เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลองกอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลองกอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ถึงเวลาแต่งกิ่งลองกอง


0 ลองกองลับแล เป็นผลไม้ประจำถิ่นอีกอย่างหนึ่งที่ชาวลับแลปลูกกันมาก ว่ากันว่าลองกองลับแลไม่ได้ปลูกโดยใช้เมล็ดหรือกิ่งตอน แต่ชาวลับแลจะปลูกโดยใช้เมล็ดของลางสาดเพาะต้นกล้าก่อน แล้วนำต้นกล้าลางสาดที่โตพอสมควรนำไปปลูกไว้ในสวน พอต้นลางสาดโตได้ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซ.ม. ก็จะเปลี่ยนเป็นยอดลองกอง โดยเอายอดของลองกองมาเสียบหรือทาบ ก็จะได้ต้นลองกองแทนต้นลางสาดส่วนรากก็ยังเป็นลางสาดอยู่ เหตุนี้เองทำให้บางคนเรียกว่า..ลางกอง..โดยให้เหตุผลว่าเอายอดลองกองมาต่อกับกล้าลางสาด ..แต่ผมไม่เรียกครับ ผมเรียก..ลองกองลับแล..ถ้าเรียกตามเหตุผลที่กล่าวแล้ว ที่สวนผมเจ้าของเดิมปลูกต้น ลูกู ไว้  ผมเอาลองกองมาต่อ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร เช่น...ลูกอง..ลองกู..กูลอง..กองลู..


ลองกองลับแล
0 ต้นลองกองหลังเก็บเกี่ยวผล ต้นจะไม่โทรมมากนัก เพราะเป็นช่วงปลายฤดูฝน ใบจะหนาแน่น  กิ่งแซมจะมีมาก ช่วงนี้จึงต้องมีการแต่กิ่งออกบ้าง เพื่อให้กิ่งสมบูรณ์ และทำให้ทรงพุ่มโล่ง แมลงจะได้ไม่อาศัย การแต่งกิ่งบางสวนที่เป็นสวนเก่าก็จะไม่แต่งมากนัก เพียงแต่ตัดกิ่งที่แห้ง หรือไม่สมบูรณ์ออก แต่ที่สวนจันทร์ผาฯ เป็นสวนปลูกใหม่ ต้นกำลังโต จึงจำเป็นต้องตัดทั้งกิ่งที่ไม่ต้องการ และกิ่งที่แห้งไม่สมบูรณ์ออก
ต้องลองกองที่ยังไม่ได้ตัดแต่งกิ่ง
0 จากการแต่งกิ่งที่ทำให้ทรงพุ่มโล่ง ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน ถ้าปีนี้แล้งจัด ยอดลองกองก็จะแห้ง ทำให้กิ่งปลายยอดแห้ง ชาวสวนก็ต้องให้น้ำเพื่อรักษาใบและยอดไว้ แต่ถ้าไม่แต่งกิ่ง กิ่งก็จะชิดกันมาก เมื่อออกผลทำให้ช่อดอกมีมาก การแต่งช่อดอกก็ต้องเสียเวลา และผลที่ได้ช่อผลก็มักจะไม่ยาว
ต้นลองกองที่ตัดแต่งกิ่งแล้ว
0 การทำสวนมีปัญหา และอุปสรรคมาก ต้องเป็นผู้มีใจรักจริง ๆ ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้ แล้วรีบแก้ไข จะปล่อยเหมือนการปลูกแบบคนสมัยก่อน ๆ ที่ทำต่อ ๆ กันมาไม่ได้แล้วครับ สนใจเรื่องการปลูกลองกอง ทุเรียน หรือมีข้อแนะนำ เชิญนะครับที่สวนจันทร์ผาห้วยผึ้ง หมู่ 11 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โทร.สอบถามข้อมูล เรื่องสวน กล้าไม้ พันธุ์ไม้ หรือสั่งซื้อทุเรียนตามฤดูกาล ได้ที่  ป้าจำเนียร 086 928 4180

