เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ถึงเวลาการปลูกทุเรียน ของชาวลับแล...


 เมื่อผ่านพ้นสงกรานต์ ชาวสวนลับแลก็ใจจดใจจ่อกับการรอคอยฟ้าฝนที่จะตก  แต่ปีนี้ ปี 2555 เป็นอีกปีที่ฝนแล้งมาก แม้จะเข้าสู่เดือน 6 มาหลายวันแล้วก็ยังไม่มีท่าทีว่าฝนจะตก บางหมู่บ้านก็มีการแห่นางแมวเพื่อขอฟ้าขอฝน ซึ่งเป็นทางเดียวที่ชาวลับแลปฏิบัติสืบต่อกัน  บางหมู่บ้านก็ทำบุญกลางบ้านเพื่อส่งเคราะห์ ต่อชะตาบ้าน  หวังจะให้ความไม่ดี ความอัปมงคล เคราะห์โศก หมดไปกับการทำบุญกลางบ้าน   พอฟ้าฝนตกมาก็จะได้ทำไร่ ไถนา เข้าสวนกันเสียที     และวันที่รอคอยก็มาถึง วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 เริ่มมีฝนตกที่ลับแล และตกต่อเนื่องกันมาตลอด  ตามข่าวจังหวัดอื่น ๆ ก็ตกมากจนน้ำท่วมถนน  เมื่อฝนตกในพื้นที่ลับแล ชาวสวนก็เริ่มเตรียมกล้าไม้เพื่อเพาะปลูก บางคนทำข้าวโพดก็เตรียมไถที่เพื่อลงปลูกในช่วงเดือนนี้  สำหรับผมเอง ผมได้เตรียมกล้าพันธุ์ทุเรียนพื้นเมือง เพื่อเตรียมปลูกแซมในสวนที่ต้นเดิมตาย หรือปลูกเปลี่ยนพันธุ์ไม้อื่นที่ไม่สมบูรณ์ 

กล้าพันธุ์ทุเรียนพื้นเมือง
ขณะที่ขับรถขนกล้าพันธุ์ไปสวน จอดรถซื้อของที่บ้านทุ่งเอี้ยง  ก็ได้รับคำถามจากชาวบ้านแถวนั้นเหมือนกับเมื่อ 5 ปีก่อนว่า ปลูกตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้กิน  ผมก็อธิบายว่าปลูกแล้วดูแลดี ๆ เอาใจใส่ ให้น้ำ  ใส่ปุ๋ย ไม่กี่ปีก็เห็นผล ไม่มีใครเชื่อ แถมหัวเราะเยาะอีก ผมก็ไม่ถือสาอะไรเพราะที่ทำได้ผลแล้ว และก็มีหลายคนขึ้นไปดูเพราะเขาไม่เชื่อว่า 5 ปี ได้ผล คนแถวนั้นเชื่อว่าการปลูกทุเรียนจะให้ผลประมาณ 12  ปีขึ้นไป (นั่นคือการปลูกฝากดอยไว้ ไม่เคยเข้าไปดูแลให้น้ำ เอาใจใส่)
หมอนทองปลูกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
หลงลับแล ปลูกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ถ้าฝนตกติดต่อกัน 2 -3 วัน ผมก็จะปลูก การปลูกก็ปลูกต้นกล้าพันธุ์พื้นเมืองก่อน พอโตได้สัก 2 ปี ก็จะทำการเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์หลงลับแล หรือหลินลับแล หรือหมอนทอง แต่คิดว่าจะเปลี่ยนเป็นหลงกับหลินจะเหมาะกว่าเพราะเป็นทุเรียนที่ทนแล้ง และไม่มีปัญหาด้านแมลง ตอนนี้ที่ปลูกกล้าพันธุ์พื้นเมืองไว้ก็พอมีอยู่บ้างคิดว่าจะเปลี่ยนยอดพันธุ์เป็นหลง หลิน คงรอให้อากาศไม่ร้อนมาก และฝนซา ๆ ก่อน 
กล้าพันธุ์ หลง หลิน
สำหรับกล้าพันธุ์ หลง หลิน ถ้าท่านจะนำไปปลูกเลยก็ได้ แต่ที่ลับแลนิยมปลูกกล้าพันธุ์พื้นเมืองก่อนแล้วนำพันธุ์หลง หลิน ไปทาบ พอติดก็ตัดถุงออก ยอดก็จะอยู่กับต้นพันธุ์พื้นเมือง  หรือบางคนก็จะตัดยอดต้นหมอนทอง รอให้แตกแขนง พอโตขนาดเส้นรอบวงต้น 2-3 ซ.ม. ก็นำกล้าหลง หลินไปทาบ หรือถ้าฝีมือดีก็นำยอดหลง หลิน ไปเสียบเลยก็ได้เช่นกัน
ช่วงนี้ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ก็จะเห็นผลผลิตทุเรียนทุกสายพันธุ์วางจำหน่าย และจะเห็นต้นกล้าพันธุ์วางจำหน่ายด้วย ถ้าจะซื้อติดมือลองไปปลูกบ้างก็น่าจะดี  แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกทุเรียนได้นะครับ ถ้าไม่เคยมีใครปลูกเลยก็นับว่าท่านเสี่ยงมาก ๆ ครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

