เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะกล้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะกล้า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนหลินลับแล คนชอบทานควรรู้

  •  ทุเรียนที่ปลูกในอำเภอลับแล มีหลายหลากสายพันธุ์ แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือทุเรียนพื้นเมือง ซึ่งมีการพัฒนาพันธุ์จนเป็นที่ต้องการของตลาด นั่นคือทุเรียนพันธุ์ หลงลับแล และหลินลับแล ส่วนทุเรียนพันธุ์ที่นิยมปลูกอีกสายพันธุ์หนึ่งคือทุเรียนหมอนทอง ซึ่งปัจจุบันทุเรียนหมอนทองเป็นทุเรียนเศรษฐกิจ มีรถห้องเย็นไปคอยรับซื้อถึงที่ ชาวสวนจึงนิยมปลูกทุเรียน 3 สายพันธุ์นี้มากที่สุด
ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง
  •  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้หัวดง ท่านจะลานตาไปหมด ไม่ทราบว่ากองไหนเป็นหลง กองไหนเป็นหลิน กองไหนเป็นหมอนทอง กองไหนเป็นทุเรียนพื้นเมือง นอกเสียจากแม่ค้าจะเขียนป้ายบอกไว้ ถ้าดูไม่เป็นบางทีก็ได้ทุเรียนพื้นเมืองธรรมดามารับประทานก็มี
 ลักษณะผลหลงลับแล
เนื้อหลงลับแล
  • ข้อสังเกตทุเรียนหลงลับแลมีผลขนาดเล็ก ถึงขนาดปานกลาง ไม่ปรากฏว่าทุเรียนหลงลับแลมีขนาดจัมโบ้ น้ำหนักตกผลละ ครึ่งกิโลกรัม ถึง ไม่เกิน 4 กิโลกรัม ลักษณะผลส่วนใหญ่เป็นรูปไข่ บางสายพันธุ์รูปทรเหมือนพื้นเมืองทั่วไป  เห็นพูเป็นลอนชัดเจน รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุนมาก

ลักษณะผลหลินลับแล
เนื้อหลินลับแล
  •  ส่วนทุเรียนหลินลับแล  มีผลขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1 กิโลกรัม ถึง 2 กิโลกรัม ลักษณะผลเหมือนทรงกระบอกรพูลอนไม่ใหญ่ ส่วนนี้บางลอนถ้าปลอกแล้วจะเห็นเนื้อเป็นลิ่ม ๆ ไม่มีเมล็ด รสชาติหวานอ่อน มัน กลิ่นอ่อน  
ลักษณะผลหมอนทอง
  • สำหรับทุเรียนหมอนทองคงไม่มีปัญหา เพราะเป็นทุเรียนผลใหญ่ ลักษณะผลก็มีตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป จนจัมโบ้ พูลอนเนื้อเมล็ดใหญ่ชัดเจน รสชาติ เนื้อจะไม่แน่น รสหวาน มัน กลิ่นฉุนปานกลาง
  • และยอดนิยมสำหรับชาวบ้านทั่วไป ที่จะนำไปทำน้ำกะทิทุเรียน หรือ นำไปเลี้ยงคนจำนวนมาก เวลาลงแขกปลูกข้าวโพด หรือปลูกอ้อย หรือจะนำไปกวน ก็นี่เลยครับ ทุเรียนพื้นเมือง ลักษณะผลมีทั่วไป ของทุเรียน แต่เนื้อน้อย เมล็ดใหญ่ กลิ่นฉุนมาก
ลักษณะผลพื้นเมือง
  • มีคำกล่าวจากผู้ใหญ่ที่เคยรับประทานบอกว่า ถ้าจะทานให้อร่อยต้องทานหลงลับแล แต่ถ้าจะทานแค่พอให้ได้รสชาติให้ทานหลินลับแล แต่ถ้าจะทานให้อิ่มให้ทานหมอนลับแล ฉะนั้นถ้าท่านมาซื้อทุเรียนก็ต้องสอบถามผู้ขายให้ชัดเจนว่าอันไหนหลง อันไหนหลิน เพราะหลินบางลูกนำไปปลอกที่บ้านปรากฏว่าไม่มีเนื้อเมล็ด มีแต่เป็นลิ่มๆ เท่านั้น ต้องตกลงกับผู้ขายให้ดีนะครับ เพราะของอย่างนี้มีเปลือกหุ้ม มองไม่เห็น คงต้องใช้ประสบการณ์ ของแต่ละท่านครับ

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

มะไฟลับแล ผลไม้ที่ออกปลายเมษา

เมืองลับแล เมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้  คำกล่าวที่ว่าคงไม่เกินความจริงมากนัก เพราะจะมีผลผลิตของพืชสวนออกทั้งปี เกือบทุกฤดูกาลของผลไม้ ใครจะเชื่อบ้างว่า มีผลสละของชาวลับแลออกวางขาย มีสะตอของชาวลับแลออกวางขาย ราคาก็ถูกกว่าของภาคใต้ด้วย อะโวคาโด  ผลไม้ที่ไม่คุ้นของคนไทยก็ปลูกได้ที่ลับแล ช่วงปลายเดือนเมษา นอกจากจะเริ่มมีทุเรียน มังคุด ออกช่วงนี้แล้ว ยังมีมะไฟ ออกมาวางจำหน่ายในราคาถูกอีกด้วย