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ลองกองลับแล ออกสู่ตลาดแล้ว


ผลไม้ลับแล เมื่อใกล้หมดฤดูของทุเรียน ผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่จะออกตามมาก็คือ ลางสาด ลองกอง โดยปกติก็จะออกสู่ตลาดช่วงตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป จนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งราคาปลีกที่ขายให้นักท่องเที่ยวได้ชิมผลไม้ก็ไม่แพงนัก
ลองกองลับแล
ขณะนี้ลองกองจากสวนต่าง ๆ เริ่มตัดออกสู่ตลาด ซึ่งก็พอดีกับทางจังหวัดได้กำหนดจัดงานเทศกาลลางสาดลองกองหวานและสินค้า OTOP ซึ่งจะจัดช่วงวันที่ 110 กันยายน 2556 นี้ สถานที่จัดงานจัดบริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ในงานจะมีขบวนรถผลไม้ และธิดาชาวสวนจากทั้ง 9 อำเภอ การประกวดขบวนรถผลไม้ซึ่งจะเน้นการตกแต่งด้วยวัสดุจากธรรมชาติ การประกวดธิดาชาวสวน การประกวดผลไม้ลางสาด ลองกอง กระเช้าผลไม้ และสวนถาด นิทรรศการไม้ผลและนวัตกรรมทางการเกษตร เป็นงานเทศกาลผลไม้ที่ยิ่งใหญ่อีกงานหนึ่งของภาคเหนือครับ
ขบวนแห่พิธีเปิดงานเทศกาลลางสาดลองกองหวานและสินค้า OTOP
สำหรับราคาลองกองที่ตลาดเทศบาลหัวดง ที่แผงแม่ค้าปลีก ราคาประมาณ 20 30 บาท ส่วนแม่ค้าส่งรับซื้ออีกราคานะครับเพราะเขาซื้อจากชาวสวนครั้งละหลายตัน

ลองกองจากสวน สู่ตลาดผลไม้หัวดง
ช่วงนี้ถ้าท่านมีโอกาสไปอุตรดิตถ์ ก็อย่าลืมเลยไปเที่ยวตลาดผลไม้เทศบาลหัวดงนะครับ ลองกอง ลางสาดเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว สำหรับรสชาติก็หวานอร่อยเหมือนเดิมครับ ในวันหยุดมีโอกาสผ่านอุตรดิตถ์ ก็ขอเชิญชวนอุดหนุนลองกองของชาวลับแลบ้างนะครับ ปีนี้ปริมาณลองกองติดผลน้อย ราคาคงขยับขึ้นถ้าแม่ค้าส่งเข้ามารับซื้อครับ...

       

