เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เข้าพรรษา..มาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา

เข้าพรรษาปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันยาว ตั้งแต่วันที่ 2-4 สิงหาคม หลังจากไปทำบุญในวันอาสาฬหบูชา ก็เข้าไปอยู่บ้านสวน ตกสาย ๆ ก็มีญาติพี่น้องจากจังหวัดพิษณุโลกมาเที่ยวสวน ก็พาเดินดูตั้งแต่ระดับพื้นล่างธรรมดา จนถึงเกือบถึงจุดสูงสุดและเป็นธรรมดาตอนกลับก็ขอพันธุ์ไม้ไปเช่นเคย
 พอวันเข้าพรรษาหลังจากทำบุญเสร็จ ก็ไปอยู่บ้านสวนคราวนี้เรื่องใหญ่ ผู้จัดการสวน(ลูกสาวคนโต)อยากจะไปเที่ยวสวนกับเพื่อน ๆ ก็เลยให้เอารถกระบะคันใหญ่ขับเข้าไป พอไปถึงคราวนี้เอาจริง เห็นแต่งตัวทะมัดทะแมง พร้อมที่จะขึ้นไปบนจุดสูงสุด เมื่อไปถึงดูโน่น ดูนี่ ใกล้ ๆ บ้านพักก็สั่งการเป็นการใหญ่ ต้นส้มโอให้เอาออก เอาไว้ไม่ต้องมาก ให้ลงทุเรียนแทน ตรงจุดกลางทางให้ทำที่นั่งพัก โอ้ย...ไปถึงก็สั่งใหญ่ ธรรมดาของผู้จัดการเพราะอนาคตเขาก็ต้องเป็นเจ้าของอยู่แล้ว
ผู้จัดการเติมพลังด้วยมะม่วงจิ้มเกลือก่อนขึ้นดอย
 หลังเตรียมเนื้อเตรียมตัวพ่นยากันยุงที่หมวก ที่กางเกง ก็เริ่มออกเดินจากทางเดินชั้นที่ 1 บริเวณบ้านกลางสวน ไปถึงจุดพักทางเดินชั้นที่ 2 คราวนี้พาเดินตัดตรงขึ้นไปถึงทางเดินชั้นที่ 3 หยุดถ่ายรูป
หยุดถ่ายรูปกับคนสวน..ดูเหมือนจะยังไหว
ยังไหว...งั้นไปต่อ
ดูเหมือนยังไม่เหนื่อย แต่เพื่อนวิ่งลัดขึ้นถึงทางเดินชั้นที่ 4 เพื่อที่จะไปถ่ายรูป ผมบอกไม่ต้องลงมา ให้เดินขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ ทางชัน เพราะชั้นที่ 3 กับชั้นที่ 4 ก็จะไปประจบกันเมื่อข้ามร่องห้วยไปแล้ว พอเดินไปถึงก็หยุดถ่ายรูปผู้จัดการอีกรอบ คราวนี้หมวกไม่อยากใส่แล้ว เอาไว้พัด แต่ก็ยังติดใจวิวสวย ๆ
ถึงจะแสนเหนื่อยก็ต้องเก๊ก...ไว้ก่อน
 แล้วพาเดินกลับ ลองชวนขึ้นไปทางเดินชั้นที่ 5 สุดท้ายไม่ยอมขึ้นไป แล้วขาลงก็เดินลงตามทาง ปรากฏว่าโดนยุงเล่นงานเสียอ่วม ระหว่างทางกลับก็เพลิดเพลินกับการเก็บพริกขี้หนูท่ามกลางฝูงยุง คงเข็ดไปอีกหลายวัน
ต้นกล้าจ้างคนเอาขึ้นไปบนเขา...ฝนไม่ตกต้องเอาลงเอง พร้อมกับลูกน้องซึ่งเวลาเดินจะเข้าไปอยู่ในย่าม
หลังจากลงจากดอยก็เริ่มทำอาหาร ก็เหมือนเดิมส้มตำเป็นอันดับแรก ต้มยำปลาย่าง หมูย่าง กับข้าวเหนียวก็อร่อยแบบบ้านป่าบนดอย  ผู้จัดการพร้อมเพื่อน ๆ และแม่เดินทางกลับ ผมยังอยู่ในสวน เวลาประมาณ 15 นาฬิกา ก็ได้รับโทรศัพท์จากหลานสาวที่อยู่ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ว่าจะพาน้องชายที่อยู่สัตหีบและครอบครัวเข้าไปเที่ยวสวน ก็รอต้อนรับเหมือนเดิม ญาติชุดนี้ติดใจน้ำชาศาลาก้อนเส้าเตาไฟ ถ้วยชาที่ใช้ผมทำจากกระบอกไม้ไผ่ วันนี้ทำชา ตะไคร้หอม ใบเตย ต้นมะรุม ก็เป็นชาบนดอยที่ผมทำดื่มทุกวันแล้วแต่จะขยันหาสมุนไพรมาทำ หลานสาวติดใจลองกองบอกว่าไม่เคยเห็นลองกองที่ออกลูกติดดินจนเกือบถึงยอด


ลองกองรุ่นที่ 2 ที่จะสุกกลางเดือนกันยา
 พอได้เวลาก็พากลับบ้านที่ตลาดหัวดง นั่งสังสรรค์ร้องเพลงคาราโอเกะ หลานสาวและเพื่อน ๆ ติดใจเครื่องเสียงชุดที่เอาเข้าไปใช้ในสวนเวลามีงานสังสรรค์ เพราะลำโพงผมทำจากถังน้ำมัน เป็นชุดคาราโอเกะขนาดเล็ก ส่วนหลานชายสนใจการตอนมะละกอ การตอนลงกองด้วยการเสริมราก ก็สาธิตให้ดูจนพอเข้าใจ  ตอนกลับก็ได้มอบพระเหล็กน้ำพี้ ไหลน้ำพี้ ไหลดำ ไหลเขียว พร้อมต้นกล้าจันทน์ผา
พริกขี้หนูสวน ขึ้นเรียงรายเป็นระยะ ๆ ชวนให้แวะเก็บ พร้อมกับยุงก็เยอะ
เข้าพรรษาปีนี้นอกจากได้ทำบุญ และยังได้ต้อนรับญาติพี่น้อง รวมถึงท่านที่สนใจเรื่องทำสวน  พอว่าผมทำสวนเริ่มเข้ามาดูหลายคณะ ถ้าท่านอยากมาชม มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ๆ ก็เชิญนะครับ ที่สวนไม่มีที่พัก แต่เที่ยวชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำสวนกัน และถ้ามีเวลาก็รับประทานอาหารกันตามมีตามเกิด ท่านชอบทานอะไรก็ซื้อเข้าไป ส่วนส้มตำ หรืออาหารในสวนก็บอกครับช่วยกันทำรับประทาน ถึงจะไม่เหมือนที่เขามีขาย แต่ก็อร่อยแบบเราทำกันเอง สวนไม่ไกลจากในเมืองอุตรดิตถ์ ...ถ้าสนใจอย่าลืมโทรแจ้งล่วงหน้าก่อนนะครับ....

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แมลงศัตรูทุเรียนที่ชาวสวนต้องระวัง...

