เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทุเรียนลับแล วันนี้( กพ.56)



♣มีหลายคนได้เข้ามาเยี่ยม Blog แล้วสงสัยว่าทุเรียนที่ลับแล จะเริ่มมีออกสู่ตลาดเมื่อไหร่ บางคนก็โทรถามกันมาหลายสาย  บางคนก็เข้าไปเยี่ยมถึงสวน บางคนก็พาเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ (ชาวไต้หวัน) ขึ้นไปเที่ยวบนสวนเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
ทุเรียน ลองกอง
♣ช่วงนี้สวนทุเรียนในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เริ่มออกดอก และเริ่มติดลูกเป็นส่วนใหญ่  ปีนี้ดอกทุเรียนออกมากจริง ๆ แต่จะติดลูกหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ถ้าไม่แล้งจัด หรือไม่เจอพายุฝนช่วงดอกบาน หรือติดลูกใหม่ ๆ ก็คงได้เห็นทุเรียนลับแลออกสู่ตลาดมากอีกปีหนึ่ง

 ทุเรียนออกดอกมาก เกือบจะทุกกิ่ง
♣ปีนี้ผลผลิตจากผลไม้อื่น ๆ ในลับแล ที่ออกดอกในช่วงนี้ กลับไม่ค่อยมีให้เห็น เช่น มะยงชิด มะม่วง ออกดอกน้อย คงเป็นเพราะอากาศหนาวในเวลากลางคืน แต่กลางวันกลับร้อนเหมือนฤดูร้อน ทำให้ต้นมะยงชิดขาดความชื้นจึงไม่ค่อยมีดอก
บางต้นก็ติดลูกแล้ว
♣สำหรับผลไม้ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็มีอยู่บ้างในช่วงนี้ เมื่อตอนที่ชาวไต้หวันขึ้นไปเที่ยวก็ได้ชิมมะพร้าวน้ำหอม และชมพู่มะเหมี่ยว และก็มีชมพู่แก้มแหม่ม ชมพู่ทับทิม ก็พอมีให้ชิม ส่วนพุทราไม้ได้ผลเลยแมลงเจาะผลหมด ตอนนี้เริ่มตัดออกแล้ว
ชมพู่แก้มแหม่ม                                                 ชมพู่มะเหมี่ยว
♣สรุปว่าทุเรียนที่ลับแล ไม่ว่าจะเป็นหมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล ชะนี หรือพื้นเมือง ตอนนี้ยังไม่มีออกสู่ตลาด คงจะออกช่วงปลายเดือนเมษายน และจะชุกมากตอนกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งทางจังหวัดก็จะจัดงานทุเรียนฯ ช่วงนี้พอดี ท่านที่สนใจก็เริ่มจัดโปรแกรมให้ว่างให้ตรงช่วงทุเรียนชุกนะครับ จะได้รับประทานหมอนทอง หลง หลินลับ กันครับ   ซึ่งเชื่อว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางธรรมชาติมาทำให้ดอก ผล ร่วงแล้ว   น่าจะเป็นอีกปีที่ท่านจะได้รับประทานทุเรียนราคาไม่แพง.....


 ดอกชมพู่                                                                 ดอกมะม่วง
 ดอกมะยงชิด                                                             ดอกกระท้อน



วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ดักแด้ผีเสื้อ อาหารอันโอชะของคนสวน



♣ช่วงนี้อากาศบนสวนเริ่มคลายหนาว กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศเริ่มแห้งแล้ง ต้นหญ้าในสวนเริ่มแห้ง ชาวสวนส่วนใหญ่ก็เริ่มให้น้ำต้นลองกอง ทุเรียน เพื่อเพิ่มความชื้น
 เนินเขา สวนห้วยผึ้งจันทร์ผา
♣การเตรียมการรับไฟป่า ที่จะลุกลามเข้าสวนก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของชาวสวน จะต้องทำแนวกันไฟ ในเขนพื้นที่ที่มีรอยต่อกับป่าบนเขา ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เช่นเดียวกัน วันนี้จ้างคนงานทำแนวกันไฟ ระยะทางก็หลายร้อยเมตร ค่าแรงคิดเป็นวัน ๆ ละ 500 บาท น้ำมันเครื่องตัดหญ้า และอาหารกลางวัน อาหารว่าง เจ้าของสวนต้องเตรียมไว้ คนงานเอาเครื่องตัดหญ้ามาอย่างเดียว
 ทางขึ้นสวน
♣ระหว่างหยุดพักเที่ยง เห็นคนงานเดินไปที่ต้นกระท้อน แล้วเก็บใบกระท้อนที่มีลักษณะห่อเป็นก้อนมา 4 – 5 อัน มาวางไว้ที่ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ บอกว่าอย่าเอาของผมไปทิ้งนะ แล้วเขาก็ขึ้นไปบนเขาทำแนวกันไฟต่อ

