เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลับแล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลับแล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จาวแก่งคอย มาแอ่วมากอย ลับแล


วันนี้ขึ้นหัวเรื่องเป็นคำเมือง จาวแก่งคอย มาเยี่ยมมากอย ลับแล  (จาวแก่งคอย = ชาวแก่งคอย มาแอ่ว มากอย=มาเที่ยว มาดู )ชาวอำเภอลับแลมีภาษาสำเนียงพูดเหมือนคนเชียงราย ตามตำนานเล่าว่าชาวลับแลอพยพมาจากเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สำเนียงพูดคำเมืองจึงมีส่วนคล้ายชาวเชียงราย
 เมืองลับแล
วันที่  18 ตุลาคม 2555 ที่บ้านหัวดง ลับแล ได้มีโอกาสต้อนรับญาติครอบครัวของลูกสาวจากจังกวัดสระบุรี นำทีมโดยครอบครัวท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม และติดตามด้วยครอบครัวคุณลุงผู้พันฯ และครอบครัวของลูกสาว ได้มาเยี่ยมบ้าน และพักผ่อนที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา
 ถึงบ้านพักผ่อนก่อนขึ้นดอย
หลังจากมาถึงบ้านก็รับประทานอาหาร แล้วก็พักผ่อน บางท่านก็ต่อด้วยการร้องเพลงคาราโอเกะ ด้วยบรรยากาศของที่บ้านเอง  สังสรรค์กันพอสมควรก็แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าสวนในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น อาหารก็ทำง่าย ๆ มีลาบหมู หมูทอดกระเทียมพริกไทย น้ำพริกหนุ่มผักต้ม
 ครอบครัวลุงผู้พัน
อาหารเช้าก็ง่าย ๆ  ไข่กระทะ  ต้มจืดซี่โครงหมูผักกาดดอง หมูทอดกระเทียม หลังจากรับประทานอาหารเข้าแล้วก็เตรียมรถเข้าสวน โดยใช้รถจี๊ป และรถสองตอนของท่านรอง ผอ.ฯ ที่ไม่ไปก็ได้แก่ลูกสาวเพราะมีธุระต้องไปทำในเมืองกับแม่
 ขึ้นดอย
หลังจากไปถึงสวนแล้ว พักผ่อนเตรียมตัวกันพอสมควร น้องนิวน้องเล็กของคณะไม่ได้เอารองเท่าผ้าใบไป ก็เลยต้องหารองเท้ายางให้ใส่เมื่อเวลาขึ้นเขาจะได้ไม่ลื่น ทุกคนยินดีขึ้นไปชมสวนบนเขา ยกเว้นคุณนายท่านรอง ผอ.ฯ ขออาศาเก็บพริกขี้หนูรออยู่บ้านบนเนิน
เหนื่อยก็พัก
ทุกคนก็เดินไปถึงจุดกลางสวน และขึ้นเนินสูงสุด ก็ไปถึงจุดหมายกันทุกคน ตอนขากลับ ท่านรองฯ จะขอกลับทางเดิมเพื่อไปเก็บมะนาว ส่วนผมและครอบครัวคุณลุงผู้พันฯ เดินต่อไปและลงอีกทางหนึ่ง และแวะเก็บมะนาว ตัดกล้วยลงมาด้วย ส่วนท่านรองเมื่อมาถึงบ้านบนเนินก็จัดการเก็บมะละกอ น้องนิวและคุณพ่อ เก็บพริกไทยอ่อน ส้มโอ ก็ได้ผลไม้หลายอย่างพอสมควร  และผมได้ฝากกล้าพันธุ์ไม้ เป็นกล้าไผ่ กล้าทุเรียนหลง หลิน หมอนทอง ให้ไปทดลองปลูกที่สระบุรี และที่ขาดไม่ได้ในฤดูนี้ก็คือ ลางสาด ลองกอง ก็เลยฝากกลับไป 10 เข่ง
 ถึงแล้วจุดสูงสุดของสวน
กลับลงจากสวน แวะทานอาหารร้านของทอดลับแล ทานก๋วยเตี๋ยวและของทอดมี เต้าหู้ ยอกผักชุบแป้งทอด หน่อไม้ ข้าวโพด จิ้มกับน้ำจิ้ม ร้านนี้เป็นที่ขึ้นชื่อของชาวลับแล  กลับถึงบ้านพักผ่อนกันพอสมควร แม่บ้านผมก็พาทีมทั้งหมดไปดูตลาดลางสาดลองกองเทศบาลหัวดง และพาเลยไปเที่ยวน้ำตกแม่พูล ซึ่งอยู่เลยบ้านไป 5 กิโลเมตร อยู่ท่ามกลาง สวนทุเรียน ลางสาด
 มะละกอต้นที่ท่านรองฯ เก็บกลับบ้าน
เย็นพักผ่อนที่บ้าน ทำอาหารมื้อเย็นกันเอง อาหารที่ทุกคนถามถึงกันมาก ก็คือยำปลาดุกฟู  ผมก็เลยโชว์ฝีมือให้ชิม และยังทำปลานิลเผาเกลือ ส่วนคุณลุงผู้พันฯ ก็ทำปลากดผัดฉ่า ตอนแรกก็นึกว่าอาหารที่ทำมีมากคงทานกันไม่หมด แต่พอทานกันไป คุยกันไป ที่ดื่มก็ดื่มกันไป จนสุดสุดท้ายอาหารทุกอย่างหมด  
รูปภาพ : น้ำตกแม่พูลในวันนี้ หลังจากเจอน้ำป่าเมื่อหลายปีก่อน
น้ำตกแม่พูล อำเภอลับแล