 ทรงพุ่มมะไฟเหรียญทอง
มะไฟ เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก  มะไฟที่ปลูกในอำเภอลับแล ส่วนใหญ่มี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไข่เต่า ซึ่งถ้าอยู่ในที่ชื้นลูกก็จะโต ลักษณะผลส่วนใหญ่จะมี 3 พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 3 เมล็ด ถ้าลูกเล็กก็จะมี 2 พู  สุกแล้วรสหวาน  อมเปรี้ยวเล็กน้อย  เปลือกจะหนาเหมาะสำหรับขนส่งไกล ๆ
มะไฟไข่เต่า เมื่อปลอกเปลือกมี 2 - 3 เมล็ด
ส่วนอีกสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ พันธุ์เหรียญทอง  มะไฟพันธุ์นี้ลูกจะโตกว่ามะไฟไข่เต่า  ผลมี  พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 4 เมล็ด สุกจัดแล้วรสจะหวาน บางคนชอบรับประทานหวานอมเปรี้ยว ก็เลือกรับประทานได้เลือกลูกที่สุกแต่ส่วนที่ติดขวั้นยังเขียวเล็กน้อย
มะไฟเหรียญทองเมื่อปลอกเปลือกมี 4 เมล็ด

วิธีปลูกก็ใช้ได้ทั้งการเพาะกล้าเมล็ด และตอนกิ่ง   การปลูกโดยเพาะเมล็ดก็จะใช้เวลานานกว่าจะไดผลผลิต แต่ถ้าซื้อกิ่งตอนที่เขาตอนขายมาปลูกก็จะได้ผลผลิตเร็วยิ่งขึ้น   ส่วนคนที่ปลูกมะไฟสายพันธุ์พื้นเมือง มะไฟป่า หรือสายพันธุ์อื่นไว้ อยากจะให้เป็นพันธุ์เหรียญทอง หรือไข่เต่าดูบ้าง ก็เลือกยอดของพันธุ์ที่ชอบ ยอดที่อวบ อั้นยอดแล้วคือไม่มียอดอ่อน   ตัดยาวประมาณ 3 – 4 นิ้ว เด็ดใบออกให้หมด แล้วนำไปต่อยอดต้นเดิม จะเป็นการต่อโดยเสียบยอด หรือทาบยอดลงบนกิ่งก็ได้ ท่านก็จะได้มะไฟพันธุ์เหรียญทอง หรือพันธุ์ไข่เต่าไว้รับประทาน ผลไม้ชนิดนี้ บางจังหวัดที่เคยมีปลูก เดี๋ยวนี้ชักจะไม่ค่อยมีให้เห็น และเพื่อเป็นการอนุลักษณ์ผลไม้ไทย ก็หาต้นพันธุ์ปลูกไว้ในบริเวณบ้านบ้าง ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน ถึงฤดูก็ออกดอกผลให้รับประทาน

ที่สวนห้วยผึ้ง จันทน์ผา มีปลูกไว้ทั้ง 2 สายพันธุ์ ต้นยังเล็กอยู่(ในภาพ) ให้ผลผลิตไม่มากนัก  แต่ที่สวนของคุณลุง หรือสวนของอาจารย์ ที่อยู่ติดกัน ของเขาต้นใหญ่ ต้นหนึ่งได้หลายร้อยกิโล เวลามองไปที่ต้นขณะมีผล เป็นพวงสุกสีเหลืองสวยงามครับ
มะไฟเหรียญทองบนต้น
มะไฟเหรียญทอง ขนส่งสู่ตลาด

ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง อำเภอลับแล ก็มีวางขายทั้งปลีกและขายส่ง ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 10 กว่าบาท ต่อกิโลกรัม ถ้าซื้อทุเรียนแล้ว ก็ลองซื้อมะไฟกลับไปฝากเพื่อนฝูง ครอบครัวบ้างนะครับ เป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย วิธีรับประธานก็ง่าย ปลอกเปลือก ก็เห็นเนื้อขาวนวนใส บางคนก็กลืนทั้งเมล็ด บางคนก็ปลิ้นเอาเมล็ดออก บางคนก็นำไปปรุงก่อนโดยแกะเปลือกเอาแต่เมล็ดแล้วนำไปคลุกกับพริกเกลือแล้วตักรับประทาน อร่อยอย่าบอกใคร  พูดแล้วน้ำลายไหล ........ลองหารับประทานดูนะครับ ช่วยชาวสวนมะไฟอีกทางหนึ่งด้วย ..ขอบคุณครับ