 ต้นกระท้อน
♣ตกเย็นผมก็เริ่มย่างหมู แล้วก็จัดการเตรียมอาหารมื้อเย็น ประเภทล้อมวงสาโท ผมดื่มไม่ได้ก็ได้แต่นั่งเป็นเพื่อนคุย พอได้โอกาสผมก็ถามเรื่องก้อนใบกระท้อน คนงานเขาบอกว่าเป็นดักแด้หนอนผีเสื้อกระท้อน หรือหนอนผีเสื้อยักษ์
 ผีเสื้อยักษ์หรือผีเสื้อกระท้อน
♣ก็คุยกันต่อเรื่องดักแด้หนอนผีเสื้อ เขาบอกว่าจะเอาไปทอดกินเป็นอาหาร วิธีการปรุงก็คือต้องนำไปต้มในน้ำให้เกือบสุกก่อน แล้วจึงนำไปทอดในน้ำมัน เพราะถ้านำไปทอดเลยจะแตกน้ำมันจะกระจายแรงมาก พอทอดเสร็จจะได้ดักแด้ทอดที่ข้างในมีสีเหลืองคล้ายไข่แดงของไข่ไก่ (บอกตรง ๆ ว่าผมยังไม่กล้าลองทานคิดว่าโอกาสหน้าต้องลองทานให้ได้ ) เขาบอกว่าอร่อยกว่าหนอนด้วงมะพร้าว  ผมก็ยังไม่เคยทานด้วงมะพร้าวเหมือนกัน เลยแยกไม่ออก
 รังดักแด้ผีเสื้อใบกระท้อน
♣เอาละครับ โอกาสหน้าถ้าใครมีโอกาสขึ้นไปบนสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ฤดูนี้ก็ลองถามหากันนะครับ ผมจะทำให้รับประทาน วันนี้ก็ได้แต่นำภาพมาให้ชมก่อน ถ้ามีเวลาก็จะชิมละครับ...

 ดักแด้ผีเสื้อยักษ์

ขอขอบคุณข้อมูลภาพจาก


วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

หอม ที่ไม่หอม ในอำเภอลับแล



หอม ที่ไม่หอม ในอำเภอลับแล
♣ คำขวัญอำเภอลับแล “งามพระแท่นศิลาอาสน์ ถิ่นลางสาดรสดี เมืองพระศรีพนมมาศ แหล่งไม้กวาดตองกง ดงหอมแดงลือชื่อ งามระบือน้ำตกแม่พูล” คราวนี้จะขอพูดถึง หอมแดง เพราะว่าชาวลับแลที่ทำนานิยมปลูกกันมาก มีพื้นที่ปลูกมากในตำบลฝายหลวง,ศรีพนมมาศ,ชัยจุมพล, ไผ่ล้อม,ทุ่งยั้ง,ด่านแม่คำมัน
หอมแดง
♣หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จ ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านลับแลก็จะเริ่มปลูกหอมกันในช่วงเดือนปลายเดือนธันวาคม โดยเริ่มเตรียมพื้นที่นา และเตรียมฟางสำหรับปกร่อง พร้อมทั้งเตรียมปุ๋ยมูลสัตว์ นิยมใช้ขี้ไก่แกลบ
เตรียมพื้นที่
ฟาง และขี้ไก่แกลบ
♣จากนั้นก็จะทำเป็นร่องในผืนนา พร้อมทั้งพรวนดินในร่องให้ละเอียด เพื่อที่จะได้นำเชื้อหอมมาจิ้มในร่อง แล้วสูบน้ำใส่ในร่องแต่ละร่องให้ทั่ว
เตรียมชักร่องในนาข้าว
พรวนดินในร่อง
♣เมื่อหอมแดงแตกหน่อแล้ว ก็ให้น้ำเป็นระยะ ๆ โดยใช้เครื่องสูบ ๆ น้ำพ่นเป็นละอองฝอย แล้วแต่บางสวนจะให้หัวพ่นชนิดใด
รดน้ำแบบหัวพ่นแถวเดียว
รดน้ำแบบหัวพ่นหลายแถว
♣เมื่อหอมโตเต็มที่ ถ้าราคาหอมต้นราคาดี ก็จะเก็บเกี่ยวส่งตลาดในช่วงนี้ แต่ถ้าราคาหอมต้นไม่ดี ก็จะปล่อยให้เป็นหอมแก่จัดจนลงหัว ที่เรียกว่า หัวหอม หรือ หอมแดง นั่นเอง
เต็มทุ่งนา
มองสุดลูกหูลูกตา
เริ่มโตเต็มที่
ขายเป็นต้นหอม
ขายเป็นหัวหอมแดง