เช้าผมโชว์ฝีมือข้าวผัดมันกุ้ง ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ และมีขนมปังปิ้ง ก็รับประทานกันตามมีตามเกิด ก่อนกลับก็ฝากของที่ระลึกเป็นดาบเหล็กน้ำพี้ขนาดจิ๋ว ให้ครอบครัวละ 1 ชุด (คนโบราณเขาบอกว่าให้ของมีคมไม่ได้ต้องซื้อ ทุกคนก็เลยให้คนละ 19 บาท) ก็ได้ของดีอุตรดิตถ์กลับไปบ้าน พร้อมทั้งกล้าไม้ ผลไม้จากสวนที่ไปเก็บเอง และลางสาด ลองกอง ก็ขอให้โชคดี โอกาสหน้าถ้ามีเวลาก็ขอเชิญอีกนะครับ....

 
 ปลาดุกย่าง เครื่องปรุงทำปลาดุกฟู













วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกไผ่กันลม ได้หน่อ ได้ไม้ค้ำทุเรียน

การปลูกทุเรียนถึงเวลาติดลูก โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พอลูกโตชาวสวนก็ต้องหาที่ยึดกิ่งที่ติดลูก เพราะบางกิ่งติดลูกเป็น 10 ลูกก็มี พอลูกโตเต็มที่กิ่งก็จะหักทำให้เสียหาย วิธีแก้ปัญหาของชาวสวนก็จะใช้เชือกไนล่อน หรือเทปสำหรับรัดของยึดกิ่งที่ติดผลกับต้นหรือกิ่งที่โตกว่า แต่ถ้าจะให้ดีใช้ไม้ไผ่ค้ำกิ่งจะดีที่สุด
 ปลูกในรั้วเป็นแนวกันลม
สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา เจ้าของเดิมได้ปลูกไผ่เลี้ยงไว้หลายกอ และเมื่อผมได้มาพัฒนาก็ได้ปลูกไผ่เพิ่มอีกหลายสายพันธุ์ เช่นไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ไผ่กิมจู  ไผ่ปักกิ่ง  ซึ่งที่ใช้เป็นไม้ค้ำกิ่งทุเรียน หรือส้มโอ ลำไผ่ที่ใช้ค้ำดีที่สุดก็คือไผ่เลี้ยง เพราะลำยาว  ลำไม่โตมากนัก
ลักษณะใบและหน่อ ไผ่อินโด หรือไผ่ตงลืมแล้ง
ผลพลอยได้จากการปลูกไผ่ ก็คือการตัดหน่อ โดยเฉพาะไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้งจะให้หน่อทั้งปี แต่พอเข้าฤดูฝนไผ่ทุกพันธุ์ก็จะออกหน่อเหมือนกันหมด จะช้าหน่อยก็เป็นไผ่เลี้ยง
ลักษณะใบและหน่อไผ่ปักกิ่ง
