เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

ไม้กวาดตองกง ลับแล



♣คำขวัญอำเภอลับแล..งามพระแท่นศิลาอาสน์ ถิ่นลางสาดรสดี เมืองพระศรีพนมมาศ แหล่งไม้กวาดตองกง ดงหอมแดงลือชื่อ งามระบือน้ำตกแม่พูล..เนื่องจากระยะนี้ผลไม้ของอำเภอลับแลยังไม่มีอะไรที่ออกสู่ตลาด ครั้งนี้จึงขอนำเรื่องราวการทำไม้กวาดจากดอกตองกง (ดอกหญ้า)มาเล่าให้ท่านรับทราบกัน
ไม้กวาดที่ทำจากดอกตองกง
♣คงไม่ปฏิเสธนะครับว่า ไม้กวาด เป็นของจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมีไว้ประจำบ้าน บางบ้านก็เป็นไม้กวาดที่ทำจากใบจาก หรือบางบ้านก็ใช้ไม้กวาดที่ทำจากพลาสติก หรือบางบ้านก็ทำจากดอกหญ้า ที่ทางลับแลเรียกหญ้าชนิดนี้ว่า “ตองกง”
ต้นตองกอง
♣ ตองกง เป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ขึ้นทั่วไปตามข้างทาง หรือบนภูเขา ตองกงต่างกับต้นพงแขม ต้นที่เอาดอกมาทำไม้กวาดคือต้นตองกง แต่ที่เห็นดอกขาว ๆ มีปุยดอกนิ่ม ๆ สีขาว ๆ นั่นคือพงแขมใช้ทำไม้กวาดไม่ได้

ต้นพงแขม
(http://www.thongthailand.com/index.php?lite=article&qid=41929123)
♣ดอกตองกง ลักษณะคล้าย ๆ ดอกพงแขม แต่ไม่มีปุยสีขาว เมื่อจะนำมาทำไม้กวาดต้องตัดเอาก้านดอกมาตากแดด เมื่อดอกแห้งดีแล้ว ก็นำมัดดอกที่ตากแดดนำมาฟาดกับแผ่นไม้กระดาน เพื่อให้เกสรดอกหลุดออกให้หมด จะเอาเฉพาะซี่ก้านดอกมาทำไม้กวาด
ตัดก้านดอกมาทั้งช่อ นำมาตากแดดให้แห้ง
♣เมื่อได้ส่วนที่จะนำมาทำไม้กวาดแล้ว ก็จะเตรียมอุปกรณ์ เช่นมีดเหลา หวายหรือเทปพลาสติกสำหรับถักยึดดอกติดกับด้าม ด้ามมีทั้งที่เป็นด้ามหวาย หรือด้ามไม้ไผ่  

 
 เตรียมด้าม เตรียมหวาย เตรียมดอกตองกง
แม่บ้านที่ทำไม้กวาดดอกตองกง
♣ไม้กวาดตองกง ของลับแล จะมีหลายขนาด หลายราคา มีทั้งที่เป็นด้ามหวาย หรือเป็นด้ามไม้ไผ่ หรือที่ใช้เทปพลาสติกถัก และเป็นหวายถัก ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป สำหรับความคงทน ไม้กวาดของลับแลขึ้นชื่อเรื่องความทนทานอยู่แล้ว
ไม้กวาดถักด้วยหวาย                                                 ไม้กวาดถักด้วยเทปพลาสติก

♣ระยะนี้ถ้าท่านไปที่อำเภอลับแล ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ก็อย่าลืมอุดหนุนไม้กวาดตองกงของกลุ่มแม่บ้านลับแลกันนะครับ มีข้อสังเกตสำหรับไม้กวาดลับแล ตรงปลายงอนสุดที่ถักหวาย หรือเทปพลาสติก ถ้าเป็นไม้กวาดลับแลจะมีผ้าสีแดงติดปลายเสมอ ถือว่าเป็นจุดสังเกตของไม้กวาดลับแลครับ สนใจรายละเอียดก็ติดต่อสอบถามได้ที่คุณจำเนียร  086-9284180
พร้อมออกสู่ตลาด ราคาไม่แพง

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทุเรียนลับแล วันนี้( กพ.56)



♣มีหลายคนได้เข้ามาเยี่ยม Blog แล้วสงสัยว่าทุเรียนที่ลับแล จะเริ่มมีออกสู่ตลาดเมื่อไหร่ บางคนก็โทรถามกันมาหลายสาย  บางคนก็เข้าไปเยี่ยมถึงสวน บางคนก็พาเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ (ชาวไต้หวัน) ขึ้นไปเที่ยวบนสวนเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
ทุเรียน ลองกอง
♣ช่วงนี้สวนทุเรียนในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มออกดอก และเริ่มติดลูกเป็นส่วนใหญ่  ปีนี้ดอกทุเรียนออกมากจริง ๆ แต่จะติดลูกหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ถ้าไม่แล้งจัด หรือไม่เจอพายุฝนช่วงดอกบาน หรือติดลูกใหม่ ๆ ก็คงได้เห็นทุเรียนลับแลออกสู่ตลาดมากอีกปีหนึ่ง