มะม่วง ผลไม้ที่ปลูกได้ผลดีที่..ลับแล

มะม่วง ผลไม้ที่ปลูกได้ผลดีที่..ลับแล
                สภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่อำเภอลับแล ส่วยใหญ่เป็นภูเขา  ด้านเหนือของอำเภอตั้งแต่ตำบลฝายหลวง ขึ้นไป มีภูเขาสลับซับซ้อนจนถึงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่  ส่วนทางด้านตะวันตกก็เป็นภูเขาจนถึงอำเภอศรีสัชชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จะมีที่ราบเชิงเขาอยู่บ้างก็เป็นพื้นที่อยู่อาศัย และปลูกพืชพื้นราบ ในจำนวนพืชที่ปลูกนี้ก็มีมะม่วง  สามารถปลูกได้ทุกสายพันธุ์ เจริญเติบโตได้ผลดีที่...ลับแล 

ต้นนี้ตอเดิมเป็นน้ำดอกไม้ เอายอดพันธุ์อื่นมาต่อยอดประมาณ 4 ชนิด
                ที่สวนห้วยผึ้ง จันผา ก็ปลูกมะม่วงบ้างเหมือนกัน เลือกปลูก สายพันธุ์งามเมืองย่า และเขียวใหญ่  กิ่งพันธุ์บางส่วนซื้อมาจากร้านจำหน่ายพันธุ์ต้นไม้ในจังหวัดอุตรดิตถ์ และมีบางส่วนน้องที่สำนักงานที่ทำงานอยู่ร่วมกันเอามาฝาก ผมก็แทนทุนให้น้องไปตามสมควร  ปลูกมา  4  ปี ตอนนี้ให้ผลแล้ว และถือว่าได้ผลดีทีเดียว ซึ่งมะม่วงพันธุ์งามเมืองย่า แต่ละผลน้ำหนักตั้งแต่ 7 ขีด ถึง 1 กิโลกรัมเศษ
มะม่วงงามเมืองย่า แขวนแผ่น cd ไล่แมลง

                การปลูก ผมก็นำกิ่งพันธุ์ปลูกในพื้นที่ใกล้ ๆ บ้านพัก เพราะปกติมะม่วงจะมีแมลงรบกวนมาก แต่สำหรับพันธุ์งามเมืองย่า ถือว่ามีแมลงรบกวนน้อยมาก ผิดกับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ทั้งใบ ทั้งผล แมลงกวนมากเหลือเกิน ผมจึงจัดการเปลี่ยนยอดบางกิ่งเป็น งามเมืองย่า  บางกิ่งเป็น อาร์ทูอีทู  บางกิ่งก็ต่อด้วยน้ำดอกไม่สีทองเบอร์ 4  ในสวนที่ให้ผลตอนนี้คืองามเมืองย่า กับ เขียวใหญ่ ให้ผลมา 2 ปีแล้ว
เก็บผลส่งตลาด
                ฉะนั้นท่านที่พอมีที่อยู่บ้างหน้าบ้าน หรือหลังบ้าน ก็ลองปลูกมะม่วง 2 สายพันธุ์นี้ดูนะครับ ผมลองปลูกในวงบ่อซีเมนต์ปลูกไว้หน้าบ้านที่ตลาดหัวดง  ก็ให้ผลดีเหมือนกัน
งามเมืองย่า ปลูกในวงซีเมนต์  ให้ผลโตเกือบกิโล
ตอนนี้ต้นดังกล่าวย้ายไปไว้ที่สวนแล้ว และให้ผลดีมาก ลูกโตมากผลย้อยติดดิน
 ใบที่เห็นเป็นต้นมะเดื่อที่ขึ้นใต้ต้นมะม่วงนะครับ
                       การขยายพันธุ์  จะใช้เมล็ดเพาะ หรือใช้กิ่งตอนก็ได้ หรือจะใช้วิธีอย่างผมทำก็จะให้ผลเร็วดีขึ้น คือผมจะเปิดแผลกิ่งตอน แล้วเหนือกิ่งแผลประมาณ 2 เซนติเมตร ผมจะเอารากมะม่วงแก้ว หรือมะม่วงอื่นๆ ที่ทำเป็นตอพันธุ์มาเสียบ (เหมือนเสียบยอดทาบกิ่ง) แล้วพันรากให้แนบสนิทกับกลิ่งที่จะตอน แล้วจึงนำดินมาหุ้มแผลกิ่งที่จะตอน ดินก็จะทับบนรากที่เรานำมาเสียบเสริม ถ้ารากที่ทาบเดิน ก็ตัดกิ่งมาชำได้ ไม่ต้องรอให้รากที่แผลตอนเดิน จะได้กิ่งที่โตกว่า การทาบต้น                         
              ที่อำเภอลับแล ถือว่าปลูกมะม่วงน้อยมาก ไม่นิยมปลูกเป็นการค้า ปลูกไว้สำหรับรับประทานภายในบ้าน ที่เหลือก็ขายให้แก่คนในพื้นที่  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้หัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล หรือที่ตลาดเทศบาลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล มักจะไม่เห็นมะม่วงของชาวสวน มาวางจำหน่าย หรือมีก็น้อยมาก ตอนนี้ที่สวนก็เก็บขายสดเกือบหมดแล้ว เหลือไว้บ้างสำหรับท่านที่ไปเยี่ยมและสำหรับคนครอบครัวครับ......

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

มะไฟลับแล ผลไม้ที่ออกปลายเมษา

เมืองลับแล เมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้  คำกล่าวที่ว่าคงไม่เกินความจริงมากนัก เพราะจะมีผลผลิตของพืชสวนออกทั้งปี เกือบทุกฤดูกาลของผลไม้ ใครจะเชื่อบ้างว่า มีผลสละของชาวลับแลออกวางขาย มีสะตอของชาวลับแลออกวางขาย ราคาก็ถูกกว่าของภาคใต้ด้วย อะโวคาโด  ผลไม้ที่ไม่คุ้นของคนไทยก็ปลูกได้ที่ลับแล ช่วงปลายเดือนเมษา นอกจากจะเริ่มมีทุเรียน มังคุด ออกช่วงนี้แล้ว ยังมีมะไฟ ออกมาวางจำหน่ายในราคาถูกอีกด้วย


 ทรงพุ่มมะไฟเหรียญทอง
มะไฟ เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก  มะไฟที่ปลูกในอำเภอลับแล ส่วนใหญ่มี 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไข่เต่า ซึ่งถ้าอยู่ในที่ชื้นลูกก็จะโต ลักษณะผลส่วนใหญ่จะมี 3 พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 3 เมล็ด ถ้าลูกเล็กก็จะมี 2 พู  สุกแล้วรสหวาน  อมเปรี้ยวเล็กน้อย  เปลือกจะหนาเหมาะสำหรับขนส่งไกล ๆ
มะไฟไข่เต่า เมื่อปลอกเปลือกมี 2 - 3 เมล็ด
ส่วนอีกสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ พันธุ์เหรียญทอง  มะไฟพันธุ์นี้ลูกจะโตกว่ามะไฟไข่เต่า  ผลมี  พู แกะเปลือกออกจะเห็นมี 4 เมล็ด สุกจัดแล้วรสจะหวาน บางคนชอบรับประทานหวานอมเปรี้ยว ก็เลือกรับประทานได้เลือกลูกที่สุกแต่ส่วนที่ติดขวั้นยังเขียวเล็กน้อย
มะไฟเหรียญทองเมื่อปลอกเปลือกมี 4 เมล็ด

วิธีปลูกก็ใช้ได้ทั้งการเพาะกล้าเมล็ด และตอนกิ่ง   การปลูกโดยเพาะเมล็ดก็จะใช้เวลานานกว่าจะไดผลผลิต แต่ถ้าซื้อกิ่งตอนที่เขาตอนขายมาปลูกก็จะได้ผลผลิตเร็วยิ่งขึ้น   ส่วนคนที่ปลูกมะไฟสายพันธุ์พื้นเมือง มะไฟป่า หรือสายพันธุ์อื่นไว้ อยากจะให้เป็นพันธุ์เหรียญทอง หรือไข่เต่าดูบ้าง ก็เลือกยอดของพันธุ์ที่ชอบ ยอดที่อวบ อั้นยอดแล้วคือไม่มียอดอ่อน   ตัดยาวประมาณ 3 – 4 นิ้ว เด็ดใบออกให้หมด แล้วนำไปต่อยอดต้นเดิม จะเป็นการต่อโดยเสียบยอด หรือทาบยอดลงบนกิ่งก็ได้ ท่านก็จะได้มะไฟพันธุ์เหรียญทอง หรือพันธุ์ไข่เต่าไว้รับประทาน ผลไม้ชนิดนี้ บางจังหวัดที่เคยมีปลูก เดี๋ยวนี้ชักจะไม่ค่อยมีให้เห็น และเพื่อเป็นการอนุลักษณ์ผลไม้ไทย ก็หาต้นพันธุ์ปลูกไว้ในบริเวณบ้านบ้าง ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน ถึงฤดูก็ออกดอกผลให้รับประทาน