หลังจากเก็บผลทุเรียนเสร็จเรียบร้อย ระหว่างรอเก็บผลผลิตลองกอง ชาวสวนก็มีการตกแต่งต้นทุเรียน  จะเป็นการตัดแต่งกิ่งแห้งหรือกิ่งแขนงออก และทำความสะอาดบริเวณรอบต้นเพื่อป้องกันโรคเชื้อราและแมลงพวกปลวก มดที่มารบกวนต้นทุเรียน  
ต้นทุเรียนช่วงนี้จะสมบูรณ์
ช่วงนี้ทุเรียนไม่ว่าจะเป็นพันธุ์หมอนทอง หลงลับแล หรือหลินลับแล จะเจริญเติบโตสมบูรณ์มาก จะแตกยอดอ่อน ใบจะเขียวเข้ม ชาวสวนต้องสังเกตว่ามีศัตรูแมลงมากัดกินหรือไม่ รวมถึงสังเกตรอบต้นว่ามีน้ำไหลเยิ้มออกมาหรือไม่ หรือมีขุยของเปลือกที่หนอนกัดกินแล้วถ่ายเทออกมาทางรูที่เจาะเข้าไปตามลำต้นหรือกิ่งทุเรียน ขุยนี้จะตกลงค้างตามง่ามกิ่งหรือที่ใบของทุเรียน ถ้ามีเป็นอันแน่นอนว่าต้นโดนนอนเจาะลำต้นเล่นงานเข้าแล้ว
มีขุยร่วงค้างบนใบ แสดงว่าบนต้นถูกหนอนเจาะทำลาย
 มีน้ำเยิ้มออกจากลำต้น แสดงว่ามีการเจาะทำลาย
ถ้าหนอนเจาะเข้าไปน้อยไม่ลุกลามมากนักผมใช้ยาฆ่าแมลงชนิดสเปรย์ฉีดเข้าไปในรู   แต่ถ้าเข้าไปมากมีการเจาะทำลายมาก รูที่เจาะมีน้ำไหลเยิ้ม หรือมีขุยค้างอยู่ปากรู ผมจะใช้ใบมีดคม ๆ เซาะตามรอยการทำลายของนอนจนพบตัว  ระหว่างที่เซาะตามหนอนนี้ก็จะพบเห็นนอนตัวเล็ก ๆ อีกจำนวนมาก แต่ตัวที่ทำลายตัวจะโตเกือบเท่าตะเกียบ ความยาวก็ประมาณ 1 – 1.5 ซม.เลยละครับ
ต้นนี้ถูกทำลายค่อนข้างจะมาก
แผลที่ทุกทำลายผมก็จะใช้ยาฆ่าแมลงชนิดผงผสมน้ำ ใช้แปลงป้ายเพื่อทำลายหนอนตัวเล็ก ความจริงด้วงที่มาปล่อยไข่ที่ต้นทุเรียนจะระบาดช่วงทุเรียนออกดอก แต่ที่สังเกตการเกิดในสวนปีนี้มักจะเป็นกับต้นที่เคยเกิดการระบาด ซึ่งนั่นก็หมายความว่าไข่ที่ตัวแม่ไข่เกิดการเจริญเติบโตในช่วงทุเรียนกำลังเก็บผล
ลักษณะตัวด้วงเมื่อวางไข่แล้วโตเป็นตัวหนอนเจาะทำลายต้นทุเรียน
ที่มาของภาพ(http://plantpro.doae.go.th/forecast/month/0947/durian.htm)
ผมเคยใช้ข่ายดักปลาขึ้งเพื่อดักด้วงตัวแม่ แต่ก็ติดน้อยมาก คงต้องใช้วิธีสังเกตต้นว่าถูกทำลายหรือยัง และคอยใช้ยาฆ่าแมลงพ่นบ้างเมื่อพบการเกิดการทำลาย หรือถ้าพอมีเวลาผมก็จะก่อไฟในร่องห้วยโดยนำเอาสะเดา ตะไคร้หอม ต้นข่าวางลงไปบนไม้ฟืนแล้วจุดไฟให้ควัน เพื่อไล่แมลง นี่เป็นการป้องกันของผมนะครับ ส่วนที่อื่นมีวิธีที่ดี ๆ ก็บอกชาวสวนมือใหม่อย่างผมบ้างนะครับ....ฉะนั้นระยะนี้ถ้าชาวสวนมัวเพลินกับการปลูกซ่อมแซม บางสวนก็ระดมตัดหญ้าเป็นการใหญ่  บางสวนยังไม่แต่งกิ่ง ตัดกิ่งแซม ก็เลยไม่ได้สังเกตต้นทุเรียน กว่าจะรู้ก็คงเหมือนสวนผมนี่แหละ โดนเล่นงานไปหลายต้นครับ...
ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพจาก http://plantpro.doae.go.th/forecast/month/0947/durian.htm

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนยอดทุเรียนเป็นหลงลับแล หลินลับแล

