เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทอดกฐิน..ประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน



การทอดกฐิน เป็นประเพณีที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน นิยมทำกันตั้งแต่วันแรมหนึ่งค่ำเดือนสิบเอ็ด ไปจนถึงกลางเดือนสิบสอง การทอดกฐินเป็นประเพณีอันดีงามของขาวพุทธฯที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน 
                   อานิสงส์หรือผลดีของการทอดกฐิน(http://www.m-culture.go.th/detail_page.php?sub_id=454)
  การทอดกฐินถือเป็นการทำบุญพิเศษที่ทำได้เพียงปีละครั้ง และต้องอยู่ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนตามพุทธบัญญัติ ดังนั้น อานิสงส์ หรือผลดีจึงมีหลายประการ กล่าวคือ ได้สงเคราะห์พระสงฆ์ผู้จำพรรษาให้ได้ผ้านุ่งห่มใหม่ ได้ชื่อว่าทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างกุศลจิตแก่ผู้ทำบุญเพราะทำด้วยความเลื่อมใสศรัทธา อีกทั้งการทอดกฐินยังก่อให้เกิดความสามัคคี เป็นการร่วมมือกันทำคุณงามความดี และหากการถวายกฐินนั้นมีส่วนในการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ก็จะได้ชื่อว่ามีส่วนช่วยรักษาศาสนสถานและศาสนวัตถุให้ยั่งยืนต่อไป
ตั้งกองกฐินที่วัดพิกุลทอง
ญาติพี่น้องของผมได้มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินที่วัด พิกุลทอง ตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยทำการทอดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2555  
รวมญาติ
วัดพิกุลทองแห่งนี้เป็นวัดเล็ก ๆ เดิมขึ้นกับตำบลอรัญญิก ต่อมามีการตั้งตำบลบึงพระหมู่บ้านนี้ก็เลยขึ้นกับตำบลบึงพระ ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองพิษณุโลกเพียง 5 กม. ตอนคุณพ่อผมยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้บูรณะดูแลร่วมกับชาวบ้านพิกุลทอง ในสมัยนั้นที่วัดยังไม่เจริญท่านได้ลงมือทำศาลาไม้ร่วมกับช่างชาวบ้าน จนปัจจุบันศาลาหลังนี้ก็ยังอยู่ ตอนท่านเสียชีวิตร่างของท่านก็ยังได้ตั้งบำเพ็ญกุศลบนศาลาหลังนี้
ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญกฐิน
ตระกูลเราเป็นชาวบ้านที่เติบโตในหมู่บ้านพิกุลทอง คุณพ่อศรัทธาในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เริ่มมาอยู่ในหมู่บ้านนี้และได้พาลูก ๆ ทำบุญที่วัดแห่งนี้ตลอดมา จนทุกวันนี้มีบุญประเพณีต่าง ๆ พวกเรา 5 พี่น้องก็จะมาร่วมทำบุญที่วัดแห่งนี้เสมอ
พี่น้อง...ม่วงสีเมืองดี
 ปีนี้โอกาสดี พวกเราจึงตกลงร่วมกันทอดกฐินเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดา มารดา และญาติผู้ล่วงลับ ซึ่งทุกคนก็มีความยินดีที่จะทำบุญครั้งนี้ รวมทั้งญาติพี่น้องชาวบ้านพิกุลทอง ชาวบ้านบึงพระก็ยินดีมาร่วมบุญร่วมกุศลในครั้งนี้กันอย่างมากมาย
ถวายผ้ากฐิน
ยอดเงินที่ร่วมกฐินครั้งนี้ก็ได้พอประมาณ โดยมีชาวบ้าน และผู้มีจิตรศรัทธามาร่วมบุญก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ทุกคนมา ณ โอกาสนี้นะครับ


