไม่อิงธรรมชาติ คือตัดต้นไม้ที่มีพุ่มใบต้นใหญ่ที่จะเป็นร่มเงาออกหมด แล้วจึงปลูกทุเรียนใช้สะแลนมุงหรือใช้ถุงปุ๋ยฉีกแผ่มุง ทำให้อัตราการตายสูง เมื่อเจอสภาพอากาศแล้ง ไม่มีฝนในช่วงก่อนหน้านี้
หน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์
พื้นที่ลับแลที่แล้งจัด ไม่สามารถปลูกทุเรียนได้ แต่ก็สามารถปลูกมะปรางเปรี้ยว มะยงชิด มะไฟ มะม่วง มะขามป้อม แต่ก่อนปลูกไม่ว่าจะปลูกทุเรียนหรือผลไม้อื่น ๆ ต้องปลูกกล้วยก่อน เพื่อเป็นไม้ร่มเงาสร้างความชื้นให้แก่สวน
กล้วยหอมเขียว                                             กล้วยน้ำว้าพื้นบ้าน
กล้วยที่ปลูกในสวนห้วยผึ้งฯ ผมปลูกทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยเล็บมือนาง เพื่อเป็นไม้ร่มเงา ได้ผลก็เก็บไปขาย ถึงแม้ว่าแม่ค้าจะให้ราคาถูกมาก ขายมา 4-5 ปี ได้ราคาหวีละ 3-4  บาทตลอด
กล้วยน้ำว้าพันธุ์ต้นโต เครือใหญ่มากมี 14 หวี
พื้นที่ของจังหวัดอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ปลูกกล้วยก่อนมักจะไม่ได้ผล น้องชายที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่น้ำท่วม เขายกร่อง แล้วปลูกมะม่วง มะปราง  ได้ผลดีมาก นี่ก็ขอหน่อกล้วยเล็บมือนาง ยังไม่ได้เอาไปให้เลย คิดว่าจะลงไปแล้วจะนำพันธุ์ไม้อื่นๆ ไปให้ปลูกด้วย  และหลานชายที่จังหวัดนครนายกยังมาขอหน่อกล้วยจากสวนห้วยผึ้งฯไปปลูก ตอนนี้เริ่มเห็นผลแล้ว แต่หลานชายก็ยังเอากล้ามะยงชิดมาฝากเหมือนกันนะ ตอนนี้ปลูกเห็นผลแล้วเหมือนกัน
มะยงชิดต้นนี้ปลูกไว้หน้าบ้านสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา ให้ผลผลิตมา 3 ปี
มะยงชิดช่วงออกดอก
  • ท่านที่คิดจะปลูกทุเรียนหรือผลไม้อื่น ๆ ในที่โล่งแจ้ง ควรที่จะปลูกกล้วยก่อน แล้วจึงปลูกต้นไม้ที่ต้องการไว้แต่อย่าให้ใกล้กอกล้วยมากนัก เพราะเมื่อโตเวลาลมพัดต้นกล้วยล้มจะทับไม้หลักเสียหาย  เคยบอกญาติพี่น้องเสมอว่า ถ้าคิดจะปลูกต้นไม้ผล อย่ามัวแต่คิด ให้ลงมือปลูกเลย ผลไม้อะไรที่ชอบให้ปลูกไปก่อน เมื่อโตแล้วจึงเปลี่ยนยอดเป็นสายพันธุ์ที่ชอบ  วิธีเปลี่ยนยอด ก็มีตั้งหลายวิธีแล้วจะนำมาเสนอต่อไป ท่านจะไม่ลองปลูกไว้ที่บ้านสักต้นหรือครับ........