ระยะนี้ชาวสวนลับแลเริ่มตัดหญ้าในสวนเป็นส่วนใหญ่ สวนที่บุกเบิกใหม่ก็ทำการปลูกส่วนมากชาวสวนจะใช้กล้าทุเรียนพื้นเมืองปลูกก่อน เมื่อกล้าโตพอประมาณก็จะทำการเปลี่ยนยอดเป็นหมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล  หรือบางสวนก็ตัดต้นทุเรียนหมอนทองต้นใหญ่ ๆ รอให้แตกกิ่งแขนงแล้วก็ทำการเปลี่ยนยอด 
ตัดหญ้าเสร็จเรียบร้อย
ช่วงนี้ต้นทุเรียนเมื่อตัดผลแล้วตรงขั้วผลก็จะเกิดกิ่งแขนงแตกออกมาหลายกิ่ง ชาวสวนก็ต้องทำการตัดกิ่งแขนงออก แต่จะยังไม่ตัดในช่วงนี้ รอให้เก็บลองกองใกล้หมดจึงจะตัดออก สาเหตุเพราะถ้าตัดกิ่งแขนงช่วงนี้ กิ่งก็จะแตกยอดออกมาใหม่ แต่ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา จะทำการตัดไปเลยถ้ามีเวลา เพราะตอนนี้หาคนช่วยยาก น้องที่ช่วยอยู่ก็ไม่ค่อยว่าง ต้องดำนา พอปลายเดือนกรกฎาคม ก็จะเริ่มตัดลองกอง และไปรับจ้างตัดลองกองที่สวนอื่นบ้าง จะไม่มีเวลามาช่วย
 
ทุเรียนที่ตัดผลออกแล้วจะมีกิ่งแขนงเกิดขึ้นตรงขั้วผลที่ตัดออก
ถ้าน้องที่ช่วยพอมีเวลาก็จะให้ขุดหลุม  ผมจะเป็นคนปลูกซ่อมแซม หรือปลูกเพิ่มเติม  และก็จะทำการเปลี่ยนยอดต้นพื้นเมืองเป็นหลงลับแล และหลินลับแล หมอนทองก็พอมีบ้าง หรือถ้าตรงไหนดูแล้วระยะห่างก็ใช้กล้าปลูกแซมไปเลย  ส่วนการเปลี่ยนยอดที่สวนฯ จะทำโดยการทาบต้น หรือปลูกคู่กันแล้วรอให้โตแล้วจึงโน้มมาทาบกัน ส่วนวิธีเสียบยอดที่เอายอดหลงลับแล หรือหลินลับแล มาเสียบกับยอดพื้นเมืองหรือยอดหมอนทางผมไม่ชำนาญ เคยทำแล้วไม่ค่อยได้ผล ได้ผลดีจำพวกมะปราง และมะนาว ส่วนทุเรียนผมจึงใช้วิธีที่ง่าย ๆ และค่อนข้างจะได้ผลแน่นอน
ปลูกกล้าหลงลับแล

ปลูกหลงคู่กับพื้นเมือง พอโตอีกสักนิดก็จะโน้มมาทาบกัน
ใช้กล้าหลงทาบกับต้นตอพื้นเมือง
วิธีทาบโดยใช้กล้าหลง หลิน ไปทาบกับต้นพื้นเมืองผมจะใช้ไม้ไผ่ตอกสำหรับค้ำถุงกล้า ใช้เชือกฟางมัดไม่ให้ถุงเคลื่อนไหว แล้วจึงโน้มยอดเข้าไปทาบกับต้นพื้นเมือง ข้อสำคัญต้องหมั่นตรวจดูความชื้นของดินในถุงกล้าพันธุ์เป็นประจำถ้าดินแห้งก็เติมน้ำพอประมาณพอให้ดินชื้น อย่าใส่จนน้ำขัง ถ้าฝนตกหนักก็เจาะข้างถุงสูงจากก้นถุงประมาณครึ่งหนึ่งของถุง เพื่อระบายน้ำออกบ้าง
ต้นนี้ทาบติดแล้วตัดรากออก ทำมาแล้ว 2  ปี
วิธีที่ผมทาบนี้จะได้ผลมากกว่าวิธีอื่น จากประสบการณ์ของผมนะครับ พืชบางอย่างก็ใช้วิธีต่อยอดได้ แต่บางอย่างก็ใช้ไม่ค่อยได้ผล บางคนต่อยอดมะปรางไม่ค่อยได้ผลแต่ผมต่อได้ผลดี  บางคนตอนมะเฟืองแตกรากง่าย แต่ผมตอนไม่ออกราก ผมเอายอดมะนาวต่อกับต้นส้มโอก็ติดดีให้ผลแล้วด้วย  มะม่วงก็ต่อยอดติดทุกสายพันธุ์ ........เรียกว่าประสบการณ์ยิ่งมาก ก็ยิ่งจะชำนาญมากขึ้นนั่นเองครับ....
 