เผาถ่านใช้ในครัวเรือน


การอยู่ในไร่ ในสวนของคนลับแล ส่วนใหญ่ก็จะซื้ออาหารสดจากตลาด แล้วนำไปประกอบเป็นอาหารประเภทต่าง ๆ รับประทานในสวน ส่วนใหญ่ก็จะใช้ไฟฟืนที่เก็บเอาจากกิ่งไม้ที่แต่งกิ่ง ไม่ว่าจะเป็นไม้ทุเรียน ลองกอง หรือลำไย ส้มโอ แล้วแต่จะหาได้ นำมากอง ๆ ไว้ใกล้ๆ เตาไฟ เวลาจะประกอบอาหาร ก็ก่อเป็นไฟฟืนควันโขมง และเมื่อฟืนติดไฟดีก็จะมีเปลวไฟลุกแรง ทำอาหากก็จะมีกลิ่นของควันปนในอาหารด้วย
ส่วนใหญ่ก็จะใช้เตาก้อนเส้า หรือเตาอั้งโล่ ประกอบอาหาร
ที่สวนห้วยผึ้งฯ บางครั้งก็ใช้ถ่านประกอบอาหารเหมือนกัน เช่นใช้ปิ้ง ย่าง เพราะจะรอไฟฟืนให้ติดแล้วกลายเป็นถ่านแดง ๆ สำหรับปิ้ง ย่างก็จะช้า ก็เลยต้องใช้ถ่านก่อในเตาไฟ แล้วย่างบนเตา ก็จะไม่มีกลิ่นของควันไม้ติดในอาหาร (ถ้ามีเพื่อน ๆ น้อง ๆ หลายคนก็จะใช้เตาสำหรับปิ้ง หรือเตาสำหรับอบที่ใช้ถ่านมาประกอบอาหาร)
ปิ้ง ย่าง ก็จะมีกลิ่นของควันไม้บ้าง
ที่สวนมีการแต่งกิ่งลำใย กิ่งส้มโอ กิ่งลองกอง  ให้คนงานตัดลงมากองไว้ แล้วผมก็ตัดเป็นท่อนสั้น ๆ  นำเข้าเตาเผาถ่าน (เตานี้ชื่อภาษาทางการเรียกเตาเศรษฐกิจ) ทำจากถังน้ำมัน 200 ลิตร แต่ผมขอเรียกว่าเตาเผาถ่านใช้ในครัวเรือน ผมซื้อมาจากศูนย์อบรมเศรษฐกิจพอเพียง ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ผมชอบตรงสะดวกและง่ายต่อการเผาไม้เป็นถ่าน
                    ตัดไม้เป็นท่อนสั้น ๆ                                            รูปร่างของเตาเผาถ่านสำหรับใช้ในครัวเรือน
รูปร่างก็เป็นถังน้ำมัน 200 ลิตร มีท่อต่อออกทางข้าง และด้านหลัง 3 ท่อ และท่อสำหรับระบายควันด้านบนฝาอีก 1 ท่อ มีช่องสำหรับรับลมช่วยในการเผาไหม้อยู่ด้านหน้า เวลาจะเผาก็ต้องเตรียมไม้ ไม่ให้ยาวเกินปากถัง โดยใส่ไม้ให้เต็ม การใส่ให้ตั้งท่อนไม้เรียงกันเป็นวงกลมชิดผนังของถัง  ท่อนเล็กอยู่ติดกับขอบผนังถัง ท่อนใหญ่อยู่ตรงกลาง ให้มีที่ว่างในถังน้อยที่สุด ด้านบนถ้าไม้ไม่เต็มก็สามารถวางท่อนไม้สั้น ๆ แนวนอนได้
        จัดเรียงฟืนโดยตั้งดุ้นฟืนด้านบนถ้าฟืนยังไม่เต็มก็เรียงแนวนอน            จุดไฟหน้าเตาตรงช่องรับลม
เมื่อจัดเรียงเรียบร้อย ก็จัดการติดไฟ การติดไฟต้องทำตรงประตูสำหรับรับลมเข้า ฝาด้านบนยังไม่ต้องปิดสนิท ไม่เช่นนั้นไฟที่ช่องลมจะไม่ถูกดูดเข้าไปในถัง พอไฟติดฟืนในเตาที่เรียงไว้สังเกตจะมีควันมาก  ก็ปิดฝา เมื่อปิดฝา ควันจะถูกระบายจากท่อทั้ง  4 ท่อ แล้วรอประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงสำหรับไม้แห้งหมาด ๆ แต่ถ้าเป็นไม้สด ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมง ควันจึงจะหมด เมื่อควันหมดก็จัดการปิดช่องลม และปิดปลายท่อ ทั้ง 4 ท่อ ผมจะใช้ต้นกล้วยตัดเป็นท่อนสั้น ๆ มาปิดท่อ ส่วนช่องรับลมเขามีฝาปิดมาให้ แค่นี้ก็รอให้ไฟดับ รุ่งเช้าก็มาเปิดเก็บถ่านไว้ใช้ถ่านที่เผาก็ติดไฟแรงดีด้วย
 