ที่สวนห้วยผึ้ง จันทน์ผา มีปลูกไว้ทั้ง 2 สายพันธุ์ ต้นยังเล็กอยู่(ในภาพ) ให้ผลผลิตไม่มากนัก  แต่ที่สวนของคุณลุง หรือสวนของอาจารย์ ที่อยู่ติดกัน ของเขาต้นใหญ่ ต้นหนึ่งได้หลายร้อยกิโล เวลามองไปที่ต้นขณะมีผล เป็นพวงสุกสีเหลืองสวยงามครับ
มะไฟเหรียญทองบนต้น
มะไฟเหรียญทอง ขนส่งสู่ตลาด

ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง อำเภอลับแล ก็มีวางขายทั้งปลีกและขายส่ง ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 10 กว่าบาท ต่อกิโลกรัม ถ้าซื้อทุเรียนแล้ว ก็ลองซื้อมะไฟกลับไปฝากเพื่อนฝูง ครอบครัวบ้างนะครับ เป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย วิธีรับประธานก็ง่าย ปลอกเปลือก ก็เห็นเนื้อขาวนวนใส บางคนก็กลืนทั้งเมล็ด บางคนก็ปลิ้นเอาเมล็ดออก บางคนก็นำไปปรุงก่อนโดยแกะเปลือกเอาแต่เมล็ดแล้วนำไปคลุกกับพริกเกลือแล้วตักรับประทาน อร่อยอย่าบอกใคร  พูดแล้วน้ำลายไหล ........ลองหารับประทานดูนะครับ ช่วยชาวสวนมะไฟอีกทางหนึ่งด้วย ..ขอบคุณครับ

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

หลงลับแล ทุเรียนอร่อยของอุตรดิตถ์

หลายคนได้ยินคำว่า เมืองลับแล จะต้องถามว่าเมืองนี้มีจริงหรือ?  เมืองลับแล มีจริงตามภูมิศาสตร์ เป็นอำเภอ ๆ หนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์  ส่วนลับแลเมืองแม่ม่ายในตำนาน มีเล่าขานกันหลายจังหวัด.....ท่านจะไปเที่ยวเมืองลับแลที่เป็นลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่มีผลไม้นานาพันธุ์ ต้องไปที่อำเภอลับแล  จังหวัดอุตรดิตถ์...
หมู่บ้านชาวลับแล มองผ่านทุ่งนา

เมื่อขับรถออกจากเมืองอุตรดิตถ์ ไปทางทิศตะวันตก ถึงเขตอำเภอลับแล ถึงป้อมตำรวจชาวบ้านเรียกป้อมเนินหนึ่ง  มองไปข้างหน้าจะเห็นผืนป่าอันเขียวชอุ่ม ที่มีภูเขาอยู่ลิบ ๆ ภูเขาที่เห็นนี้เป็นภูเขากั้นระหว่างอำเภอลับแล กับ อำเภอศรีสัชชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ไม่น่าเชื่อว่าผืนป่าไม้ที่เขียว อยู่ข้างหน้าในป่าไม้นั้นเป็นเมือง และเป็นตัวอำเภอเสียด้วย มีต้นหมาก ต้นมะพร้าว ต้นลางสาด ต้นไม้นานาชนิด ปลูกผสมผสานกันไปกับการก่อสร้างบ้านเรือนของชาวลับแล
ประตูเมืองลับแล
หากท่านไปถึงประตูเมืองลับแลมองไปทางเหนือ จะเห็นภูเขาสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวลับแล เป็นเขตตำบลฝายหลวง  ตำบลแม่พูล  และตำบลนานกกก  ทั้ง 3 ตำบลนี้มีอาชีพเป็นชาวสวนผลไม้เสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการปลูกทุเรียน และที่มีชื่อมากที่สุดก็คือ ทุเรียนหลงลับแล

ทุเรียนหลงลับแล ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา
หลงลับแล วางจำหน่ายตลาดผลไม้หัวดง