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

ผลไม้หลากหลายที่ลับแล

ช่วงนี้ฟ้าฝนเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ คือไม่ตกแบบพายุมาหรือกระหน่ำแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คือตกพอให้ความชุ่มชื้น แบบนี้ชาวนาดอนคือนาน้ำฟ้าก็แย่หน่อยเพราะไม่ค่อยมีน้ำขัง แต่ชาวสวนเริ่มลืมตาอ้าปากได้เพราะสามารถเข้าไปในสวนที่อยู่ในหุบเขาเก็บผลผลิตออกสู่ตลาดได้ แต่ก็ถูกกระแสราคาตลาดกระหน่ำแบบเกือบไม่เหลืออะไรเลย
ลางสาด ลองกองลับแล ยังออกเต็มตลาดทุกวัน
ลองกองลับแลตอนนี้ขอบอกว่าราคาชาวสวนเกือบอยู่ไม่ได้จริง ๆ คือเกรดรวมราคาส่งอยู่ที่ 17 บาท นี่ขนาดพอขายได้แต่บางวันก็ถูกกดราคาเหลือ 15 – 16 บาท คิดดูซิครับค่าคนงานตัด สวนที่อยู่ไกล ๆ ก็ตกกิโลละ 5บาท สวนใกล้หน่อยก็อยู่ที่ 4 บาท ใกล้บ้านสุดก็ตกกิโลละ 3 บาท ค่าน้ำมันบรรทุกออกมาส่งในตลาดอีกละครับ เกือบไม่เหลืออะไรถ้าให้แค่ 15 – 16 บาท ส่วนลางสาดนั้นราคาถูกมาก ขณะนี้เหลือกิโลละ 5-6 บาท แต่พอไปถึงมีผู้บริโภคลองกองเกือบ 30 บาท ลางสาดก็ 15 บาทขึ้นไป
กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม
ส้มโอ ราคาถูกมากลูกละไม่ถึง 10 บาท
ถึงอย่างไรในสวนก็ใช่ว่าจะมีเพียงลองกอง ลางสาดอย่างเดียว ผลไม้อื่นที่ชาวสวนหลายรายปลูกไว้ก็สารมารถเก็บมาส่งตลาดได้บ้าง ราคาก็พอไปได้ครับ ตอนนี้ที่สวนห้วยผึ้งฯ ก็มี ส้มโอ มะนาว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม พริกไทย แก้วมังกร ขนุนอ่อน ก็เก็บส่งตลาดพอได้เป็นค่าน้ำ ค่าปุ๋ย ไม่เดือนร้อนมากนัก
มะนาว ที่ลับแลราคาไม่แพง
พริกไทยอ่อน
ถึงอย่างไรก็ตาม ก็อยากจะให้ทุกท่านได้ช่วยอุดหนุนชาวสวนลองกอง ลางสาดลับแล อุตรดิตถ์บ้างนะครับ ผลไม้ในตลาดตอนนี้มีหลายประเภท อยากให้บนโต๊ะอาหารของท่านมีลองกอง ลางสาดลับแล อยู่อีกสักหนึ่งอย่างก็จะเป็นพระคุณครับ ส่วนทุเรียนหมอนทอง บางสวนก็ยังพอมี ราคาก็พอหาซื้อได้ ถ้าผ่านไปอุตรดิตถ์ช่วยแวะอุดหนุนชาวสวนลับแล ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ผลไม้จากสวน ที่อำเภอลับแลถือว่าเป็นการช่วยชาวสวนลับแลครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ปลูกจันทร์ผา ที่สวนห้วยผึ้ง ลับแล

ครั้งแรกที่ไปทำสวนที่บ้านห้วยผึ้ง หลังจากปรับปรุงบ้านเสร็จ ก็เริ่มหาไม้ดอก ไม้ประดับ ก็เลยมองหาไม้ประดับมาปลูก พอดีไปขอซื้อกล้าจันทน์ผาจากน้องที่ โรงพยาบาลลับแล เขาปลูกในกระถางที่ทำจากยางรถยนต์ มีต้นใหญ่และต้นเล็กอีกหลายต้น เขาคิดราคาไม่แพง   พอมาถึงก็แยกออกปลูกตามข้างทางขึ้นสวน บริเวณหน้าบ้านพัก ไม่น่าเชื่อไม้ประเภทนี้กลับงามวันงามคืน ทั้ง ๆ ที่หลายคนบอกว่าธรรมชาติของไม้ประเภทนี้ต้องอยู่บนหน้าผา ที่มีหินผาหรือในป่าลึก

 ปลูกได้ไม่กี่ปี ต้นใหญ่ที่สุดก็ออกดอก มีเมล็ดสุกสีแดง ผมก็จัดการเก็บมาขยี้เอาเปลือกออก เหลือแต่เม็ดในสีขาว ๆ คล้ายๆ เมล็ดพริกไทยแต่โตกว่า  แล้วผมก็ซื้อถาดเพาะต้นไม้หลุม เหมือนถาดใส่ไข่ นั่งหยอดทีละเม็ด ได้ทั้งหมด 5 ถาด   พอปีที่ 2  ก็ย้ายลงปลูกตามเขตแนวเนื้อที่  ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ไม่เป็นไร ถ้าตายปีหน้าก็ว่ากันใหม่ ตอนนี้ก็ยังมีกล้าเหลืออีกหลายสิบต้น ผมชอบไม้ประเภทนี้มาก เพราะปลูกแล้วใบเขียวดีดูไม่แห้งแล้ง  ด้วยเหตุนี้ผมจึงตั้งชื่อสวนว่า ห้วยผึ้ง จันทน์ผา ทั้ง ๆ ที่บริเวณป่าแถบนี้ไม่มีต้นจันทร์ผาเลย 