                     แรก ๆ จุดไฟยังไม่ต้องปิดฝาเตา          เมื่อฟืนในเตาติดไฟดีแล้วจึงปิดฝาควันจะออกทางท่อ
ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของการเผาถ่านประเภทนี้ ก็คือจะได้น้ำส้มควันไม้จากการเผาถ่านอีกด้วย น้ำส้มจะหยดลงตรงท่อระบายด้านข้าง ซึ่งปลายท่อช่างจะทำเป็นที่ใส่น้ำเปล่าไว้ เมื่อควันออกไปกระทบกับความเย็น หยดน้ำก็จะตกลงมาข้างล่าง เราก็หาภาชนะรองรับไว้ สำหรับใช้พ่นไล่แมลงได้อีกครับ

 

รอให้ควันหมดทุกท่อก่อน                                  ใช้ต้นกล้วยปิดท่อระบายทั้ง 4 ท่อ


 

               ปิดหน้าเตา                                                รอให้ไฟดับเตาเย็นแล้ว  เปิดเตา


 เก็บถ่านมาใช้

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จาวแก่งคอย มาแอ่วมากอย ลับแล


วันนี้ขึ้นหัวเรื่องเป็นคำเมือง จาวแก่งคอย มาเยี่ยมมากอย ลับแล  (จาวแก่งคอย = ชาวแก่งคอย มาแอ่ว มากอย=มาเที่ยว มาดู )ชาวอำเภอลับแลมีภาษาสำเนียงพูดเหมือนคนเชียงราย ตามตำนานเล่าว่าชาวลับแลอพยพมาจากเชียงแสน จังหวัดเชียงราย สำเนียงพูดคำเมืองจึงมีส่วนคล้ายชาวเชียงราย
 เมืองลับแล
วันที่  18 ตุลาคม 2555 ที่บ้านหัวดง ลับแล ได้มีโอกาสต้อนรับญาติครอบครัวของลูกสาวจากจังกวัดสระบุรี นำทีมโดยครอบครัวท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิชาการ โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม และติดตามด้วยครอบครัวคุณลุงผู้พันฯ และครอบครัวของลูกสาว ได้มาเยี่ยมบ้าน และพักผ่อนที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา
 ถึงบ้านพักผ่อนก่อนขึ้นดอย
หลังจากมาถึงบ้านก็รับประทานอาหาร แล้วก็พักผ่อน บางท่านก็ต่อด้วยการร้องเพลงคาราโอเกะ ด้วยบรรยากาศของที่บ้านเอง  สังสรรค์กันพอสมควรก็แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าสวนในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น อาหารก็ทำง่าย ๆ มีลาบหมู หมูทอดกระเทียมพริกไทย น้ำพริกหนุ่มผักต้ม
 ครอบครัวลุงผู้พัน
อาหารเช้าก็ง่าย ๆ  ไข่กระทะ  ต้มจืดซี่โครงหมูผักกาดดอง หมูทอดกระเทียม หลังจากรับประทานอาหารเข้าแล้วก็เตรียมรถเข้าสวน โดยใช้รถจี๊ป และรถสองตอนของท่านรอง ผอ.ฯ ที่ไม่ไปก็ได้แก่ลูกสาวเพราะมีธุระต้องไปทำในเมืองกับแม่