ทุเรียนหลินลับแล วางจำหน่ายที่ตลาดหัวดง 

 
ทุเรียนหมอนทอง ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา


หมอนทอง วางจำหน่ายที่ตลาดผลไม้หัวดง


ทุเรียนหลงลับแล ต้นเดิมอยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าของคือนายลม นางหลง อุประ  เป็นชาวตำบลแม่พูล อำเภอลับแล  ซึ่งก่อนที่จะโด่งดังและแพร่พันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการประกวดทุเรียน ในงานเทศกาลประกวดทุเรียนของชาวตำบลแม่พูล  เป็นทุเรียนพื้นเมืองที่ชนะเลิศเมื่อปี พ.ศ.2520
ทุเรียนพื้นเมือง
ทุเรียนที่ออกสู่ตลาดขณะนี้มี ทุเรียนพื้นเมือง ทุเรียนหลงลับแล ทุเรียนหลินลับแล ทุเรียนหมอนทอง และทุเรียนชะนี  ถ้าท่านไปที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง  ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล  ท่านจะพบทุเรียนที่แม่ค้าวางเป็นกอง ๆ ละ 10 ลูก นั่นคือทุเรียนพื้นเมือง ทุเรียนพื้นเมืองจะแบ่งเป็น 3 ขนาด คือขนาดใหญ่ชาวลับแลเรียกทุเรียนหัว  ขนาดกลางเรียกทุเรียนรวม  ขนาดเล็กและทุเรียนที่มีตำหนิ เรียกทุเรียนแผ่  ถ้าท่านซื้อทุเรียนที่มีขนาดกลางและมีขนาดใหญ่ปนอยู่บ้างชาวแม่ค้าลับแลจะบอกว่าทุเรียนรวมหัว  จะแพงกว่าทุเรียนรวม  แต่จะถูกกว่าทุเรียนหัว  เพราะกองนั้นจะมีทุเรียนขนาดกลางผสมกับทุเรียนขนาดใหญ่ 
ทุเรียนหมอนทอง
นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกซื้อผลไม้อื่นที่เป็นผลผลิตของชาวลับแลได้อีก เช่น มังคุด มะม่วง มะไฟ ชมพู่ รวมถึงสินค้าแปรรูป เช่น ทุเรียนกวน กล้วยกวน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของชาวลับแลแท้ ๆ
มังคุด ขณะนี้ออกสู่ตลาดมาก

มะม่วง ที่สวนห้วยผึ้ง จันทร์ผา
ทุเรียนหลงลับแล ราคาช่วงนี้แม่ค้าขายอยู่ที่กิโลละ 100 บาทขึ้นไป ส่วนทุเรียนหลินลับแล ราคาก็จะแพงกว่า สำหรับท่านที่ไปเที่ยวหัวดง ต้องการทุเรียนของชาวสวนลับแล แต่ไม่ทราบว่าจะซื้อที่ไหนหรือกลัวว่าจะไม่ได้ของแท้  หรือต้องการต้นกล้าพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ที่ตัดต่อพันธุ์โดยชาวสวนลับแลแท้ ๆ ก็ติดต่อได้ที่ ผมเองหรือที่แม่บ้านก็ได้ หมายเลขโทรศัพท์แม่บ้าน คุณจำเนียร ม่วงสีเมืองดี 0869284180 ที่ให้ติดต่อกับแม่บ้านเพราะส่วนใหญ่ผมอยู่บ้านสวน   ติดต่อมาก่อนยินดีอำนวยความสะดวก  รับรองราคาไม่แพงจะพาให้ไปตกลงกับแม่ค้าผู้ขายเอง  ส่วนต้นพันธุ์ ที่บ้านผมพอมี ผมให้ชาวสวนที่ฝีมือดีทำให้มีอยู่ 100 กว่าต้น  เพื่อที่จะเอามาต่อต้นหมอนทองปีนี้  เ พราะชาวสวนเลือกยอดพันธุ์จากต้นที่ชนะเลิศการประกวดต่อกล้าให้   ถ้าท่านใดสนใจก็พอจะแบ่งให้ได้   ติดต่อที่แม่บ้านนะครับราคาไม่แพง

ทุเรียนทอด
ทุเรียนกวน


วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

ภัยแล้ง...ทุกข์ของชาวสวน

ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ผืนป่าที่เขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์  เริ่มมีไฟป่าส่งหมอกควันปกคลุมผืนฟ้า ทำให้เกิดมลภาวะ ชาวภาคเหนือเดือดร้อนกันยกใหญ่ แต่พอเข้าช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่มีฝนตก ลมแรง หมอกควันในบางจังหวัดเริ่มคลี่คลาย แต่ที่ลับแล กลับไม่มีฝนตก หรือตกก็น้อยมาก ทำให้อากาศร้อนจัด จากสภาพอากาศที่ร้อน และแล้งเช่นนี้ทำให้มีผลกระทบต่อพืชผลของชาวสวนอย่างมาก จนเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง

ฤดูฝนที่เขียวชอุ่ม
ภัยแล้ง ที่มีผลกระทบต่อชาวสวนอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม  เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หนักสุดเห็นจะเป็นช่วยตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน  เป็นต้นมา  ยอดพืช  ใบพืช ผลไม้ โดยเฉพาะลองกอง ใบไหม้ กิ่งแห้ง ทั้ง ๆ ที่ให้น้ำทุก 3 5 วัน ต่อครั้ง ขณะนี้เริ่มแห้งตาย  ชาวสวนก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ  สภาวะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 หลังน้ำท่วมดินถล่ม ก็เกิดภัยแล้งอย่างหนัง ต้นไม้ยืนต้นตาย บางต้นก็ถูกเผาไหม้ กินเนื้อไม้เข้าไปครึ่งต้น
ฤดูแล้งต้นไม้แห้งตาย
ภัยแล้งเมื่อปี 2550
ช่วงนี้ทุเรียน เริ่มสุกก่อนแก่ คือเริ่มร่วง การร่วงจะร่วงทั้งขั้วผล หรือมีบ้างที่ร่วงเหมือนผลสุก แต่ผลยังไม่แก่ ปล่อยทิ้งไว้โคนต้น  
2 3 วัน ก็จะแตกมีกลิ่นหอมเหมือนทุเรียนสุก
ผลทุเรียนที่ร่วง สุกก่อนแก่
ส่วนผลที่ยังไม่ร่วงก็ต้องดูแล ให้น้ำกันต่อไป ผลเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณปลายเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม คงมีชาวสวนตัดทุเรียนหมอนทองวางตลาดได้ ท่านที่ไปเที่ยวที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ก็คงได้เห็นทุเรียนหมอนทอง วางจำหน่ายบ้างแล้ว
หมอนทองที่เหลืออยู่ก็รอเก็บเกี่ยว
ปกติไฟป่ามักจะไหม้ป่าและลามเข้ามาใกล้สวนช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ แต่ปีนี้มีไฟป่ารอบ 2  มีมือเผาป่าเผาช่วงเดือนเมษายนด้วย ทั้ง ๆ ทางราชการประกาศหามเผาป่า เผาหญ้า แต่ไม่มีใครฟัง ตอนนี้ก็เลยต้องอยู่สวนระวังไฟป่าอีกรอบ นี่แหละครับ พอแล้ง  ร้อนก็ร้อน ผลผลิตก็ถูกธรรมชาติเล่นงาน ยังมีมนุษย์มือดีที่ทำให้ชาวสวนเดือดร้อนอีก ไม่รู้จะทำอย่างไร  ก็คงต้องดูแลกันต่อไป
 ถ้าท่านพอมีเวลาว่าง วันหยุดช่วงนี้ถ้ามีโอกาสขึ้นไปทางภาคเหนือ อย่าลืมแวะให้กำลังใจชาวสวนอย่างพวกเราบ้าง ถึงแม้ท่านจะซื้อผลผลิตจากพ่อค้า แม่ค้าที่ตลาดเทศบาลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์     ผลพลอยได้ก็คือพวกเราชาวสวนคือมีตลาดส่ง ทำให้มีความหวังอยู่บ้างในการทำสวน  สงสารชาวสวนพื้นบ้านจริง ๆ ครับ....



วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

เที่ยวเขื่อนสิริกิติ์ อุตรดิตถ์ ช่วงสงกรานต์

สงกรานต์ปี 2555 ที่อุตรดิตถ์ปีนี้ ได้มีโอกาสต้อนรับญาติ ๆ จากกรุงเทพ และสระบุรี ซึ่งเดินทางมาเยี่ยม และพักผ่อนวันสงกรานต์ ตามธรรมเนียมของชาวลับแล ก็ต้องต้อนรับขับสู้กันหน่อย ขาดเสียไม่ได้คือการไปทำบุญใส่บาตรที่วัด ปีนี้ไปทำบุญที่วัดศรีอุทุมพรคณารักษ์ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และวันรุ่งขึ้นเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัด จุดแรกเลือกไปที่เขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์            
"เขื่อนสิริกิติ์" เดิมเขื่อนนี้ เรียกชื่อว่า เขื่อนผาซ่อม ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นามว่า เขื่อนสิริกิติ์  เมื่อ พ.ศ. 2511 โดยก่อสร้างปิดกั้นแม่น้ำน่าน บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
 ที่นี่ปีนี้ทางเขื่อนอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวดีมาก .... ที่จอดรถให้จอดบนสันเขื่อน ขึ้นทางฝั่งน้ำด้านเหนือ แต่พอขากลับให้ลงทางฝั่งน้ำด้านใต้ เรียกว่าขับรถขึ้นไปพักผ่อนชมวิว รับประทานอาหารเสร็จ ก็เดินทางผ่านสันเขื่อนลงอีกด้านหนึ่งฝั่งใต้ของแม่น้ำน่าน ทำให้มองเห็นภาพอ่างเก็บน้ำเต็มตาเลยครับ ...
สันเขื่อน.....อ่างเก็บน้ำช่วงเมษา 2555


ลงจากรถก็เจอเจ้าถิ่นสีสวยมาก

            บรรยากาศบนสันเขื่อนก็มีนักท่องเที่ยวมากันอย่างล้นหลาม มีซุ้มร้านอาหารจำหน่าย ครอบครัวนักท่องเที่ยวนำรับประทานอาหารกันเป็นกลุ่ม ๆ  อาหารที่ขึ้นชื่อของร้านบนสันเขื่อนคือ ปลาเผา ส้มตำ หมูย่าง ฯลฯ อร่อย ๆ ทั้งนั้น
ที่สะดุดตาก็คือมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังสำรวจความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่ออาหารพื้นบ้านวัฒนธรรมล้านช้างจังหวัดอุตรดิตถ์  รูปแบบของน้อง ๆ นักศึกษาก็คือ ปรุงอาหารพื้นบ้านประมาณ 11 อย่าง มาบริการให้นักท่องเที่ยวชิม ใครชิมแล้วชอบชนิดไหนก็จะตักใส่ภาชนะพลาสติก ให้ไปนั่งทานได้ พร้อมกับมีข้าวเหนียวห่อใบตองให้ด้วย

นักท่องเที่ยวกำลังชิมอาหารพื้นบ้านและกรอกแบบสำรวจ
 ผมเห็นเป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมก็เลยชวนญาติๆเข้าไปชิมและตอบแบบสอบถาม ผมเคยรับราชการอยู่แถบอำเภอที่มีวัฒนธรรมนี้เป็นเวลาหลายปี เห็นว่าน้อง ๆ กลุ่มนี้เป็นเด็กรุ่นใหม่ และเลือกกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นบ้านของแถบนี้ไว้ จึงภูมิใจและสนับสนุนครับ  ผมจะแนะนำอาหารที่น้อง ๆ ทำมาให้ชิมทีละอย่างนะครับ...
   

                            เอาะผัก 
แกงเอาะผัก (เป็นชื่อเรียกของชาวอำเภอน้ำปาด อำเภอฟากท่า อำเภอบ้านโคก รวมถึงพี่น้องชาวลาว  )  
หน้าตาอาหารจานนี้ถ้าไม่ใส่ไก่ ก็คล้าย ๆ จอผักกาดของทางภาคเหนือเลยละ
           




เอาะไก่

 อีกจานคือเอาะไก่ จานนี้เหมือน ๆ กับแกงหยวกใส่ไก่ ใส่กะทิด้วย รสชาติอร่อยไปอีกแบบ

  
แกงหมักหมี้ปลาย่าง

จานนี้เป็นแกงหมักหมี้ปลาย่าง  (แกงขนุนใส่ปลาย่าง)  แกงนี้ถือเป็นมงคลสำหรับคนที่ชอบเอาเคล็ดเรื่องการเสริมดวง เขาว่ากันว่ากินแกงขนุนวันขึ้นปีใหม่จะมีความรุ่งเรือง ร่ำรวย เพราะกินของหนุนมา  ถ้าจะให้ดีก็ใส่หมู ใส่กล้วยด้วยจะยิ่งดีไปใหญ่ ทำอะไรจะได้หมู ๆ กล้วยๆ    ดูหน้าตาแกงจานนี้กัน
          
              

จานนี้แกงหมักหมี้ใส่กระดูกหมู  พูดถึงขนุนตอนนี้ทุกสวนจะออกลูกดก กินได้ทั้งสุก ดิบก็นำมาประกอบเป็นอาหารอย่างที่น้อง ๆ ทำกัน ชาวเขตอำเภอน้ำปาด ฟากท่า บ้านโคกเรียกขนุนว่า หมักหมี้    




อ่อมบอนหนัง

จานนี้เป็นอ่อมบอนหนัง   บอนเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นในที่ชื้นมีน้ำขัง นำมาประกอบอาหารหรือเลี้ยงสัตว์ ถ้านำมาประกอบอาหารต้องทำให้เป็นไม่เช่นนั้นจะคันเมื่อเวลารับประทาน คนในหมู่บ้านจะมีแม่ครัวที่แกงเก่ง ๆ  อยู่ไม่กี่คน แต่ละคนก็จะมีเคล็ดลับเป็นของตัวเอง ส่วนหนัง คือหนังหมู หรือหนังวัว หรือหนังควาย ที่นำมาเคล้าเกลือตากแห้งเวลาทำต้องแช่น้ำก่อน ....ตอนที่ย้ายมารับราชการใหม่ ๆ ขึ้นมาพื้นที่เขตนี้ เอาหนังที่เขาหมักเกลือตากแห้งแล้ว นำไปย่างไฟ ทุบ ๆ ให้แตกนำมาเคี้ยว(เหนียวมาก) แกล้มสาโท  อร่อยอย่าบอกใคร
             