บริเวณบ้านพักผมยังมีลำไยเหลือไว้หลายต้น ตอนแรกผมก็หาซื้อกล้วยไม้พื้นเมืองบ้าง กล้วยไม้พันธุ์บ้าง มาปลูก โดยซื้อกระถางไม้มาใส่ ใหม่ ๆ ก็งามดี พอนานเข้ากระถางผุ ต้องเปลี่ยนบ่อย และมีเพื่อนหลายคนบอกว่าให้นำกระถางไปแขวนไว้ตามกิ่งใต้ต้นลำใย ผมก็ทำตาม สวยงามมากครับ
พอเผลอปลวกขึ้นกินเปลือกไม้ลำไย เลยเข้าไปกินกระถางกล้วยไม้ และกินกาบมะพร้าวในกระถาง เรามองไม่เห็น     ต้นกล้วยไม้เลยโทรมลง ๆ ตัดสินใจย้ายนำมาแขวนไว้ชายคาบ้านบ้าง โรงจอดรถบ้าง กระถางก็เปลี่ยนใหม่  โดยผมไปที่ร้านขายของเก่า ขอซื้อฝาครอบพัดลมมาหลายอัน และแวะร้านขายกระถางกล้วยไม้ ซื้อลวดแขวน  นำมาแขวนฝาครอบพัดลมแล้วย้ายกล้วยไม้มาลง  ตอนนี้เริ่มฟื้น และดูดีขึ้นหน่อย ฤดูฝนนี้คงงามเหมือนเดิมแล้วละครับ
ชายคาบ้านด้านรับแดด ผมซื้อไม้ไผ่ตงมาผ่า แล้วเอาต้นกระดุม หรือเบี้ย อะไรสักอย่าง (มีผู้ใหญ่เขาให้มา ) มาปลูก แล้วแขวนเป็นม่านบังแดดตอนบ่าย ๆ ถ้าอากาศร้อนจัดก็รดน้ำ ไอน้ำที่ไหลลงตามเครือโชยมา อากาศเย็ดครับ 
ช่วงปีหลัง ๆ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับไม้ประดับเท่าไหร่ เพราะผมไม่มีเวลา ดูแลแต่ไม้ผล จึงไม่ค่อยมีไม้ใหม่ ๆ ให้เห็น ตอนนี้พอมีเวลาบ้างคงต้องเริ่มพัฒนาบ้างแล้วละ เดี๋ยวมีแต่ผลไม้สวน ไม่มีไม้ดอกไม้ประดับเลย เสียชื่อชาวสวนมือใหม่สมัครเล่นหมด  ถ้าใครมีโอกาสผ่านไปอำเภอลับแล อยากขึ้นไปเที่ยว ก็บอกนะครับ หรือโทร.08-9208-9868 ได้เลยครับ
มีเพื่อน ๆ จากการไฟฟ้าแม่เมาะมาเที่ยวพักแรมที่สวน ยังได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน เห็นผมเอาแผ่น cd ไปแขวนตามต้นไม้ ถามผมว่าแขวนทำไม... ผมบอกว่า กันแมลง กันนก และที่สำคัญผมบอกว่า แผ่น cd  ให้แสงสีรุ้งเวลากระทบแสงแดด    น่าจะมีผลต่อต้นไม้บ้าง เพราะโบราณ เมื่อมีสุริยุปราคาครั้งใด ตา ยาย ยังให้ผมไปเคาะต้นไม้ และให้ตะโกนดัง ๆ ว่า  ดก ๆ ๆ   ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันละนะ  ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนั้นเอาไปทำตามหรือเปล่า หรือถ้าใครลองทำแล้วเป็นอย่างไร บอกกันบ้างนะครับ.....


วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

เมื่อผมเป็นคนสวน (วิถีชีวิต)

เดิมผมเป็นข้าราชการ ทางราชการให้โอการเกษียณก่อนกำหนด(เกษียณผิดปกติ) เลยขอใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิถีชีวิตตนเอง   ผมเคยถามตัวเองว่าเกษียณแล้วจะทำอะไร ผมก็ได้เตรียมตัวเองไว้พอสมควร เหตุเนื่องจาก ขณะที่รับราชการเมื่ออายุมากขึ้นที่ขาดไม่ได้ก็คือการออกกำลังกาย ผมเลือกการขี่จักรยาน ทุกเย็นก็จะขี่จักรยานไปเรื่อย ๆ ก็ดีครับ ได้เห็นสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  ได้สุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้น ผมเคยขี่จากจังหวัดตากถึงอุตรดิตถ์ จากจังหวัดนครสวรรค์ ถึงจังหวัดอยุธยา ผมใช้จักรยานราคาไม่ถึงหมื่นบาท เพราะเชื่อว่าสักวันถ้ากระแส หรือเพื่อนฝูงย้ายไป กลุ่มน้อยลง จักรยานก็จะเป็นของเก่าเก็บ  ผมเริ่มคิดใหม่ พอดีเมื่อปี 2549 เกิดน้ำท่วม ดินถล่มอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ บ้านที่ผมอาศัยอยู่ก็โดนหางเลขด้วย ผมจึงหาที่ทางที่ปลอดภัยสำรองไว้ โดยเลือกที่ ๆ หนึ่งซึ่งไม่เจริญมาก มีสภาพเป็นสวนและเป็นที่อยู่อาศัย ตั้งแต่นั้นมาผมก็เปลี่ยนจากการขี่จักรยาน เป็นทำสวน ปลูกต้นไม้ ถางหญ้า ทุกวัน สุขภาพร่างกายก็รู้สึกดีกว่าตอนขี่จักรยาน  เพราะขี่จักรยานต้องมีเวลาผลที่ได้คือสุขภาพ  แต่ทำสวน เดินดูต้นไม้ ได้ทั้งผลงานผลผลิต ได้ทั้งการออกกำลังกาย หลานท่านอาจคิดว่าแค่เดินในสวน จะได้ออกกำลังกายหรือ ผมขอบอกว่าเดินขึ้นเนินเขาครับ แค่จากประตูสวนถึงบ้านพัก และเดินรอบ ๆ ดูแลต้นไม้ ก็ได้เหงื่อแล้ว  ผลได้ที่คาดไม่ถึงคือเมื่อผลผลิตสวนออก คนที่มีความสุขคือตัวเรา และคนในครอบครัว ลูก ๆ  ได้มีที่พักผ่อน รวมทั้งได้นำผลผลิตไปฝากเพื่อนฝูง ญาติผู้ใหญ่ด้วย ที่เหลือก็ขายได้ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย


ที่นั่งทำงานเมื่อครั้งก่อน
   ที่นั่งทำงานปัจจุบัน
จากปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ผมปรับปรุง ปลูกผลไม้ ทุกชนิดในสวน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลองกอง มะปราง มะไฟ มะเฟือง มะละกอ กล้วย กระท้อน ฯลฯ   ส่วนใหญ่ชาวลับแล มักจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่นทุเรียน กับลองกอง ก็ทำแค่นั้น พอหมดฤดูช่วงผลผลิต ประมาณเดือน กันยายน ก็จะไม่มีผลไม้อื่นอีกก็จะพักผ่อน ส่วนผมเมื่อหมดทุเรียน ลองกอง ผมจะต้องเตรียมดูและมะปราง หมดมะปรางก็ต้องดูแล มะม่วง มะไฟ กระท้อน พอหมดกระท้อนก็จะเริ่มวนกลับเป็นทุเรียน ลองกองฯ  จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ผมต้องดูแลสวนทุกวัน ส่วยพืชแซมเช่น สับปะรด ชะอม หน่อไม้ไผ่ มะนาว กล้วย มะละกอ ให้ผลผลิตตลอดปี ทำอาหารบ้าง นำไปขายบ้าง

วันนี้ใช้วิถีชีวิตคนสวน
เมื่อไปสวนทุกวัน วิถีชีวิตก็เปลี่ยน จากที่เคยเที่ยวดื่มกิน ก็จะชวนเพื่อนฝูงมาที่สวน มาที่บ้าน สังคมเดิมก็ไม่ได้เปลี่ยนไป กลับได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์การทำสวนผลไม้  และได้เอื้อเฟื้อน้อง ๆ ที่คิดจะปลูกผลไม้ไว้ในบ้าน เช่น ไผ่ ขนุน มะปราง แก้วมังกร  ได้ให้พันธุ์ไปหลายราย เมื่อก่อนดื่มกินกันที่ร้านในเมือง เมาแล้วกลับบ้านมือเปล่า เดี๋ยวนี้เพื่อนฝูง น้อง ๆ มาทานที่บ้าน ที่สวนแล้วได้พันธุ์ไม้ ผลไม้กลับบ้านด้วย 
ตอนที่รับราชการ เวลาไปประชุมสัมมนาต่างจังหวัด ก็จะซื้อของฝากกลับบ้าน แต่พอเริ่มทำสวนมองหาพันธุ์ไม้กลับบ้าน เช่น กิ่งพันธุ์ส้มโอที่ชัยนาท  ไผ่ตงลืมแล้งที่นครสวรรค์  สะตอที่หลังสวนชุมพร ฯลฯ วิถีชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป  วันที่ทางกระทรวงฯ จัดเลี้ยงเกษียณ ท่านรองปลัดกระทรวงฯถามผู้เกษียนว่าเกษียนแล้วจะไปทำอะไร บางคนก็ตอบว่าดูแลหอพัก บางคนก็จะท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ บางคนก็เลี้ยงหลาน  ผมตอบว่าผมจะทำสวน ผมจะย้อนกระแสสังคมดูบ้าง เพราะเที่ยวก็ไปมามากแล้ว  บ้านเช่าก็มี ค้าขายก็เคยทำมาแล้ว  ก็เลยคิดทำสวน ไม่ได้คิดเล่น ๆ นะ ทำมา 5 – 6 ปี การทำสวนของผมไม่ใช่นั่งสั่งคนงาน ผมทำเองทุกอย่าง เลือกพันธุ์ ขุดหลุมปลูก ตัดแต่งกิ่ง ดูแล ตัดหญ้าถ้าไม่ไหวก็มีคนงานช่วย รดน้ำ ให้ปุ๋ย พ่นสารกันแมลง ให้ฮอร์โมนเร่งดอก เร่งผล ทำเองทุกอย่าง และแล้ววันนี้ก็มีผลผลิตให้เชยชมแล้ว

ได้ต้อนรับเพื่อนฝูง

น้อง ๆ ตำรวจมาพักผ่อน


น้อง ๆ สาธารณสุขมาสังสรรค์
ความสุขของคนเรา อยู่ที่ใจ อยู่ที่สุขภาพกาย ทำอย่างไรเราจะทำได้ทั้งสองอย่างนี้ บางคนก็ออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ บางคนก็เข้าวัดปฏิบัติธรรม  แต่ผมขอปฏิบัติกับธรรมชาติ ได้ทั้งสุขกาย สุขใจ สุขครอบครัว  และญาติพี่น้อง ด้วยครับ




               สวนห้วยผึ้ง..จันทร์ผา ยินดีต้อนรับ