 ขึ้นดอย
หลังจากไปถึงสวนแล้ว พักผ่อนเตรียมตัวกันพอสมควร น้องนิวน้องเล็กของคณะไม่ได้เอารองเท่าผ้าใบไป ก็เลยต้องหารองเท้ายางให้ใส่เมื่อเวลาขึ้นเขาจะได้ไม่ลื่น ทุกคนยินดีขึ้นไปชมสวนบนเขา ยกเว้นคุณนายท่านรอง ผอ.ฯ ขออาศาเก็บพริกขี้หนูรออยู่บ้านบนเนิน
เหนื่อยก็พัก
ทุกคนก็เดินไปถึงจุดกลางสวน และขึ้นเนินสูงสุด ก็ไปถึงจุดหมายกันทุกคน ตอนขากลับ ท่านรองฯ จะขอกลับทางเดิมเพื่อไปเก็บมะนาว ส่วนผมและครอบครัวคุณลุงผู้พันฯ เดินต่อไปและลงอีกทางหนึ่ง และแวะเก็บมะนาว ตัดกล้วยลงมาด้วย ส่วนท่านรองเมื่อมาถึงบ้านบนเนินก็จัดการเก็บมะละกอ น้องนิวและคุณพ่อ เก็บพริกไทยอ่อน ส้มโอ ก็ได้ผลไม้หลายอย่างพอสมควร  และผมได้ฝากกล้าพันธุ์ไม้ เป็นกล้าไผ่ กล้าทุเรียนหลง หลิน หมอนทอง ให้ไปทดลองปลูกที่สระบุรี และที่ขาดไม่ได้ในฤดูนี้ก็คือ ลางสาด ลองกอง ก็เลยฝากกลับไป 10 เข่ง
 ถึงแล้วจุดสูงสุดของสวน
กลับลงจากสวน แวะทานอาหารร้านของทอดลับแล ทานก๋วยเตี๋ยวและของทอดมี เต้าหู้ ยอกผักชุบแป้งทอด หน่อไม้ ข้าวโพด จิ้มกับน้ำจิ้ม ร้านนี้เป็นที่ขึ้นชื่อของชาวลับแล  กลับถึงบ้านพักผ่อนกันพอสมควร แม่บ้านผมก็พาทีมทั้งหมดไปดูตลาดลางสาดลองกองเทศบาลหัวดง และพาเลยไปเที่ยวน้ำตกแม่พูล ซึ่งอยู่เลยบ้านไป 5 กิโลเมตร อยู่ท่ามกลาง สวนทุเรียน ลางสาด
 มะละกอต้นที่ท่านรองฯ เก็บกลับบ้าน
เย็นพักผ่อนที่บ้าน ทำอาหารมื้อเย็นกันเอง อาหารที่ทุกคนถามถึงกันมาก ก็คือยำปลาดุกฟู  ผมก็เลยโชว์ฝีมือให้ชิม และยังทำปลานิลเผาเกลือ ส่วนคุณลุงผู้พันฯ ก็ทำปลากดผัดฉ่า ตอนแรกก็นึกว่าอาหารที่ทำมีมากคงทานกันไม่หมด แต่พอทานกันไป คุยกันไป ที่ดื่มก็ดื่มกันไป จนสุดสุดท้ายอาหารทุกอย่างหมด  
รูปภาพ : น้ำตกแม่พูลในวันนี้ หลังจากเจอน้ำป่าเมื่อหลายปีก่อน
น้ำตกแม่พูล อำเภอลับแล

เช้าผมโชว์ฝีมือข้าวผัดมันกุ้ง ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ และมีขนมปังปิ้ง ก็รับประทานกันตามมีตามเกิด ก่อนกลับก็ฝากของที่ระลึกเป็นดาบเหล็กน้ำพี้ขนาดจิ๋ว ให้ครอบครัวละ 1 ชุด (คนโบราณเขาบอกว่าให้ของมีคมไม่ได้ต้องซื้อ ทุกคนก็เลยให้คนละ 19 บาท) ก็ได้ของดีอุตรดิตถ์กลับไปบ้าน พร้อมทั้งกล้าไม้ ผลไม้จากสวนที่ไปเก็บเอง และลางสาด ลองกอง ก็ขอให้โชคดี โอกาสหน้าถ้ามีเวลาก็ขอเชิญอีกนะครับ....

 
 ปลาดุกย่าง เครื่องปรุงทำปลาดุกฟู