เรื่องนี้...HOT จริงๆ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะนาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะนาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

หลังศาลาก้อนเส้า เราปลูกพืชสวนครัว



ถ้าท่านติดตาม Blog ของสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา จะเห็นว่าช่วงแรก ๆ มุมพักผ่อนเราทำศาลาหญ้าคา ต่อมาเมื่อศาลาหญ้าคาหมดอายุ เรายกศาลาไปทำค้างถั่วฝักยาวและบวบ เราได้ทำศาลาก้อนเส้าเตาไฟขึ้นมาทดแทน โดยข้างๆ ศาลาเราทำเตาก้อนเส้าสำหรับต้มน้ำสมุนไพร และน้ำสำหรับชงกาแฟ ไว้บริการท่านที่ขึ้นไปหา


       ศาลาหญ้าคาเดิม                               เป็นศาลาก้อนเส้าเตาไฟ
ต่อมาเราได้ทำอ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ไว้ชายคาบ้านกลางสวน เหล็กไวเมทสำหรับเสริมเทพื้นเหลือ เราจึงเอาเหล็กมาติดกับชายคาด้านหลังของศาลาก้อนเส้าฯ แล้วปลูกบวบ กับตำลึง ให้พันขึ้นเป็นม่านกันแดดได้เป็นอย่างดี ส่วนมุมด้านหลังทั้งสองด้านเราเอายางรถยนต์ เทปูนปิดด้านล่าง เอาดินใส่ ปลูก โหระพา และผักไผ่ สำหรับไว้ปรุงอาหาร ไม่ต้องเดินไปเก็บไกล

                               ต้นบวบเหลี่ยมมองด้านนอก                           มองด้านใน
เมื่อเราคิดว่าการประกอบอาหารต้องเดินไปเก็บผักไกล ๆ เราก็ย้ายผักที่รับประทานบ่อย ๆ มาไว้ใกล้ ๆ ศาลาก้อนเส้า เช่น มะละกอ ตะไคร้ มะกรูด มะนาว สำหรับมะละกอต้นแม่เป็นพันธุ์ฮอลแลนด์ซึ่งชาวบ้านไม่นิยมนำมาทำส้มตำ เราก็จัดการเสียบยอดพันธุ์ที่นิยมทำส้มตำเช่นพันธุ์ครั่ง ส่วนมะนาว มะกรูด เราก็ไม่ปลูก มีต้นส้มโออยู่ใกล้ ๆ ศาลา ก็จัดการต่อยอดมะนาว มะกรูดไว้ที่ต้น ส้มโอเสียเลย


        ตะไคร้/มะละกอ                      มะนาว มะกรูด ส้มโอ
เคยไปบรรยายเรื่องจิตอาสา และประสบการการทำสวนให้พี่น้องชาวสวนยางหลาย ๆ ที่ และได้เล่าถึงการทำสวนของผมให้ฟัง มีคนสนใจมาเยี่ยมดูก็เห็นว่าแปลกดี และจะนำกลับไปทำบ้าง ผมไม่หวงวิชา บางคนให้แนะนำเรื่องการตอนมะละกอ ก็บอกกัน ฝึกทำไปเลย จะได้นำไปใช้ในสวนของตังเองบ้าง ไม่แน่โอกาสหน้าผมอาจจะแวะไปเยี่ยมบ้างก็ได้นะครับ...


 ผักไผ่                                         โหระพา

การจัดสวนแบบนี้ก็เป็นที่ถูกใจ ของบรรดาน้อง ๆ เพื่อน ๆ ร่วมวงที่มักขึ้นไปประกอบอาหารแบบบ้าน ๆ เพราะสิ่งที่จำเป็นก็อยู่รอบ ๆ ศาลานั่นแหละครับ ความคิดนี้ไม่สงวนนะครับ ใครอยากทำตามก็เอาเลยประหยัดเนื้อที่ หาง่าย สะดวก และที่สำคัญคือ เหมาะกับคนอย่างผม ซึ่งไม่ค่อยขยันเดินไปหาไกล ๆ ครับ...