หมอนทองส่งนอก..ที่ตลาดผลไม้หัวดง

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ชาวสวนเพชรบูรณ์ เยี่ยมชมสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา

ช่วงนี้ชาวสวนลับแลหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ระหว่างรอผลผลิตของลองกองสุก ก็จะทำการถางหญ้าในสวน ซึ่งตอนนี้จะเห็นคนที่รับจ้างถางสวนจะไม่ค่อยว่างกัน แต่ที่สวนห้วยผึ้งฯ จะมีน้องคอยช่วยอยู่ ซึ่งก็ว่ากันประจำตลอดมา
มองขึ้นไปบนเนินเขา
พอดีได้ทำการถางหญ้าเสร็จ ก็มีโอกาสต้อนรับน้องชาวสวนจากเพชรบูรณ์ มาดูการทำสวน ไม่ว่าจะระยะการปลูก การขุดหลุมปลูก การแกะถุงหุ้มออกจากรากต้นกล้า การต่อกิ่ง การต่อราก การทาบกิ่ง การตอนมะละกอ การเก็บยอดพันธุ์สำหรับเตรียมต่อกิ่ง ก็ได้เรียนรู้ไปพอสมควร
ถ่ายภาพกับเจ้าของฯ
จากนั้นก็พาเดินชมทุเรียน ดูว่าต้นไหนเป็นหมอน ต้นไหนเป็นหลง ต้นไหนเป็นหลิน ปรากฏว่าดูแล้วแยกไม่ออก พาไปบนสวน แต่ไม่ได้ไปถึงจุดสูงสุด  มีคำถามว่าถ้าปลูกหลงใกล้กับหมอนทองจะกลายพันธุ์หรือไม่ ผลก็คือพาไปดูต้นหลังบ้านซึ่งมีหมอนปลูกติดกับหลงอยู่  ก็ได้ถ่ายภาพกับต้นหลงลับแลต้นหลังบ้าน
ต้นหลงลับแลหลังบ้าน
เดินดูช่อลองกอง
จุดสูงสุดของสวนต้องเดินขึ้นไปอีกครึ่งหนึ่งที่มาถึง คุณจำเนียรเจ้าของสวนเคยขึ้นไปเมื่อ 2 วันก่อน แต่มีลูกน้องติดตามไป 2 ตัว ให้นั่งรถเข็นไปครึ่งทาง พอขึ้นต่อไปต้องอุ้มตัวเล็ก  ขาลงปล่อยให้เดินลงเอง
นั่งรถเข็นไปได้ครึ่งทาง
เจ้าของบ้านหมดแรงเห็นบ้านอยู่ข้างล่างลิบ..จะลงไหวไหมหนอ..
น้องๆ ได้ซื้อกล้าพันธุ์หลงลับแล หมอนทอง มะนาว กระท้อน ลองกอง มะไฟ และผมยังได้ฝากยอดแก้วมังกร กิ่งตอนมะละกอ กล้าต้นจันทน์ผา หน่อกล้วยหอมเขียว หน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์ (ทุกอย่างที่ฝากให้ฟรี) ให้ไปปลูกที่เพชรบูรณ์ด้วย ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชมสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา โอกาสหน้าลองกองสุกมาทานลองกองอีกนะครับ ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพครับ...
                                                             กล้วยหอมเขียว                                               กล้วยน้ำว้าพันธุ์

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เปลี่ยนศาลาหญ้าคาเป็นค้างพีชสวนครัว