 ทุเรียนออกดอกมาก เกือบจะทุกกิ่ง
♣ปีนี้ผลผลิตจากผลไม้อื่น ๆ ในลับแล ที่ออกดอกในช่วงนี้ กลับไม่ค่อยมีให้เห็น เช่น มะยงชิด มะม่วง ออกดอกน้อย คงเป็นเพราะอากาศหนาวในเวลากลางคืน แต่กลางวันกลับร้อนเหมือนฤดูร้อน ทำให้ต้นมะยงชิดขาดความชื้นจึงไม่ค่อยมีดอก
บางต้นก็ติดลูกแล้ว
♣สำหรับผลไม้ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็มีอยู่บ้างในช่วงนี้ เมื่อตอนที่ชาวไต้หวันขึ้นไปเที่ยวก็ได้ชิมมะพร้าวน้ำหอม และชมพู่มะเหมี่ยว และก็มีชมพู่แก้มแหม่ม ชมพู่ทับทิม ก็พอมีให้ชิม ส่วนพุทราไม้ได้ผลเลยแมลงเจาะผลหมด ตอนนี้เริ่มตัดออกแล้ว
ชมพู่แก้มแหม่ม                                                 ชมพู่มะเหมี่ยว
♣สรุปว่าทุเรียนที่ลับแล ไม่ว่าจะเป็นหมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล ชะนี หรือพื้นเมือง ตอนนี้ยังไม่มีออกสู่ตลาด คงจะออกช่วงปลายเดือนเมษายน และจะชุกมากตอนกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งทางจังหวัดก็จะจัดงานทุเรียนฯ ช่วงนี้พอดี ท่านที่สนใจก็เริ่มจัดโปรแกรมให้ว่างให้ตรงช่วงทุเรียนชุกนะครับ จะได้รับประทานหมอนทอง หลง หลินลับ กันครับ   ซึ่งเชื่อว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางธรรมชาติมาทำให้ดอก ผล ร่วงแล้ว   น่าจะเป็นอีกปีที่ท่านจะได้รับประทานทุเรียนราคาไม่แพง.....


 ดอกชมพู่                                                                 ดอกมะม่วง
 ดอกมะยงชิด                                                             ดอกกระท้อน



วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ดักแด้ผีเสื้อ อาหารอันโอชะของคนสวน



♣ช่วงนี้อากาศบนสวนเริ่มคลายหนาว กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศเริ่มแห้งแล้ง ต้นหญ้าในสวนเริ่มแห้ง ชาวสวนส่วนใหญ่ก็เริ่มให้น้ำต้นลองกอง ทุเรียน เพื่อเพิ่มความชื้น
 เนินเขา สวนห้วยผึ้งจันทร์ผา
♣การเตรียมการรับไฟป่า ที่จะลุกลามเข้าสวนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของชาวสวน จะต้องทำแนวกันไฟ ในเขนพื้นที่ที่มีรอยต่อกับป่าบนเขา ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เช่นเดียวกัน วันนี้จ้างคนงานทำแนวกันไฟ ระยะทางก็หลายร้อยเมตร ค่าแรงคิดเป็นวัน ๆ ละ 500 บาท น้ำมันเครื่องตัดหญ้า และอาหารกลางวัน อาหารว่าง เจ้าของสวนต้องเตรียมไว้ คนงานเอาเครื่องตัดหญ้ามาอย่างเดียว
 ทางขึ้นสวน
♣ระหว่างหยุดพักเที่ยง เห็นคนงานเดินไปที่ต้นกระท้อน แล้วเก็บใบกระท้อนที่มีลักษณะห่อเป็นก้อนมา 4 – 5 อัน มาวางไว้ที่ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ บอกว่าอย่าเอาของผมไปทิ้งนะ แล้วเขาก็ขึ้นไปบนเขาทำแนวกันไฟต่อ

 ต้นกระท้อน
♣ตกเย็นผมก็เริ่มย่างหมู แล้วก็จัดการเตรียมอาหารมื้อเย็น ประเภทล้อมวงสาโท ผมดื่มไม่ได้ก็ได้แต่นั่งเป็นเพื่อนคุย พอได้โอกาสผมก็ถามเรื่องก้อนใบกระท้อน คนงานเขาบอกว่าเป็นดักแด้หนอนผีเสื้อกระท้อน หรือหนอนผีเสื้อยักษ์
 ผีเสื้อยักษ์หรือผีเสื้อกระท้อน
♣ก็คุยกันต่อเรื่องดักแด้หนอนผีเสื้อ เขาบอกว่าจะเอาไปทอดกินเป็นอาหาร วิธีการปรุงก็คือต้องนำไปต้มในน้ำให้เกือบสุกก่อน แล้วจึงนำไปทอดในน้ำมัน เพราะถ้านำไปทอดเลยจะแตกน้ำมันจะกระจายแรงมาก พอทอดเสร็จจะได้ดักแด้ทอดที่ข้างในมีสีเหลืองคล้ายไข่แดงของไข่ไก่ (บอกตรง ๆ ว่าผมยังไม่กล้าลองทานคิดว่าโอกาสหน้าต้องลองทานให้ได้ ) เขาบอกว่าอร่อยกว่าหนอนด้วงมะพร้าว  ผมก็ยังไม่เคยทานด้วงมะพร้าวเหมือนกัน เลยแยกไม่ออก
 รังดักแด้ผีเสื้อใบกระท้อน
♣เอาละครับ โอกาสหน้าถ้าใครมีโอกาสขึ้นไปบนสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ฤดูนี้ก็ลองถามหากันนะครับ ผมจะทำให้รับประทาน วันนี้ก็ได้แต่นำภาพมาให้ชมก่อน ถ้ามีเวลาก็จะชิมละครับ...

 ดักแด้ผีเสื้อยักษ์

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก