เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนผลไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สวนผลไม้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกแก้วมังกร ให้ผลดีที่สวนห้วยผึ้งจันผา อ.ลับแล

ขณะที่ผมรับราชการนั้น  มีโอกาสรับผิดชอบเขตอำเภอน้ำปาด ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นภูเขา ขณะเข้าไปเยี่ยมหน่วยงานระดับตำบลแห่งหนึ่งในหุบเขา (ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำหลาก ดินถล่มในปัจจุบัน)  เห็นชาวบ้านบางครอบครัวปลูกแก้วมังกร สอบถามว่าได้ต้นพันธุ์มาจากชลบุรี และเก็บผลผลิตก็ส่งจังหวัดชลบุรีเท่านั้น  จึงขอซื้อกิ่งพันธุ์ที่ชาวสวนปักชำไว้ ตอนนั้นเจ้าของสวนคิดกิ่งละ 5 บาท ซื้อมาหลายกิ่งเหมือนกัน
ปลูกง่ายปลูกได้ทุกฤดู
ผมเริ่มทำสวนใหม่ ๆ ต้นทุเรียน ลองกอง ยังไม่โตมากนัก เลยคิดว่าการปลูกแก้วมังกรซึ่งเป็นไม้เสริมรายได้ขณะรอผลผลิตทุเรียน ลองกองน่าจะดี จึงสั่งท่อใยหินขนาด 6 นิ้ว จำนวน 100 ท่อน เพื่อทำเป็นหลัก จ้างคนงานขุดหลุมฝักท่อลงไปประมาณ 50 เซนติเมตร  เทปูนซีเมนต์ที่ฐาน ส่วนในรูท่อใช้ไม้ไผ่ผ่าแล้วเสียบลงตรงกลางรู เทปูนกรอกให้เต็ม ปลายท่อด้านบนก็เจาะรู 4 รูแล้วสอดเหล็กขนาด 4 หุนไขว้กันเป็นกากบาท นำยางรถจักรยานยนต์มาวาง มัดด้วยลวด การเตรียมหลักก็แล้วเสร็จ  แล้วจึงปลูกกิ่งพันธุ์แก้วมังกรที่ซื้อมาหลักละ 2-3 กิ่ง  การปลูกที่สวนผมไม่ได้มีการจัดโซน ที่ตรงไหนว่าง ต้องการปลูกตรงไหนก็ปลูกเลย เพราะคิดว่าถ้าต้นทุเรียน ลองกอง โตก็จะต้องเอาออกอยู่แล้ว

ตัดกิ่งเก่าออกบ้าง

แก้วมังกรที่วางขายในตลาดที่ชาวสวนปลูกในพื้นที่ทั่วไปก็จะมี 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์เนื้อในสีขาว และพันธุ์เนื้อในสีแดง ที่ได้กิ่งพันธุ์มาจาก อำเภอน้ำปาดเป็นพันธุ์เนื้อในสีขาว  ผมก็เลยต้องไปหาซื้อกิ่งพันธุ์เนื้อในสีแดงมาปลูกบ้าง ก็ได้มาสมใจ จากร้านขายพันธุ์ไม้ในตัวจังหวัด
 
เริ่มออกดอกคอยดูแลเรื่องมด
แก้วมังกรที่ปลูกเจริญงอกงามดีมากให้ผลเร็ว ส่วนปัญหาของการปลูกแก้วมังกร ก็มีมด มากัดกินดอก และผล ก็ใช้ยาฆ่ามดผสมอาหารวางไว้ตามโคนหลัก มดก็จะไม่มีมดมารบกวน  ส่วนที่ชาวสวนกลัวอีกอย่างก็คือตัวทาก หรือหอยทาก จะขึ้นกัดกินยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน ทำให้เสียหาย ที่สวนผมใช้กากกาแฟสดที่ร้านกาแฟสดเขาทิ้ง นำมาผสมกับกากน้ำตาล ใส่จุลินทรีย์หมักทิ้งไว้ เวลาจะมีทากมารบกวน ก็จะเอาทั้งน้ำทั้งกาก ผสมน้ำเปล่าไปราด หรือฉีดทากหรือหอยทากก็จะหนีไป
ดอกบางส่วยเริ่มแห้ง บางดอกเริ่มบาน
เมื่อดูแลจนผลโตแล้วก็รอให้สุก การเก็บก็ต้องรอให้ผลออกสีแดงและมีเม็ดสีทองจุดเล็ก ๆ ปรากฎที่ผล แสดงแก่จัดแล้ว เมื่อตัดไปรับประทานรสชาติจะหวานนำ ไม่เปรี้ยว 
 