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตลาดทุเรียน หลงลับแล หลินลับแล คึกคัก

ช่วงการจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม  ถึง 3 มิถุนายน 2555 จัดงาน ณ ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลาดผลไม้ที่อยู่หน้าเทศบาลหัวดงคึกคักเป็นพิเศษ เช้าวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555 มีทุเรียนหมอนทอง และหลงลับแล ออกสู่ตลาดจำนวนมาก มีพ่อค้ารับซื้อ และร้านค้าส่งรับซื้อไว้เป็นจำนวนมาก  ที่สวนห้วยผึ้งฯ วันนี้เลือกตัดทุเรียนหมอนทองที่แก่จัดได้ 3 เข่ง ประมาณ 60 กิโล ก็เลยนำมาวางตลาดกับเขาด้วยเหมือนกัน

  
ช่วงงานเทศกาลฯ ที่ตลาดผลไม้ คึกคัก
ร้านค้าในตลาดผลไม้หน้าเทศบาลหัวดง เป็นร้านที่ขายทั้งปลีก และส่ง ถ้าท่านไปก็นำรถไปจอดบริเวณลานสุสานของวัดหัวดง ไม่ต้องกลัวว่าจะเปลี่ยว รอบ ๆ ลานนั้นเต็มไปด้วยร้านขายทุเรียน และรถรับซื้อทุเรียน แล้วท่านก็เดินย้อนออกมาที่ถนนใหญ่ จะมีร้านขายทุเรียนทั้ง 2 ข้างทาง ด้านทิศเหนือที่เห็นทุเรียนเป็นกอง ๆ เขาซื้อเพื่อขายพ่อค้าส่ง ส่วนที่วางบนแผง หรือร้านที่เป็นแผงมีร่มหน้าร้าน เป็นร้านที่ขายปลีก ราคาก็แล้วแต่จะตกลงกัน เพราะทุเรียนมีหลายขนาด
ร้านค้ารับซื้อเพื่อขายให้พ่อค้าส่ง
การซื้อทุเรียนท่านต้องบอกแม่ค้าว่าจะรับประทานเมื่อไหร่ ถ้านำกลับบ้าน 2-3 วันค่อยรับประทาน ก็ต้องซื้อทุเรียนที่ตัดไว้อย่างน้อย 1 คืน แต่ถ้าจะรับประทานเลย ก็ต้องเป็นทุเรียนสุก การสุกก็มี 2 อย่าง คือตัดแล้วปล่อยให้สุก ทุเรียนชนิดนี้ทานอร่อย เนื้อไม่เละ ถ้าเป็นทุเรียนสุกคาต้นแล้วหล่น บางสายพันธุ์เนื้อในจะนิ่ม ถ้าเป็นทุเรียนพื้นเมืองที่สุกหล่นเนื้อค่อนข้างอ่อนถึงเละ ฉะนั้นก็เลือกตามใจชอบ และถามคนขายให้ดีนะครับ
 
พ่อค้าย่อยมารับซื้อ
ร้านทุเรียนบางร้านขายทั้งปลีก และส่ง รวมถึงจัดส่งให้ด้วยทางรถไฟ ฉะนั้นถ้าท่านทำความรู้จักกับเจ้าของร้าน และเมื่อท่านโอนเงินไปให้ แม่ค้าก็จะจัดส่งทางรถไฟให้ วิธีนี้ต้องเพิ่มค่ากล่องบรรจุ อีก 40 – 50 บาท และต้องเสียค่ารถจากตลาดหัวดงไปถึงสถานีรถไฟ และเสียค่าระวางรถไฟถึงปลายทางอีก วิธีนี้ท่านไม่ต้องเดินทางมาซื้อ แต่เพิ่มเงินค่าจัดส่งอีกนิดหน่อย ก็ได้รับประทานทุเรียนอร่อยแล้วครับ


ร้านนี้มีทั้งขายปลีก รับส่งทางรถไฟ
ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้หัวดงช่วงวันหยุดนี้  ซึ่งเป็นช่วงการจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง - หลินลับแล  ท่านก็สามารถเลือกซื้อทุเรียนหลงลับแล และหมอนทอง   และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียน เช่นทุเรียนทอด ทุเรียนกวน ส่วนหลินลับแล ช่วงนี้เริ่มมีน้อย ถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมแวะอุดหนุนชาวสวนลับแลกันนะครับ..............