เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชาวสวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชาวสวน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผลไม้จากสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา เมื่อฝนตกชุก

เมื่อคืน เวลา 21.45 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2555 ฝนตกในเขตตำบลแม่พูลอย่างหนัก คาดว่ามีพื้นที่บางแห่งต้องเจอน้ำท่วมแน่ รีบตื่นแต่เช้ามาไปดูน้ำที่ลำเหมืองตั้งแต่ยังไม่ 6 นาฬิกา น้ำเพิ่มขึ้นนิดหน่อย โล่งอกไป ขออย่าให้มีเหตุการณ์น้ำท่วมอีกเลย
 กลับมาบ้านทานกาแฟเสร็จ รีบเดินทางเข้าสวน เพราะกลัวว่าฝนตกแรงขนาดนั้น ต้นไม้ต้องล้ม หรือกิ่งหักแน่ พอไปถึงสวนกลับเป็นปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โล่งอกไปที
ไหน ๆ ก็มาถึงสวนแล้ว เลยเดินดูทุเรียนที่เหลือยังไม่ได้ตัด มีสุกร่วงอีก 4 – 5 ลูก ไปดูหน่อไม้ ปรากฏว่ามีเป็นจำนวนมาก เลยตัดออกมาหวังจะเอาไปขาย แต่ช่วงนี้ทุกสวนที่ปลูกก็ตัดออกมาขายเหมือนกัน คงขายยากเพราะเป็นตลาดพื้นบ้านส่วนใหญ่ชาวบ้านก็ปลูกกันอยู่แล้ว  การตัดหน่อไม้ของชาวลับแลไม่ใช่ใช้มีดตัดหน่อที่พ้นดินนะครับ เขาจะใช้เสียมขุดลงไปตัดที่ใต้ดินนะครับ จะได้หน่ออ่อนน่ารับประทานมาก ส่วนหน่อที่พ้นดินเขาจะนำมาทำหน่อไม้ดอง (ล้บแลเรียกสับส้มครับ)   การตัดหน่อไม้ในบรรยากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างนี้สุดยอดอย่าบอกใคร ยุงมากจริง ๆ ทั้งเหนื่อย ฝนก็พรำ ๆ ยุงก็เหมือนกับจะหามเราไปแนะ
ขณะที่ขับรถกลับบ้านแวะโน่น แวะนี่ แจกหน่อไม้ให้กับคนที่ชอบพอกันไปหลายหน่อ เลือกลับบ้านประมาณ 3เข่งกับอีก  2 ถุงปุ๋ย ไม่ขายแล้ว เดี๋ยวจะให้คุณยายข้างบ้านทำเป็นหน่อไม้ดอง  
สำหรับทุเรียนหลงลับแลที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ก็ยังคงมีจำหน่ายเหมือนเดิม ราคาก็ยังคงปกติ ท่านที่ต้องการรับประทานตอนนี้ก็ยังมีครับ ส่วนหมอนทองบางสวนก็ยังมีมาก ตอนนี้มีรถห้องเย็นมารับซื้อถึงที่ ไม่ห่วงชาวสวนหมอนทองมากนัก  ทุเรียนพื้นเมืองก็เริ่มสุกหล่นเป็นสวนมาก และแม่ค้าที่แปรรูปเป็นทุเรียนกวนก็รับซื้อไม่อั้นเหมือนกัน เป็นอันว่าระยะนี้ทุเรียนที่ลับแลก็ยังมีให้ชิมเหมือนเดิม จะซื้อหาก็เชิญครับ เพราะถ้าฝนชุกรสชาติจะไม่อร่อยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกไผ่กันลม ได้หน่อ ได้ไม้ค้ำทุเรียน