มุมพักผ่อน

                            มองด้านหน้าศาลาก้อนเส้า เห็นม่านกันแดดเป็นเถาบวบ เถาตำลึง











วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

ผลไม้หลากหลายที่ลับแล

ช่วงนี้ฟ้าฝนเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ คือไม่ตกแบบพายุมาหรือกระหน่ำแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด คือตกพอให้ความชุ่มชื้น แบบนี้ชาวนาดอนคือนาน้ำฟ้าก็แย่หน่อยเพราะไม่ค่อยมีน้ำขัง แต่ชาวสวนเริ่มลืมตาอ้าปากได้เพราะสามารถเข้าไปในสวนที่อยู่ในหุบเขาเก็บผลผลิตออกสู่ตลาดได้ แต่ก็ถูกกระแสราคาตลาดกระหน่ำแบบเกือบไม่เหลืออะไรเลย
ลางสาด ลองกองลับแล ยังออกเต็มตลาดทุกวัน
ลองกองลับแลตอนนี้ขอบอกว่าราคาชาวสวนเกือบอยู่ไม่ได้จริง ๆ คือเกรดรวมราคาส่งอยู่ที่ 17 บาท นี่ขนาดพอขายได้แต่บางวันก็ถูกกดราคาเหลือ 15 – 16 บาท คิดดูซิครับค่าคนงานตัด สวนที่อยู่ไกล ๆ ก็ตกกิโลละ 5บาท สวนใกล้หน่อยก็อยู่ที่ 4 บาท ใกล้บ้านสุดก็ตกกิโลละ 3 บาท ค่าน้ำมันบรรทุกออกมาส่งในตลาดอีกละครับ เกือบไม่เหลืออะไรถ้าให้แค่ 15 – 16 บาท ส่วนลางสาดนั้นราคาถูกมาก ขณะนี้เหลือกิโลละ 5-6 บาท แต่พอไปถึงมีผู้บริโภคลองกองเกือบ 30 บาท ลางสาดก็ 15 บาทขึ้นไป
กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม
ส้มโอ ราคาถูกมากลูกละไม่ถึง 10 บาท
ถึงอย่างไรในสวนก็ใช่ว่าจะมีเพียงลองกอง ลางสาดอย่างเดียว ผลไม้อื่นที่ชาวสวนหลายรายปลูกไว้ก็สารมารถเก็บมาส่งตลาดได้บ้าง ราคาก็พอไปได้ครับ ตอนนี้ที่สวนห้วยผึ้งฯ ก็มี ส้มโอ มะนาว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม พริกไทย แก้วมังกร ขนุนอ่อน ก็เก็บส่งตลาดพอได้เป็นค่าน้ำ ค่าปุ๋ย ไม่เดือนร้อนมากนัก
มะนาว ที่ลับแลราคาไม่แพง
พริกไทยอ่อน
ถึงอย่างไรก็ตาม ก็อยากจะให้ทุกท่านได้ช่วยอุดหนุนชาวสวนลองกอง ลางสาดลับแล อุตรดิตถ์บ้างนะครับ ผลไม้ในตลาดตอนนี้มีหลายประเภท อยากให้บนโต๊ะอาหารของท่านมีลองกอง ลางสาดลับแล อยู่อีกสักหนึ่งอย่างก็จะเป็นพระคุณครับ ส่วนทุเรียนหมอนทอง บางสวนก็ยังพอมี ราคาก็พอหาซื้อได้ ถ้าผ่านไปอุตรดิตถ์ช่วยแวะอุดหนุนชาวสวนลับแล ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ผลไม้จากสวน ที่อำเภอลับแลถือว่าเป็นการช่วยชาวสวนลับแลครับ

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ชาวสวนเพชรบูรณ์ เยี่ยมชมสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา

ช่วงนี้ชาวสวนลับแลหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ระหว่างรอผลผลิตของลองกองสุก ก็จะทำการถางหญ้าในสวน ซึ่งตอนนี้จะเห็นคนที่รับจ้างถางสวนจะไม่ค่อยว่างกัน แต่ที่สวนห้วยผึ้งฯ จะมีน้องคอยช่วยอยู่ ซึ่งก็ว่ากันประจำตลอดมา
มองขึ้นไปบนเนินเขา
พอดีได้ทำการถางหญ้าเสร็จ ก็มีโอกาสต้อนรับน้องชาวสวนจากเพชรบูรณ์ มาดูการทำสวน ไม่ว่าจะระยะการปลูก การขุดหลุมปลูก การแกะถุงหุ้มออกจากรากต้นกล้า การต่อกิ่ง การต่อราก การทาบกิ่ง การตอนมะละกอ การเก็บยอดพันธุ์สำหรับเตรียมต่อกิ่ง ก็ได้เรียนรู้ไปพอสมควร
ถ่ายภาพกับเจ้าของฯ
จากนั้นก็พาเดินชมทุเรียน ดูว่าต้นไหนเป็นหมอน ต้นไหนเป็นหลง ต้นไหนเป็นหลิน ปรากฏว่าดูแล้วแยกไม่ออก พาไปบนสวน แต่ไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุด  มีคำถามว่าถ้าปลูกหลงใกล้กับหมอนทองจะกลายพันธุ์หรือไม่ ผลก็คือพาไปดูต้นหลังบ้านซึ่งมีหมอนปลูกติดกับหลงอยู่  ก็ได้ถ่ายภาพกับต้นหลงลับแลต้นหลังบ้าน
ต้นหลงลับแลหลังบ้าน
เดินดูช่อลองกอง
จุดสูงสุดของสวนต้องเดินขึ้นไปอีกครึ่งหนึ่งที่มาถึง คุณจำเนียรเจ้าของสวนเคยขึ้นไปเมื่อ 2 วันก่อน แต่มีลูกน้องติดตามไป 2 ตัว ให้นั่งรถเข็นไปครึ่งทาง พอขึ้นต่อไปต้องอุ้มตัวเล็ก  ขาลงปล่อยให้เดินลงเอง
นั่งรถเข็นไปได้ครึ่งทาง
เจ้าของบ้านหมดแรงเห็นบ้านอยู่ข้างล่างลิบ..จะลงไหวไหมหนอ..
น้องๆ ได้ซื้อกล้าพันธุ์หลงลับแล หมอนทอง มะนาว กระท้อน ลองกอง มะไฟ และผมยังได้ฝากยอดแก้วมังกร กิ่งตอนมะละกอ กล้าต้นจันทน์ผา หน่อกล้วยหอมเขียว หน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์ (ทุกอย่างที่ฝากให้ฟรี) ให้ไปปลูกที่เพชรบูรณ์ด้วย ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชมสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา โอกาสหน้าลองกองสุกมาทานลองกองอีกนะครับ ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ...
                                                             กล้วยหอมเขียว                                               กล้วยน้ำว้าพันธุ์