รอให้ผลสุกเต็มที่
ปัญหาที่ตามมาหลังปลูกได้ 2-3 ปี คือยอดแก้วมังกรออกมาก ต้องคอยตัดแต่งกิ่งเก่าทิ้ง ไม่เช่นนั้นยอดจะมีน้ำหนักมากทำให้หลักหัก หรือล้ม มีน้องที่มาจากปราจีนบุรี อยากปลูกบ้าง ผมก็ได้ตัดยอดพันธุ์ให้ไป และแนะนำให้ใช้ท่อใยหินหน้า 8 นิ้วเป็นหลัก  ปัญหาเรื่องหลักหักจะได้ไม่มี     การตัดยอดพันธุ์ เมื่อท่านตัดไปแล้วท่านต้องสังเกตว่าด้านไหนยอด ด้านไหนโคน ส่วนมากจะสังเกตจากหนามถ้าหนามตั้ง เป็นด้านยอด แต่ถ้าท่านตัดจากหลักที่ล้มนาน ๆ หนามจะไม่ตั้งไปตามยอด จะสังเกตยาก  ถ้าท่านไม่แน่ใจให้เอายอดพันธุ์วางไว้ในที่ร่ม รดน้ำนานๆ ครั้ง ไม่ช้ายอดใหม่ก็จะแตกออกตามตาหนามแล้วจึงนำไปปลูก
 
ปัญหาเมื่อมียอดมาก ก็จะหัก หรือล้ม

แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล รับประทานได้น้ำตาลไม่สูง เหมาะสำหรับคนที่กลัวน้ำหนักเพิ่ม และที่สำคัญปลูกง่าย ดูแลง่าย ให้ผลเร็ว บางคนปลูกในวงซีเมนต์ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีเหมือนกัน ถ้าท่านชอบรับประทานแก้วมังกร ก็ลองหากิ่งพันธุ์มาปลูกไว้หน้าบ้าน หรือหลังบ้าน สัก 2-3 หลัก ก็จะได้ผลผลิตพอรับประทานในครัวเรือน ไม่ต้องซื้อที่ตลาดเดี๋ยวนี้กิโลละ 20 กว่าบาท แค่ 1-2 ลูก ก็กิโลแล้ว ลองดูนะครับ......ตอนนี้แก้วมังกรที่สวนห้วยผึ้ง-จันทน์ผา ลับแล เริ่มมีผลผลิตออกแล้วครับ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวก็เชิญที่สวน ตอนนี้มีหลักล้มหลายต้น จะให้ยอดพันธุ์สำหรับท่านที่ต้องการปลูกไว้รับประทานเอง แต่ถ้าท่านที่จะนำไปปลูกเป็นรายได้ ก็ขอค่าน้ำ ค่าปุ๋ยบ้างครับ....
ผลผลิตเริ่มสู่ตลาด

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลไม้จากสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา เมื่อฝนตกชุก

เมื่อคืน เวลา 21.45 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2555 ฝนตกในเขตตำบลแม่พูลอย่างหนัก คาดว่ามีพื้นที่บางแห่งต้องเจอน้ำท่วมแน่ รีบตื่นแต่เช้ามาไปดูน้ำที่ลำเหมืองตั้งแต่ยังไม่ 6 นาฬิกา น้ำเพิ่มขึ้นนิดหน่อย โล่งอกไป ขออย่าให้มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีกเลย
 กลับมาบ้านทานกาแฟเสร็จ รีบเดินทางเข้าสวน เพราะกลัวว่าฝนตกแรงขนาดนั้น ต้นไม้ต้องล้ม หรือกิ่งหักแน่ พอไปถึงสวนกลับเป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โล่งอกไปที
ไหน ๆ ก็มาถึงสวนแล้ว เลยเดินดูทุเรียนที่เหลือยังไม่ได้ตัด มีสุกร่วงอีก 4 – 5 ลูก ไปดูหน่อไม้ ปรากฏว่ามีเป็นจำนวนมาก เลยตัดออกมาหวังจะเอาไปขาย แต่ช่วงนี้ทุกสวนที่ปลูกก็ตัดออกมาขายเหมือนกัน คงขายยากเพราะเป็นตลาดพื้นบ้านส่วนใหญ่ชาวบ้านก็ปลูกกันอยู่แล้ว  การตัดหน่อไม้ของชาวลับแลไม่ใช่ใช้มีดตัดหน่อที่พ้นดินนะครับ เขาจะใช้เสียมขุดลงไปตัดที่ใต้ดินนะครับ จะได้หน่ออ่อนน่ารับประทานมาก ส่วนหน่อที่พ้นดินเขาจะนำมาทำหน่อไม้ดอง (ล้บแลเรียกสับส้มครับ)   การตัดหน่อไม้ในบรรยากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างนี้สุดยอดอย่าบอกใคร ยุงมากจริง ๆ ทั้งเหนื่อย ฝนก็พรำ ๆ ยุงก็เหมือนกับจะหามเราไปแนะ
ขณะที่ขับรถกลับบ้านแวะโน่น แวะนี่ แจกหน่อไม้ให้กับคนที่ชอบพอกันไปหลายหน่อ เลือกลับบ้านประมาณ 3เข่งกับอีก  2 ถุงปุ๋ย ไม่ขายแล้ว เดี๋ยวจะให้คุณยายข้างบ้านทำเป็นหน่อไม้ดอง  
สำหรับทุเรียนหลงลับแลที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ก็ยังคงมีจำหน่ายเหมือนเดิม ราคาก็ยังคงปกติ ท่านที่ต้องการรับประทานตอนนี้ก็ยังมีครับ ส่วนหมอนทองบางสวนก็ยังมีมาก ตอนนี้มีรถห้องเย็นมารับซื้อถึงที่ ไม่ห่วงชาวสวนหมอนทองมากนัก  ทุเรียนพื้นเมืองก็เริ่มสุกหล่นเป็นสวนมาก และแม่ค้าที่แปรรูปเป็นทุเรียนกวนก็รับซื้อไม่อั้นเหมือนกัน เป็นอันว่าระยะนี้ทุเรียนที่ลับแลก็ยังมีให้ชิมเหมือนเดิม จะซื้อหาก็เชิญครับ เพราะถ้าฝนชุกรสชาติจะไม่อร่อยนะครับ

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลากกล้าทุเรียนไปปลูก ลากลูกทุเรียนออกมาขาย

หลายคนที่คิดจะทำสวนทุเรียนที่ลับแล มักจะท้อว่าปลูกแล้วอีก 8 – 10 ปี หรือนานกว่านั้นถึงจะได้ผล ชาวบ้านบางหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านห้วยผึ้ง จึงไม่นิยมปลูกทุเรียน สาเหตุคงคิดว่าทุเรียนปลูกตอนนี้นานอีกเป็นสิบปีจึงจะได้ผล ฉะนั้นไม่แปลกเลยที่พอเห็นผมลากกล้าทุเรียนผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงพูดว่าปลูกตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กิน
ต้นนี้ปลูกเมื่อปี 49 ปีนี้ติดลูกปีที่ 2
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้จ้างคนงานไปถางหญ้าที่สวน เลยออกมาซื้อน้ำแข็งที่หมู่บ้านทุ่งเอี้ยง เจ้าของร้านที่ผมซื้อของประจำชวนคุยเรื่องผลผลิต เขาเห็นผมลากทุเรียนไปปลูกเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว ตอนนี้ผมลากลูกทุเรียนออกมาขายที่ตลาดผลไม้หัวดง
                                          ลากกล้าทุเรียนไปปลูก                                   ลากลูกทุเรียนออกมาขาย
ทุเรียนที่เห็นเป็นทุเรียนที่คัดตัดแก่จัด  ส่วนที่ตัดก่อนหน้านี้  1 สัปดาห์ ตัดได้ 350 กก.
ตอนนี้ชาวบ้านที่มีสวนว่างเปล่าที่ใกล้ ๆ สวนห้วยผึ้งจันทร์ผาเริ่มปลูกทุเรียนกันมาก แต่วิธีการปลูกก็ยังไม่อิงธรรมชาติ คือตัดต้นไม้ที่มีพุ่มใบต้นใหญ่ที่จะเป็นร่มเงาออกหมด แล้วจึงปลูกทุเรียนใช้สะแลนมุงหรือใช้ถุงปุ๋ยฉีกแผ่มุง ทำให้อัตราการตายสูง เมื่อเจอสภาพอากาศแล้ง ไม่มีฝนในช่วงก่อนหน้านี้
หน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์
พื้นที่ลับแลที่แล้งจัด ไม่สามารถปลูกทุเรียนได้ แต่ก็สามารถปลูกมะปรางเปรี้ยว มะยงชิด มะไฟ มะม่วง มะขามป้อม แต่ก่อนปลูกไม่ว่าจะปลูกทุเรียนหรือผลไม้อื่น ๆ ต้องปลูกกล้วยก่อน เพื่อเป็นไม้ร่มเงาสร้างความชื้นให้แก่สวน
กล้วยหอมเขียว                                             กล้วยน้ำว้าพื้นบ้าน
กล้วยที่ปลูกในสวนห้วยผึ้งฯ ผมปลูกทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยเล็บมือนาง เพื่อเป็นไม้ร่มเงา ได้ผลก็เก็บไปขาย ถึงแม้ว่าแม่ค้าจะให้ราคาถูกมาก ขายมา 4-5 ปี ได้ราคาหวีละ 3-4  บาทตลอด
กล้วยน้ำว้าพันธุ์ต้นโต เครือใหญ่มากมี 14 หวี
พื้นที่ของจังหวัดอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ปลูกกล้วยก่อนมักจะไม่ได้ผล น้องชายที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่น้ำท่วม เขายกร่อง แล้วปลูกมะม่วง มะปราง  ได้ผลดีมาก นี่ก็ขอหน่อกล้วยเล็บมือนาง ยังไม่ได้เอาไปให้เลย คิดว่าจะลงไปแล้วจะนำพันธุ์ไม้อื่นๆ ไปให้ปลูกด้วย  และหลานชายที่จังหวัดนครนายกยังมาขอหน่อกล้วยจากสวนห้วยผึ้งฯไปปลูก ตอนนี้เริ่มเห็นผลแล้ว แต่หลานชายก็ยังเอากล้ามะยงชิดมาฝากเหมือนกันนะ ตอนนี้ปลูกเห็นผลแล้วเหมือนกัน
มะยงชิดต้นนี้ปลูกไว้หน้าบ้านสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา ให้ผลผลิตมา 3 ปี
มะยงชิดช่วงออกดอก
  • ท่านที่คิดจะปลูกทุเรียนหรือผลไม้อื่น ๆ ในที่โล่งแจ้ง ควรที่จะปลูกกล้วยก่อน แล้วจึงปลูกต้นไม้ที่ต้องการไว้แต่อย่าให้ใกล้กอกล้วยมากนัก เพราะเมื่อโตเวลาลมพัดต้นกล้วยล้มจะทับไม้หลักเสียหาย  เคยบอกญาติพี่น้องเสมอว่า ถ้าคิดจะปลูกต้นไม้ผล อย่ามัวแต่คิด ให้ลงมือปลูกเลย ผลไม้อะไรที่ชอบให้ปลูกไปก่อน เมื่อโตแล้วจึงเปลี่ยนยอดเป็นสายพันธุ์ที่ชอบ  วิธีเปลี่ยนยอด ก็มีตั้งหลายวิธีแล้วจะนำมาเสนอต่อไป ท่านจะไม่ลองปลูกไว้ที่บ้านสักต้นหรือครับ........

วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พายุฝนสร้างความเสียหายให้ชาวสวนลับแล

เมื่อปี 2549  ประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นมา มีฝนตกลงมาตลอด จนเกิดน้ำท่วม ดินโคลนถล่มเมืองลับแล ซึ่งครั้งนั้นสร้างความเสียหายแก่ชาวลับแลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพืชสวน ไร่นา ชีวิต และทรัพย์สิน ครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำของชาวลับแลตลอดมา  และปีนี้ก็เช่นกัน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เป็นต้นมา เกิดพายุฤดูร้อน พัดบ้านเรือนในเขตอำเภอลับแลเสียหายหลายหมู่บ้าน และต่อมาในจังหวัดอุตรดิตถ์ฝนตกชุกมากขึ้น ทำให้มีน้ำหลาก ถนนถูกตัดขาดหลายแห่งในอำเภอตอนเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์
 ฝนกำลังพัดปกคลุมพื้นที่ลับแล
ฝนตกหนักเมื่อ 27 พฤษภา 2555
-ผมเคยพูดเสมอว่า สิ่งที่ทำให้การทำสวนไม่ประสบผลสำเร็จมีอยู่ด้วยกัน 3 ม. คือ  1.แมลง 2.มีด 3.ไม่มีน้ำ
1.  แมลง  คือเมื่อทำสวนแล้ว ขณะที่พืชผลแตกใบอ่อน หรือผลอ่อน หรือผลใกล้สุก ก็จะมีแมลงมารบกวน กันกินใบอ่อน ผลอ่อน หรือแมลงวันทองเจาะผลแล้วไข่ทำให้ตัวอ่อนไชเข้าผลเมื่อสุก ชาวสวนก็จะพ่นยาฆ่าแมลงป้องกันหรือกำจัด
        แต่มีแมลงอีกชนิดหนึ่ง ที่ยาฆ่าแมลงชนิดใดก็กำจัดไม่ได้นั่นคือ..แมงตะกร้า แมลงชนิดนี้ที่เรารู้จักกันทั่วไปว่า....ขโมย  ถ้ามันเอาตะกร้าไปใส่ด้วยรับรองว่าหมดสวนแน่ ชาวสวนกลัวกันนัก  เมื่อ 2-3 วันก็มีข่าวดังของลับแล ว่าจับแมงตะกร้าได้แล้วเอามัดติดต้นทุเรียน แล้วจึงไปแจ้งตำรวจ
2.  มีด เมื่อเราทำสวน เราก็จะต้องถางหญ้า เพื่อไม่ให้คลุมต้นเล็ก ๆ หรือกำจัดที่อยู่อาศัยของหนู และแมลงต่าง ๆ ถ้าคนถางสวนไม่รู้จักต้นไม้ว่าต้นนี้คือ ลองกอง ต้นนี้คือ ทุเรียน ก็จะถางออกหมด หรือถ้ารู้จักขณะถางไม่ระมัดระวัง ใบมีดตัดหญ้าก็จะถางต้นเล็ก ๆ ขาดหมด บางคนต้นใหญ่ก็ตัดอ้างว่าถูกตอไม้บังคับไม่ได้ อย่างนี้ก็เสียเวลาปลูกใหม่
3.  ไม่มีน้ำ สวนบางสวนปลูกแล้วต้องให้น้ำ ตั้งแต่ปลูกใหม่ ๆ จนกระทั่งการให้น้ำบังคับให้ออกดอก หรือให้เพื่อให้ผลเจริญเติบโต  ที่ผมใช้คำว่าบางสวนก็เพราะถ้าเป็นสวนที่อยู่ในหุบเขาลึก ๆ จะไม่มีการดูแลให้น้ำ ใส่ปุ๋ย ปลูกตามธรรมชาติ ถึงเวลาก็ไปถางหญ้า พอออกผลก็ไปเก็บ นาน ๆ ก็ให้ปุ๋ยเสียที
แก้วมังกรหักหลายหลัก
-แต่เดี๋ยวนี้มีเหตุที่ทำให้ทำสวนไม่ประสบผลสำเร็จมีเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง คือ พายุฝน นอกจากจะนำความชุ่มชื้นมาให้ยังกลับมีลมพายุพัดกระหน่ำรุนแรง ทำให้ต้นไม้โคน กิ่งหัก เสียหายหลายสวน บางสวนทุเรียนโค่นเกือบหมด ชาวสวนเรียกว่าทางลมผ่าน 
ต้นกระท้อนหักขวางทางขึ้นสวน
ต้นที่หักกำลังติดลูก
ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน เมื่อคืนวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก ตอนเช้าเข้าไปดูสวนปรากฏว่า กิ่งกระท้อนหัก แก้วมังกรล้มหลายต้น......นี่แหละครับผลกระทบจากพายุฝน ที่ชาวสวนต้องรับโดยไม่เต็มใจ.....


วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ที่ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง


จากที่เคยเขียนไว้ในตอนแรกๆ ว่าทุเรียนลับแล จะเป็นทุเรียนช่วงสุดท้ายของฤดูกาลรับประทานทุเรียน เพราะผลไม้สุกใต้ขึ้นเหนือ ข้าวปลานาเกลือสุกเหนือลงใต้ ฉะนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ออกสู่ตลาดมากที่สุด ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
                     หลงลับแล                                                         หลินลับแล                                                   หมอนทอง
จากที่มีทุเรียนทุกสายพันธุ์ออกสู่ตลาดมากที่สุด ทางเทศบาลหัวดง จึงจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม  ถึง 3 มิถุนายน 2555 จัดงาน ณ ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ก็คงเหมือนเช่นทุกปี จะมีการประกวดทุเรียนพันธุ์ต่าง ๆ และมีชาวสวนนำทุเรียนมาจำหน่ายในงานด้วย กลางคืนก็มีดนตรีชื่อดังมาแสดงให้ชม
ป้ายประชาสัมพันธ์
ท่านที่ไปเที่ยวอุตรดิตถ์ ก็อย่าลืมไปเที่ยวตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง และขอเชิญชวนท่านไปเที่ยวงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ขับรถเลยไปอีกประมาณ 500 เมตร เลยปั้มน้ำมันไปนิดเดียว ก็จะถึงศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง   ท่านสามารถเลือกซื้อทุเรียนหลง-หลินลับแล ทุเรียนหมอนทอง หรือถ้าชอบแบบเดิม ๆ ก็เลือกทุเรียนพื้นเมือง เหมาะสำหรับทำน้ำกะทิทุเรียน หอมหวาน กลิ่นหอมของทุเรียนแรงดีเหลือเกิน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด สินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองเช่นหมี่พัน ข้าวแคบ ข้าวพันผัก สินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย
                                  ทุเรียนทอด                                                                    ทุเรียนกวน
อย่าลืมแวะแผงจำหน่ายของ สวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง ให้กำลังใจกันบ้างนะครับ ถ้าหาแผงไม่เจอก็โทรศัพท์หาคุณจำเนียร หมายเลข0869284180