การปลูกทุเรียนถึงเวลาติดลูก โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พอลูกโตชาวสวนก็ต้องหาที่ยึดกิ่งที่ติดลูก เพราะบางกิ่งติดลูกเป็น 10 ลูกก็มี พอลูกโตเต็มที่กิ่งก็จะหักทำให้เสียหาย วิธีแก้ปัญหาของชาวสวนก็จะใช้เชือกไนล่อน หรือเทปสำหรับรัดของยึดกิ่งที่ติดผลกับต้นหรือกิ่งที่โตกว่า แต่ถ้าจะให้ดีใช้ไม้ไผ่ค้ำกิ่งจะดีที่สุด
 ปลูกในรั้วเป็นแนวกันลม
สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา เจ้าของเดิมได้ปลูกไผ่เลี้ยงไว้หลายกอ และเมื่อผมได้มาพัฒนาก็ได้ปลูกไผ่เพิ่มอีกหลายสายพันธุ์ เช่นไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ไผ่กิมจู  ไผ่ปักกิ่ง  ซึ่งที่ใช้เป็นไม้ค้ำกิ่งทุเรียน หรือส้มโอ ลำไผ่ที่ใช้ค้ำดีที่สุดก็คือไผ่เลี้ยง เพราะลำยาว  ลำไม่โตมากนัก
ลักษณะใบและหน่อ ไผ่อินโด หรือไผ่ตงลืมแล้ง
ผลพลอยได้จากการปลูกไผ่ ก็คือการตัดหน่อ โดยเฉพาะไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้งจะให้หน่อทั้งปี แต่พอเข้าฤดูฝนไผ่ทุกพันธุ์ก็จะออกหน่อเหมือนกันหมด จะช้าหน่อยก็เป็นไผ่เลี้ยง
ลักษณะใบและหน่อไผ่ปักกิ่ง
ที่สวนไผ่ที่ปลูกหน่อโตที่สุดเป็นไผ่กิมจู  แต่ที่ออกและให้ผลทั้งปีคือไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ที่ลับแลมักจะแกงหน่อไม้เป็นลักษณะแกงพื้นเมือง คือใส่ใบย่านาง ใส่ปลาร้า หรือกะปิ ใส่เห็ดหูหนูที่ขึ้นเองธรรมชาติ (ชาวลับแลเรียนเห็ดหูหละ)ไผ่ตงลืมแล้งแกงได้รสชาติใกล้เคียงกับไผ่ป่า  
ไผ่กิมจู กับไผ่ปักกิ่ง ใช้เป็นไผ่สำหรับต้มจืดจะอร่อยมาก ไผ่ปักกิ่งเวลาหั่นต้มจืดต้องหั่นทางขวางให้เป็นแว่นกลมแผ่นบาง ๆ พอประมาณเหมือนวงล้อ เวลาต้มแล้วจะนิ่มเหนียวดีมาก  ส่วนไผ่เลี้ยง ชาวลับแลนิยมต้มจิ้มน้ำพริก ถ้าเป็นน้ำพริกน้ำปูแล้วจะอร่อยมากครับ   พันธุ์ไผ่..ผมซื้อมาจากสวนไผ่ที่อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เฮียที่เป็นเจ้าของสวนบอกว่า ถ้าจะกินหน่อไม้ให้อร่อยให้ตัดหน่อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนำไปประกอบอาหารทันที  แต่ผมบอกญาติๆ ที่เอาไปบอกว่าตัดแล้วใส่ถุงพลาสติก พรมน้ำให้ชุ่มนิด ๆ รับรองกรอบอร่อยเหมือนตัดใหม่


 ลักษณะใบและหน่อไผ่กิมจู
นอกจากประโยชน์จะใช้เป็นไม้ค้ำยัน  หน่อตัดขายได้ อีกอย่างที่สวนจะปลูกไว้เป็นแนวกันลม ฉะนั้นเวลาลมพัดแรงก็จะช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้ 100 % เพราะลักษณะที่สวนเป็นเนินเขา ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ กอไผ่ก็จะไม่ถูกลมเสียหาย แต่ที่อยู่บนเนินไกลออกไปรับลมเต็มที่ ก็มีเสียหายบ้าง 
ลักษณะใบและหน่อไผ่เลี้ยง
ถ้ามาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ช่วงทุเรียนออกนี้ ก็จะมีหน่อไม้ออกด้วย ส่วนใหญ่หน่อไม้ไม่ค่อยได้ขาย ตัดเอาไปแจกเพื่อนฝูง หรือเป็นของฝากแก่ญาติ ๆ ที่มาเที่ยวสวน  หรือถ้าท่านไปเที่ยวตรงฤดูก็จะได้รับหน่อไม้กลับไปด้วยครับ……….
ตัดฝากลูก ๆ ศิษย์เก่า ม.นเรศวร เมื่อครั้งมาเที่ยวสวน

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ที่ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง


จากที่เคยเขียนไว้ในตอนแรกๆ ว่าทุเรียนลับแล จะเป็นทุเรียนช่วงสุดท้ายของฤดูกาลรับประทานทุเรียน เพราะผลไม้สุกใต้ขึ้นเหนือ ข้าวปลานาเกลือสุกเหนือลงใต้ ฉะนั้นช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ออกสู่ตลาดมากที่สุด ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
                     หลงลับแล                                                         หลินลับแล                                                   หมอนทอง
จากที่มีทุเรียนทุกสายพันธุ์ออกสู่ตลาดมากที่สุด ทางเทศบาลหัวดง จึงจัดงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม  ถึง 3 มิถุนายน 2555 จัดงาน ณ ศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์  ก็คงเหมือนเช่นทุกปี จะมีการประกวดทุเรียนพันธุ์ต่าง ๆ และมีชาวสวนนำทุเรียนมาจำหน่ายในงานด้วย กลางคืนก็มีดนตรีชื่อดังมาแสดงให้ชม
ป้ายประชาสัมพันธ์
ท่านที่ไปเที่ยวอุตรดิตถ์ ก็อย่าลืมไปเที่ยวตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง และขอเชิญชวนท่านไปเที่ยวงานมหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล ขับรถเลยไปอีกประมาณ 500 เมตร เลยปั้มน้ำมันไปนิดเดียว ก็จะถึงศูนย์ OTOP เทศบาลหัวดง   ท่านสามารถเลือกซื้อทุเรียนหลง-หลินลับแล ทุเรียนหมอนทอง หรือถ้าชอบแบบเดิม ๆ ก็เลือกทุเรียนพื้นเมือง เหมาะสำหรับทำน้ำกะทิทุเรียน หอมหวาน กลิ่นหอมของทุเรียนแรงดีเหลือเกิน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด สินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองเช่นหมี่พัน ข้าวแคบ ข้าวพันผัก สินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย
                                  ทุเรียนทอด                                                                    ทุเรียนกวน
อย่าลืมแวะแผงจำหน่ายของ สวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง ให้กำลังใจกันบ้างนะครับ ถ้าหาแผงไม่เจอก็โทรศัพท์หาคุณจำเนียร หมายเลข0869284180





วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเปลี่ยนแปลงในสวนทุเรียนลับแล...เมื่อฝนตก

หลังจากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำชาวสวนลับแลบางรายก็ได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านและสวน ที่บ้านผมเองก็ยังหาช่างมาซ่อมกระเบื่อไม่ได้ หลังจากนั้นมาฝนก็ตกในเขตอำเภอลับแลเรื่อยมา ทำให้ต้นไม้เริ่มเขียวขจี มองสบายตาขึ้น ส่วนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนก็สุกเกือบจะทุกสวน ไม่ว่าจะเป็นหมอนทอง ชะนี หลงลับแล หลินลับแล ส่วนมะไฟเริ่มจะหมดแล้ว
สวนเริ่มเขียว
เมื่อฝนตก ชาวสวนก็จะเข้าสวนตัดทุเรียน และก็ดูแลใส่ปุ๋ยต้นทุเรียนที่ยังเล็กอยู่ การไปอยู่สวน บางสวนก็มีบ้านหลังเล็ก ๆ สำหรับหลบฝน หลบแดด ยิ่งวันไหนฝนตก ในสวนก็จะเต็มไปด้วยยุง ที่มีเป็นจำนวนมากในระยะนี้  ชาวสวนก็จะมีการป้องกันตนเองโดยการก่อไฟ บางคนก็ก่อไฟบนพื้นดิน บางคนก็ก่อในเตาอั้งโล่โดยวางเตาไว้ในกะละมังที่เก่าหรือเป็นเตาที่มีที่ยื่นตรงหน้าเตาออกมารับฟืน ป้องกันไม้ฟืนหล่นลงบนพื้น  
ก่อไฟในเตาอั้งโล่ ป้องกันยุง
 ส่วนฟืนที่ใช้ก็เป็นกิ่งของไม้ผลต่าง ๆ ที่ตัดแต่ง หรือหัก นั่นและครับ และถ้าจะให้ยุงไม่มาใกล้จริง ๆ ก็ใส่ต้นตะไคร้หอมเผาไปด้วย รับรองยุงไม่มาใกล้เลยละครับ ส่วนที่สวนห้วยผึ้ง เมื่อก่อนก็ก่อไฟในเตา แต่ปัจจุบันนี้ผมได้ปรับปรุงศาลาไม้ไผ่ซึ่งหลังคาผุ โดยทำเป็นศาลาถาวร
ศาลาปรับปรุงใหม่แทนศาลาไม้ไผ่
เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาเตามาก่อไฟแล้ว ได้ทำเป็นก้อนเส้าแล้วนำฟืนมาก่อปกติ แต่ใช้ความร้อนของไฟฟืนต้มน้ำร้อนในกาไปด้วย เวลาจะทานกาแฟก็เทเอาจากกาน้ำร้อนได้เลย หรือจะทานน้ำชาก็เทเอาจากกาได้เลยเช่นกัน  ศาลาที่ทำแทนศาลาไม้ไผ่นี้ตั้งชื่อว่า ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ  โดยทำซุ้มเล็กๆ กันน้ำฝนเปียกก้อนเส้าด้วย และทุกวันก็ก่อไฟแล้วตั้งกาน้ำไว้เลย