หัวข้อวันนี้แปลก ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการทำสวน แต่อยากให้แฟน ๆ Blog ติดตามครับ ขอบอกว่าวันนี้เป็นการรีไซเคิลของที่ใช้แล้วและคิดว่าจะทิ้งแต่ก็นำมาทำประโยชน์ได้จริง ๆ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับพืชผักสวนครัวด้วยครับ  ก่อนอื่นท่านที่ติดตามBlogคงยังจำกันได้ตอนที่นำเสนอภาพสวนห้วยผึ้งจันทร์ผาใหม่ ๆ ท่านจะเห็นภาพซุ้มหญ้าคาที่มีแขกหลายท่านได้ไปนั่งพักผ่อน ตอนนี้หมดอายุแล้วครับ หลังคาที่ทำด้วยหญ้าคาผุ ไม้โครงสร้างบางตัวหัก ต้องเอาผ้าพลาสติกขึ้นไปคลุมอีกชั้นหนึ่ง

เคยได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนหลายปี
เมื่อหมดอายุ ผมก็ได้สร้างศาลาทดแทนขึ้นมาหลังหนึ่งทำด้วยเสาปูนหลังคากระเบื้อง ที่เรียกว่าศาลาก้อนเส้าเตาไฟ
ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ
ส่วนโครงสร้างของศาลาหญ้าคาเมื่อเอาหญ้าคาออก ผมได้นำไปวางไว้ตรงข้ามใกล้ๆ  แล้วผมก็นำพืชสวนครัว โดยซื้อเมล็ดพันธุ์จากร้านจำหน่ายเคมีภัณฑ์เกษตร ก็มีถั่วฝักยาว บวบ มาปลูก ให้ขึ้นกับโครงสร้างเดิม ด้านหลังโรงเรือนนี้ผมปลูกพริกขี้หนู มะละกอ และมะเขือเทศ มะเขือเปราะ เรียกว่าพร้อมสำหรับการทำส้มตำเลยทีเดีว
ซุ้มถั่วฝักยาว บวบเหลี่ยม
ถั่วฝักยาวให้ผลดีมาก
พริกขี้หนูสุกแดงเต็มต้น
มะละกอ มะเขือเทศ มะเขือเปราะ อยู่ใกล้ ๆ
ยังคงใช้เป็นที่นั่งเล่น
ตอนนี้แม่บ้านชักจะติดใจ เพราะได้ผลจากถั่วฝักยาว และบวบ ไม่ว่าจะเป็นผัดถั่วฝักยาว แกงเรียง หรือจะเป็นส้มตำมะละกอซึ่งเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว เลยคิดว่าถ้าโครงสร้างนี้ยังไม่ผุพังก็สามารถทำประโยชน์ได้ แม่บ้านก็เลยอยากจะให้หาที่ทำถาวร สำหรับนั่งพักผ่อนได้ และยังได้ประโยชน์จากผลผลิตพืชผักสวนครัวธรรมชาติได้อีกด้วย  จากข้อคิดนี้ก็เลยขอนำเสนอว่าถ้าท่านอยากมีที่นั่งเล่นที่จะทำให้เป็นแบบธรรมชาติไม่เหมือนใคร ก็ลองนำความคิดนี้ไปประยุกต์ใช้นะครับ ไม่ต้องเสียเงินทองซื้อพืชผัก ที่เราใช้ประจำวัน และยังดูแปลกตาไม่ซ้ำใครอีกด้วย...

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วิธีขยายพันธุ์ จันทร์ผา

จันทร์ผา  เป็นไม้ให้ทรงพุ่ม ใบจะสีเขียวตลอดทุกฤดู  ไม่ผลัดใบ เมื่อปลูกต้นสูงประมาณ 1 เมตรขึ้นไป ก็จะแตกกิ่งตามลำต้นแม่ ทำให้ทรงพุ่มดูหนาทึบมากขึ้น ส่วนใหญ่นักเล่นจันทร์ผา จะไม่ตัดกิ่งออก จะคอยดูรูปทรง พอแตกกิ่งมาก ๆ ก็จะเลือกเอากิ่งที่ไม่ต้องการออก กิ่งที่เอาออกนั้นก็จะนำไปเพาะชำต่อไป
ต้นแรกที่นำมาปลูกที่สวนปลูกในวงซีเมนต์
จันทร์ผา ปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง ฉะนั้นถ้าท่านปลูก ก็ควรปลูกยกสูงจากพื้น เช่นจะใส่วงซีเมนต์ หรือใส่ยางรถยนต์เก่าวางซ้อนกัน 2 วงก็ได้ จันทร์ผาเป็นไม้ที่ไม่ต้องการดูแลมาก ถ้าท่านปลูกแล้วคอยรดน้ำเช้าเย็น รับรองเน่าตายก่อนแน่ ๆ