ที่สวนไผ่ที่ปลูกหน่อโตที่สุดเป็นไผ่กิมจู  แต่ที่ออกและให้ผลทั้งปีคือไผ่อินโดหรือไผ่ตงลืมแล้ง  ที่ลับแลมักจะแกงหน่อไม้เป็นลักษณะแกงพื้นเมือง คือใส่ใบย่านาง ใส่ปลาร้า หรือกะปิ ใส่เห็ดหูหนูที่ขึ้นเองธรรมชาติ (ชาวลับแลเรียนเห็ดหูหละ)ไผ่ตงลืมแล้งแกงได้รสชาติใกล้เคียงกับไผ่ป่า  
ไผ่กิมจู กับไผ่ปักกิ่ง ใช้เป็นไผ่สำหรับต้มจืดจะอร่อยมาก ไผ่ปักกิ่งเวลาหั่นต้มจืดต้องหั่นทางขวางให้เป็นแว่นกลมแผ่นบาง ๆ พอประมาณเหมือนวงล้อ เวลาต้มแล้วจะนิ่มเหนียวดีมาก  ส่วนไผ่เลี้ยง ชาวลับแลนิยมต้มจิ้มน้ำพริก ถ้าเป็นน้ำพริกน้ำปูแล้วจะอร่อยมากครับ   พันธุ์ไผ่..ผมซื้อมาจากสวนไผ่ที่อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เฮียที่เป็นเจ้าของสวนบอกว่า ถ้าจะกินหน่อไม้ให้อร่อยให้ตัดหน่อก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วนำไปประกอบอาหารทันที  แต่ผมบอกญาติๆ ที่เอาไปบอกว่าตัดแล้วใส่ถุงพลาสติก พรมน้ำให้ชุ่มนิด ๆ รับรองกรอบอร่อยเหมือนตัดใหม่


 ลักษณะใบและหน่อไผ่กิมจู
นอกจากประโยชน์จะใช้เป็นไม้ค้ำยัน  หน่อตัดขายได้ อีกอย่างที่สวนจะปลูกไว้เป็นแนวกันลม ฉะนั้นเวลาลมพัดแรงก็จะช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้ 100 % เพราะลักษณะที่สวนเป็นเนินเขา ผลไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ กอไผ่ก็จะไม่ถูกลมเสียหาย แต่ที่อยู่บนเนินไกลออกไปรับลมเต็มที่ ก็มีเสียหายบ้าง 
ลักษณะใบและหน่อไผ่เลี้ยง
ถ้ามาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ช่วงทุเรียนออกนี้ ก็จะมีหน่อไม้ออกด้วย ส่วนใหญ่หน่อไม้ไม่ค่อยได้ขาย ตัดเอาไปแจกเพื่อนฝูง หรือเป็นของฝากแก่ญาติ ๆ ที่มาเที่ยวสวน  หรือถ้าท่านไปเที่ยวตรงฤดูก็จะได้รับหน่อไม้กลับไปด้วยครับ……….
ตัดฝากลูก ๆ ศิษย์เก่า ม.นเรศวร เมื่อครั้งมาเที่ยวสวน

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเปลี่ยนแปลงในสวนทุเรียนลับแล...เมื่อฝนตก

หลังจากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำชาวสวนลับแลบางรายก็ได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านและสวน ที่บ้านผมเองก็ยังหาช่างมาซ่อมกระเบื่อไม่ได้ หลังจากนั้นมาฝนก็ตกในเขตอำเภอลับแลเรื่อยมา ทำให้ต้นไม้เริ่มเขียวขจี มองสบายตาขึ้น ส่วนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนก็สุกเกือบจะทุกสวน ไม่ว่าจะเป็นหมอนทอง ชะนี หลงลับแล หลินลับแล ส่วนมะไฟเริ่มจะหมดแล้ว
สวนเริ่มเขียว
เมื่อฝนตก ชาวสวนก็จะเข้าสวนตัดทุเรียน และก็ดูแลใส่ปุ๋ยต้นทุเรียนที่ยังเล็กอยู่ การไปอยู่สวน บางสวนก็มีบ้านหลังเล็ก ๆ สำหรับหลบฝน หลบแดด ยิ่งวันไหนฝนตก ในสวนก็จะเต็มไปด้วยยุง ที่มีเป็นจำนวนมากในระยะนี้  ชาวสวนก็จะมีการป้องกันตนเองโดยการก่อไฟ บางคนก็ก่อไฟบนพื้นดิน บางคนก็ก่อในเตาอั้งโล่โดยวางเตาไว้ในกะละมังที่เก่าหรือเป็นเตาที่มีที่ยื่นตรงหน้าเตาออกมารับฟืน ป้องกันไม้ฟืนหล่นลงบนพื้น  
ก่อไฟในเตาอั้งโล่ ป้องกันยุง
 ส่วนฟืนที่ใช้ก็เป็นกิ่งของไม้ผลต่าง ๆ ที่ตัดแต่ง หรือหัก นั่นและครับ และถ้าจะให้ยุงไม่มาใกล้จริง ๆ ก็ใส่ต้นตะไคร้หอมเผาไปด้วย รับรองยุงไม่มาใกล้เลยละครับ ส่วนที่สวนห้วยผึ้ง เมื่อก่อนก็ก่อไฟในเตา แต่ปัจจุบันนี้ผมได้ปรับปรุงศาลาไม้ไผ่ซึ่งหลังคาผุ โดยทำเป็นศาลาถาวร
ศาลาปรับปรุงใหม่แทนศาลาไม้ไผ่
เดี๋ยวนี้ก็ไม่เอาเตามาก่อไฟแล้ว ได้ทำเป็นก้อนเส้าแล้วนำฟืนมาก่อปกติ แต่ใช้ความร้อนของไฟฟืนต้มน้ำร้อนในกาไปด้วย เวลาจะทานกาแฟก็เทเอาจากกาน้ำร้อนได้เลย หรือจะทานน้ำชาก็เทเอาจากกาได้เลยเช่นกัน  ศาลาที่ทำแทนศาลาไม้ไผ่นี้ตั้งชื่อว่า ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ  โดยทำซุ้มเล็กๆ กันน้ำฝนเปียกก้อนเส้าด้วย และทุกวันก็ก่อไฟแล้วตั้งกาน้ำไว้เลย

ในศาลามีเตาไฟก้อนเส้า                            ก่อไฟกันยุงและต้มกาน้ำ
หากท่านมีโอกาสขึ้นไปเที่ยวที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เชิญลองชิมชา หรือกาแฟ ที่ต้มน้ำร้อนด้วยกาแบบโบราณ จากไฟฟืนเตาก้อนเส้า จะได้รสชาติธรรมชาติไปอีกแบบ....เชิญครับยินดีต้อนรับทุกท่าน ช่วงนี้ฝนตก ทางเข้าสวนลำบากเพราะชาวสวนหอมเริ่มไถที่ ใช้รถไทยแลนด์เข้าออก ทำให้ทางเละมาก ถ้าจะเข้าไปสวนก็ให้จอดรถไว้ที่วัด แล้วโทรบอกก่อน จะใช้รถจี๊บออกมารับ  หมายเลยโทรศัพท์ของผม 0813795907  ของแม่บ้าน คุณจำเนียร 0869284180 เบอร์ผมอาจจะติดต่อยากหน่อยเพราะขณะทำงานไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัว ครับ

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เมื่อฝนมาแบบพายุฤดูร้อน...ถล่มตลาดผลไม้หัวดง ลับแล


ระยะนี้เปิดวิทยุชุมชน คลื่นไหนก็ได้ยินเสียงเพลง”จับกบ”  เป็นเพลงของใครไม่ทราบแต่ ทำนอง สำเนียงร้องเหมือนคนชนเผ่าร้อง  เนื้อเพลงท่อนแรก “ฟ้าครึ้ม ๆ ฝนมันก็ตก....”  ชาวบ้านทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านชอบฟัง เหมือนประชด เพราะรอฟ้าฝน ไม่ตกสักที  ผมก็ชอบฟังเป็นเพลงที่แปลก   แทนที่จะสร้างสรรค์เพียงเนื้อร้อง แต่เขาสร้างสรรค์สำเนียง ทำนองด้วย