ในศาลามีเตาไฟก้อนเส้า                            ก่อไฟกันยุงและต้มกาน้ำ
หากท่านมีโอกาสขึ้นไปเที่ยวที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เชิญลองชิมชา หรือกาแฟ ที่ต้มน้ำร้อนด้วยกาแบบโบราณ จากไฟฟืนเตาก้อนเส้า จะได้รสชาติธรรมชาติไปอีกแบบ....เชิญครับยินดีต้อนรับทุกท่าน ช่วงนี้ฝนตก ทางเข้าสวนลำบากเพราะชาวสวนหอมเริ่มไถที่ ใช้รถไทยแลนด์เข้าออก ทำให้ทางเละมาก ถ้าจะเข้าไปสวนก็ให้จอดรถไว้ที่วัด แล้วโทรบอกก่อน จะใช้รถจี๊บออกมารับ  หมายเลยโทรศัพท์ของผม 0813795907  ของแม่บ้าน คุณจำเนียร 0869284180 เบอร์ผมอาจจะติดต่อยากหน่อยเพราะขณะทำงานไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัว ครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

ภัยแล้ง...ทุกข์ของชาวสวน

ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ผืนป่าที่เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์  เริ่มมีไฟป่าส่งหมอกควันปกคลุมผืนฟ้า ทำให้เกิดมลภาวะ ชาวภาคเหนือเดือดร้อนกันยกใหญ่ แต่พอเข้าช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่มีฝนตก ลมแรง หมอกควันในบางจังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่ที่ลับแล กลับไม่มีฝนตก หรือตกก็น้อยมาก ทำให้อากาศร้อนจัด จากสภาพอากาศที่ร้อน และแล้งเช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อพืชผลของชาวสวนอย่างมาก จนเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง

ฤดูฝนที่เขียวชอุ่ม
ภัยแล้ง ที่มีผลกระทบต่อชาวสวนอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หนักสุดเห็นจะเป็นช่วยตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน  เป็นต้นมา  ยอดพืช  ใบพืช ผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ใบไหม้ กิ่งแห้ง ทั้ง ๆ ที่ให้น้ำทุก 3 5 วัน ต่อครั้ง ขณะนี้เริ่มแห้งตาย  ชาวสวนก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ  สภาวะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังน้ำท่วมดินถล่ม ก็เกิดภัยแล้งอย่างหนัง ต้นไม้ยืนต้นตาย บางต้นก็ถูกเผาไหม้ กินเนื้อไม้เข้าไปครึ่งต้น
ฤดูแล้งต้นไม้แห้งตาย
ภัยแล้งเมื่อปี 2550
ช่วงนี้ทุเรียน เริ่มสุกก่อนแก่ คือเริ่มร่วง การร่วงจะร่วงทั้งขั้วผล หรือมีบ้างที่ร่วงเหมือนผลสุก แต่ผลยังไม่แก่ ปล่อยทิ้งไว้โคนต้น  
2 3 วัน ก็จะแตกมีกลิ่นหอมเหมือนทุเรียนสุก
ผลทุเรียนที่ร่วง สุกก่อนแก่
ส่วนผลที่ยังไม่ร่วงก็ต้องดูแล ให้น้ำกันต่อไป ผลเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณปลายเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม คงมีชาวสวนตัดทุเรียนหมอนทองวางตลาดได้ ท่านที่ไปเที่ยวที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ก็คงได้เห็นทุเรียนหมอนทอง วางจำหน่ายบ้างแล้ว
หมอนทองที่เหลืออยู่ก็รอเก็บเกี่ยว
ปกติไฟป่ามักจะไหม้ป่าและลามเข้ามาใกล้สวนช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ แต่ปีนี้มีไฟป่ารอบ 2  มีมือเผาป่าเผาช่วงเดือนเมษายนด้วย ทั้ง ๆ ทางราชการประกาศหามเผาป่า เผาหญ้า แต่ไม่มีใครฟัง ตอนนี้ก็เลยต้องอยู่สวนระวังไฟป่าอีกรอบ นี่แหละครับ พอแล้ง  ร้อนก็ร้อน ผลผลิตก็ถูกธรรมชาติเล่นงาน ยังมีมนุษย์มือดีที่ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร  ก็คงต้องดูแลกันต่อไป
 ถ้าท่านพอมีเวลาว่าง วันหยุดช่วงนี้ถ้ามีโอกาสขึ้นไปทางภาคเหนือ อย่าลืมแวะให้กำลังใจชาวสวนอย่างพวกเราบ้าง ถึงแม้ท่านจะซื้อผลผลิตจากพ่อค้า แม่ค้าที่ตลาดเทศบาลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์     ผลพลอยได้ก็คือพวกเราชาวสวนคือมีตลาดส่ง ทำให้มีความหวังอยู่บ้างในการทำสวน  สงสารชาวสวนพื้นบ้านจริง ๆ ครับ....