ต้นกล้าที่เพาะด้วยเมล็ด
จันทร์ผา พันธุ์ส่วนใหญ่ได้มากจากการตัดแต่งกิ่ง หรือมีบางท่านก็เพาะเมล็ด วิธีเพาะเมล็ดก็ไม่ยากเมื่อจันทร์ผาออกช่อดอกและเริ่มมีเมล็ดสุก ท่านก็เก็บเอาเมล็ดที่สุกนั้นแช่น้ำ ใช้ฝ่ามือขยี้เพื่อเอาเปลือกออกให้เหลือแต่เมล็ดใน สีจะขาว ๆ เหมือนตาปลาทู ผึ่งไว้ให้แห้งแล้วเตรียมภาชนะเพาะนำดินเพาะใส่ แล้วจัดวางเมล็ดจันทร์ผาลงในหลุมเพาะ รดน้ำสัก 2 – 3 วันครั้ง รอให้งอกเมื่อโตพอประมาณก็แยกลงถุง ดูแลให้โตพอเหมาะแล้วจึงนำไปปลูก
                                                                                                     ดอกจันทน์ผา  
อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมกัน ก็คือการตัดกิ่งชำ วิธีนี้ท่านต้องเตรียมกิ่งที่จะตัดชำ เตรียมดินที่เป็นดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี ไม่เช่นนั้นจะเน่าก่อนแตกราก  เมื่อมีรากก็แยกลงถุง ดูแลให้โตพอเหมาะแล้วจึงนำไปปลูกตามที่ ๆ ต้องการ
กิ่งที่ตัดพร้อมจะนำไปชำ
ที่สวนจันทร์ผา ห้วยผึ้ง ปลูกไว้ตลอดทางขึ้นสวน ตอนนี้ก็ยังมีกล้าที่เพาะเมล็ดไว้ มีหลายท่านขึ้นไปเที่ยวสวนก็ขอไปปลูกที่บ้าน  ขอบอกก่อนนะครับ การปลูกจันทร์ผาต้องใจเย็น ๆ เพราะเป็นไม้โตช้า แต่ใบจะให้สีเขียวตลอดทั้งปี  ถ้าปลูกแล้วคอยดูแลไม่ให้เถาวัลย์ขึ้นไปพัน หรือแมลงบางอย่างเจาะต้น  รับรองต้นโตวัน โตคืน ถ้าจะให้โตเร็วก็เลาะใบล่างเหลือไว้เฉพาะยอด แต่อย่าเอาใบออกจนถึงยอดอ่อนนะครับ วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ต้นจันทร์ผาโตเร็ว และแตกกิ่งมาก
ตลอดทางขึ้นสวนจะปลูกไว้เป็นระยะ ๆ
ต้นนี้ปลูกใกล้กอกล้วยเลยสูงแข่งกับต้นกล้วย
ทรงพุ่มขนาดนี้เกือบทั้งสวน
ลองปลูกดูนะครับ พันธุ์ก็หาไม่ยาก ท่านจะขอกิ่งจากบ้านเพื่อน หรือขอต้นที่เขาเพาะพันธุ์ไว้  แต่ถ้าใจร้อนก็ไปที่ร้านขายพันธุ์ไม้ มีบริการหลายขนาด หลายราคา ให้ท่านได้ทดลองปลูกไว้ในบ้าน พอถึงฤดูร้อนสีเขียวของใบจะให้ความร่มรื่น ร่มเย็น ทำให้ได้บรรยากาศเย็นสบายครับ............