บ้านที่ตลาดหัวดง
และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา จากท้องฟ้าที่สลัว ๆ อากาศร้อนมาก ๆ  ก็เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง พร้อมกับมีฝนตกอย่างหนัก ผลของลมพัดทำให้บ้านเรือนหมู่ที่ 2,3 ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ หลังคาเปิด สังกะสีปลิวว่อน บางส่วนของบ้านใกล้เคียงกับที่บ้านปลิวมาตกบนหลังคาบ้าน ทำให้กระเบื้องแตกหลายจุด สังกะสีบางแผ่นปลิวมาติดที่ประตู ลมพัดแรงทำให้ประตูหลุดจากราง ล้มใส่รถจี๊บคู่ชีพเสียหายเล็กน้อย  รถอีกคันโดนเศษไม้ปลิวใส่ ไม่เสียหายแต่เศษไม้ตกกองกอยู่ข้าง ๆ หลายแผ่น  เศษไม้ สังกะสีไม่รู้ว่ามาจากบ้านไหน มากองอยู่หน้าบ้าน และข้างบ้านหลายสิบแผ่น บางบ้านก็โดนต้นไม้ใหญ่ล้มใส่
รถคู่ชีพโดนประตูหน้าบ้านล้มใส่ (ภาพนี้ถ่ายขณะจอดอยู่ที่บ้านสวน)
พอลมสงบได้ออกไปสำรวจดูบ้านใกล้ ๆ มืดแล้ว โชคดีที่ไฟดับเป็นพัก ๆ พอฝนสงบ ลมสงบไฟฟ้าก็มาเลยมีแสงสะว่าง บ้านที่เสียหายหนัก ๆ ที่หลังคาเปิดเกือบทั้งหลัง ก็จะลำบากเรื่องที่หลับที่นอน ก็เลยเอากุญแจบ้านเช่า ที่ว่างอยู่ให้และบอกว่าถ้านอนไม่ได้ก็ให้เข้าไปนอนที่บ้านเช่าของผม
บ้านติดกันหลังคาเปิดบางส่วน
นี่ก็อีกหลัง หลังคาเปิด ฝ้าไม้ทลุ
เช้าวันที่ 16 พฤษภาคม 2555 เวลา 5 นาฬิกา รีบออกไปสำรวจบ้านสวนห้วยผึ้ง  โชคดีไม่มีอะไรเสียหาย มีทุเรียนหมอน หลง สุกหล่น 2-3 ลูกรีบเก็บแล้วรีบกลับมาบ้านสำรวจความเสียหายของบ้านพบว่า หลังคารั่วหลายจุด น้ำเข้าตรงห้องพระมากที่สุด กระเบื้องแตกประมาณ 10 กว่าแผ่น สายเคเบิ้ลขาด  รีบตามช่าง กลัวว่าถ้าฝนตกซ้ำก็จะเสียหายมากขึ้น
ตลาดผลไม้ยังคงมีวางจำหน่ายปกติ ทั้ง ๆ บางร้านก็โดนพายุพัดหลังคาเปิดหลายร้านเหมือนกัน ฉะนั้นท่านที่มาซื้อทุเรียน ก็อย่าลืมให้กำลังกับแม่ค้า และชาวบ้านที่เสียหายด้วย โดยสอบถามว่าบ้านถูกลมพัดพังหรือเปล่า ถ้าเขาโดนลมพัดบ้านเสียหายก็ช่วยซื้อทุเรียนเขานั่นแหละครับ เป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุดแล้ว
กองไม้ สังกะสี ปลิวมารวมกันที่หน้าบ้าน (มีกองอยู่ข้างบ้านอีก)
ฝนที่ทุกคนรอคอย ว่าเมื่อไหร่นอจะตกเสียที  นอกจากจะให้ประโยชน์แล้ว โทษที่มากับฝนปีนี้ค่อนข้างรุนแรง เพราะอะไรหรือครับ... ก็เพราะมนุษย์ที่สร้างมลภาวะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าทุกคนลดการสร้างมลภาวะ คิดว่าความร้อนของโลกไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ความผิดปกติของดินฟ้าอากาศก็คงไม่ขนาดนี้  ......