อ่อมบอนหมู
จานนี้เช่นกันเป็นแกงที่ทำจากบอน แต่ใส่หมู  ใส่กะทิด้วย



แกงหน่อไม้
จานนี้ขาดไม่ได้ทางพื้นที่แถบนี้ ถ้าไปนิเทศงานทุกครั้งต้องบอกให้เตรียมอาหารพื้นบ้านแบบนี้ไว้เลย นั่นคือแกงหน่อไม้ ใส่น้ำคั้นใบย่านาง 

แกงหน่อไม้ทรงเครื่อง
ส่วนจานนี้เป็นแกงหน่อไม่ทรงเครื่อง หน้าตาน่ารับประทานมาก ใส่ฟักทอง บวบ  ใส่เห็ดขอนขาว(เห็ดที่ขึ้นในท้องถิ่น) อร่อยครับจานนี้






แกงหยวก  
จานต่อไปเป็นอาหารท้องถิ่นที่มีเกือบทุกหมู่บ้าน นั่นคือ แกงหยวก  บางพื้นที่ก็ใช้หยวกกล้วยน้ำว้า แต่บางพื้นที่ใช้กล้วยป่าที่ชาวบ้านเรียกว่ากล้วยหก จะกรอบ อร่อยมากเมื่อนำมาแกง น้อง ๆ เลือกแกงใส่ไก่ เป็นไก่พื้นบ้านเข้ากันครับ เวลามีงานบุญกองข้าว จะได้กินกันบ่อย ๆ





แกงหยวกใส่กะทิ
นี่เป็นอีกจานที่ทำยากหยวกกล้วย เป็นแกงหยวกใส่กะทิ คนชอบกะทิ ก็จานนี้เลยครับ จานนี้น้อง ๆ ใส่เส้นขนมจีนตากแห้งลงไปด้วย เป็นแกงพื้นเมืองทางนี้จริง ๆ เพราะแกงบางชนิดเขาจะใส่เส้นขนมจีนตากแห้งไปด้วยครับ


แกงผักหวาน
สุดท้ายแกงยอดฮิตของวัฒนธรรมพื้นเมืองแถบนี้ คือแกงผักหวาน ถ้าจะให้ได้รสชาติจริง ๆ ต้องใส่ไข่มดแดง ถ้าท่านขับรถจากอุตรดิตถ์ ขึ้นไปทางน้ำปาด ฟากท่า บ้านโคก ท่านจะเห็นยอดผักกองบนพื้นแคร่ไม้ไผ่ข้างทาง และมีห่อใบตองวางมากมาย นั่นคือยอดผักหวาน ซึ่งจะเริ่มออกตั้งแต่เดือนมีนาคม จนต้นเดือนพฤษภาคม และ จะมีจานใส่วัตถุเป็นเม็ดๆ สีขาว ๆ ให้ท่านลงไปดูได้เลยนั่นคือไข่มดแดง  แต่ที่น้อง ๆ ทำวันนี้น้องเลือกใส่ไก่ เพราะไข่มดแดงแพงมาก นั่นเอง  ดูหน้าตาแกงจานนี้กันครับ

พาญาติ ๆ และแนะนำนักท่องเที่ยวชิมฝีมืออาหารพื้นเมืองของวัฒนธรรมล้านช้างอุตรดิตถ์จนครบทุกอย่าง น้อง ๆ บริการน้ำครบถ้วน  แล้วเดินชมวิว ทิวทัศน์ แวะร้านขายของฝาก ซื้อปลาเผา แล้วเดินทางต่อไปยังจุดท่องเที่ยวอื่น  อิ่มใจครับที่ได้มาถึงวัฒนธรรมล้านช้าง ได้เหยียบแผ่นดิน ได้กินอาหาร ได้สำราญกับธรรมชาติ ของจังหวัดอุตรดิตถ์....... 
ขอขอบคุณน้อง ๆ ทีวิจัยทุกคน อาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ร่วมกิจกรรมดี ๆ ด้วยความจริงใจครับ   และถ้ามีโอกาสเชิญให้คำแนะนำ  ที่สวนห้วยผึ้ง จันทน์ผา ลับแลบ้างครับ ยินดีต้อนรับ...............