เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สังสรรค์บนสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 ได้มีน้อง ๆ ที่เคยร่วมงานกันและเพื่อน ๆ  ชาวบ้าน ประมาณ 4 – 5คน ขึ้นไปสังสรรค์กันบนสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา ทุกคนได้มีการประสานงานให้ผมเตรียมอาหารและให้เตรียมเครื่องเสียงคาราโอเกะ เพราะโดยปกติแล้วผมไม่ได้พักที่สวน อุปกรณ์เครื่องเสียงต้องเตรียมไปจากบ้าน
ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ นั่งสังสรรค์และประกอบอาหาร
สำหรับเรื่องอาหารนั้น มีอยู่แล้วส่วนใหญ่ในสวน ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่มาจับปลาดุกทีบ่อพักน้ำ ผมแวะซื้อหมูจากตลาด ซื้อต้มแซบจากร้านประจำ และเตรียมย่างปลาดุกเอาเนื้อทำลาบปลาดุก เอาหัวและหนังปนกับปลาย่างทำต้มโคล้ง  สำหรับหมูก็ย่างจิ้มน้ำจิ้มสูตรของผมเอง  การย่างก็ย่างบนเตาก้อนเส้านั่นแหละครับ
ย่างปลาดุกบิ๊กอุยตัวละกิโลเศษสำหรับทำลาบ หัวและครีบหนังปนกับปลาย่างทำต้มโคล้ง
วันนี้ก็ช่างมีอุปสรรคมากมาย น้อง ๆ ที่รับราชการติดประชุมกันทุกคน กว่าจะเสร็จก็เกือบ 17.00 น. ไม่เป็นไร ยังมีชาวบ้าน 2 – 3 คน มาช่วยและเริ่มเผาหัวกันไปก่อน สำหรับเครื่องเสียงคาราโอเกะ ตอนที่ผมมาทำสวนใหม่ๆ เอาเครื่องใหญ่ ๆ ที่บ้านมา ขนย้ายลำบากมาก ตอนนี้ทำให้เหมาะกับสถานการณ์ เรียกว่าเล็กพริกขี้หนู น้อง ๆ ที่ขึ้นไปวันนี้ชอบใจกันใหญ่บอกว่านี่คือนวตกรรมใหม่สำหรับออกให้สุขศึกษา ....
หมูย่างน้ำจิ้มรสเด็ดทำเอง
เครื่องขยายเสียงซื้อมาจากห้างใน กทม.ราคา 900 บาท ลำโพงก็เอาถึงน้ำมันมาเจาะ แล้วเอาดอกลำโพงที่ซื้อมาตัวละไม่เกิน 100 บาท มาใส่เข้าไป ใช้วิชาการเครื่องเสียงหน่อยโดยเอา C ค่า 4.7K มาตัดเสียงเบสสำหรับลำโพงเสียงแหลม แค่นี้ก็ได้ลำโพงเสียงกลางและเสียงสูงเหลือกินเหลือใช้ สำหรับงานที่มีคนไม่เกิน 10 คน ปัญหาอยู่ที่เสียงเบส พอดีที่บ้านมี subwoofer สำหรับเติมเสียงเบสอยู่ ก็ยกมาด้วย ต่อเข้ากับ mixer(เครื่องผสมเสียงโดยมีสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ และสัญญาณไมค์มาผสมกัน) 
     ลำโพงราคา 290 บาท                        ลำโพงขับเสียงต่ำ subwoofer
ขวาสุดเป็นเครื่องขยายขับลำโพงถังน้ำมัน กลางเป็นเครื่องผสมเสียง ซ้ายโน๊ตบุ๊คป้อนดนตรี
 พอทุกคนมาถึงก็มืดค่ำพอสมควร ผมไม่ได้เอากล้องไป เลยไม่มีภาพบรรยากาศของการสังสรรค์มาฝาก แต่ตอนกลางวันได้ถ่ายภาพการเตรียมอาหารและเครื่องเสียงไว้ให้ท่านได้ชม เผื่อจะเป็นแนวทางการประยุกต์ใช้งานให้ง่าย ๆ  ความจริงเครื่องเสียงในรถผมก็ใช้ได้ แต่บังเอิญระยะนี้ไฟไม่เข้าเครื่องขยายเสียงกลางและเสียงสูง เลยต้องเอาเครื่องจากบ้านไป สะดวกใช้ ง่ายต่อการขนย้ายครับ....การนำเสนอวันนี้อยากให้ท่านได้รู้ถึงการประยุกต์ใช้เครื่องเสียงจากที่ใหญ่โตขนย้ายลำบากมาเป็นเครื่องเล็ก ๆ ขนย้ายง่าย แต่คุณภาพคับดอยครับ.....
ขณะสังสรรค์ยุงและแมลงเยอะก็ใส่ตะไคร้หอมลงไปในเตาก้อนเส้าเพื่อไล่แมลงก็อยู่กันได้สบาย
'อยู่ป่าอยู่ดอยต้องง่าย แต่ให้ความประดับใจของผู้ไปเยือน'

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แกงหน่อไม้อาหารกลางวันบนสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา

ปกติไปสวนทุกวันแม่บ้านก็จะเตรียมอาหารอาหารใส่ปิ่นโตให้ไปทานด้วย เพราะผมเป็นคนทานอาหารเช้าสาย ๆ  แม่บ้านก็จะเตรียมอาหารใส่ปิ่นโตสำหรับรับประทาน 2 มื้อ คือมื้อสาย ๆ ก่อน 10 โมง และมื้อเที่ยงก็จะประมาณบ่ายโมงเศษๆ แล้วแต่ใช้พลังมากหรือน้อย
 ต้มหน่อไม้กับใบย่านาง ใช้เวลานานพอสมควร
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ แม่บ้านก็ไปด้วย พร้อมด้วยลูกสมุน 2 ตัว ก็พากันไปแต่เช้า พอไปถึงก็จัดเก็บผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นแก้วมังกร และส้มโอ และก็เก็บผักสวนครัวด้วยก็มีพริกหนู ถั่วฝักยาว บวบ ผักชะอม หน่อไม้ ได้มาพอประมาณคงไม่พอขาย ก็คงเอาไปแจก ๆ ขาประจำที่ทำอาหารทานกันบ่อย ๆ ที่ตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง
เสร็จเรียบร้อย
ใบหอมพาน การทานจะใช้ใบอ่อนหรือยอดอ่อน
 พอใกล้เวลาอาหารกลางวัน แม่บ้านก็อยากทานแกงหน่อไม้ใบย่านางขึ้นมา ก็เลยจัดการซอยหน่อไม้ ไปหาใบย่านางนำมาคั้นเอาน้ำ  เก็บพริกขี้หนูมาโขลก ซอยบวบ เด็ดใบชะอม ไปดูที่ตู้เก็บกับข้าวเห็นกระปุกปลาร้าที่มีไว้ประจำที่สวน ครบเครื่องก็ทำการต้มหน่อไม้ที่ซอยกับใบย่านางให้หน่อไม้หมดความหืนและหมดขม เสร็จแล้วเติมเครื่องแกงที่โขลกไว้ ใส่ปลาร้านิดหน่อย ปรุงด้วยน้ำปลา ก็ได้แกงหน่อไม้ใบย่านางเป็นอาหารเพิ่มอีกหนึ่งอย่างนอกเหนือจากกับข้าวที่เอาไปจากบ้าน เที่ยงพอดีจัดการรับประทานอย่างอร่อย ตามประสาคนสวน คนดอย
กาต้มน้ำ และกาน้ำชาสมุนไพร
ผลไม้มีไว้ประจำอยากก็เด็ดทานเหลือก็โยนลงบ่อปลา
ของหวานวันนี้เป็นผลไม้กับกาแฟในกระบอกไม้ไผ่
อาหารหวานวันนี้ไม่เคยขาด ก็คือกล้วยน้ำว้าสุกซึ่งมีแขวนไว้ที่ศาลาก้อนเส้าอยู่แล้ว กาน้ำต้มไฟฟืนนอกจากจะมีน้ำร้อนสำหรับชงกาแฟกาใบใหญ่ ก็ยังมีน้ำชาสมุนไพรกาใบเล็ก  ผลไม้วันนี้ก็มีส้มโอ แก้วมังกร กล้วยน้ำว้าสุก ก็พอได้ครบทั้งอาหารคาวหวาน เหมาะสำหรับชาวสวนอย่างเรา ๆ ละครับ  การทานแกงหน่อไม้ของชาวลับแลจะมีใบไม้ชนิดหนึ่งกลิ่นหอม ๆ รสเปรี้ยวนิด ๆ เป็นเครื่องเคียง ชาวลับแลเรียกใบหอมพาน (ภาคกลางเรียกอะไรผมไม่แน่ใจ)  ซึ่งผักชนิดนี้ทานกับน้ำพริกแจ่วก็อร่อยมาก......

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

น้ำสมุนไพรบนสวน..ห้วยผึ้งจันทร์ผา

ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ นอกจากจะเป็นที่นั่งพักผ่อน และที่ประกอบอาหารสำหรับสังสรรค์ยามเลิกงานตอนเย็นแล้ว ตอนกลางวันก็มีการก่อไฟฟืนสำหรับไล่ยุง  ตอนพักกลางวันหลังรับประทานอาหารแล้วบางคนก็ชงกาแฟดื่ม และดื่มน้ำสมุนไพรแทนน้ำชา เพราะได้ตั้งกาน้ำร้อนไว้ตลอดเวลาบนไฟฟืนที่ก่อไล่ยุง
                                    ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ                               ก่อนไฟไล่ยุง
 ผลของการต้มน้ำบนเตาไฟฟืนนี้ ก็จะได้น้ำสมุนไพรโดยต้มในกาน้ำใบเล็ก ส่วนกาลูกใหญ่ก็จะต้มน้ำร้อนธรรมดาสำหรับชงกาแฟ หรือใช้อย่างอื่น สำหรับน้ำสมุนไพรก็หาเก็บเอาในสวน หรือข้างทางเข้าสวน ไม่ว่าจะเป็น ย่านาง มะรุม เตยหอม รางจืด ตะไคร้หอม ตะไคร้บ้าน กระชาย หรือถ้าจัดหนักก็จะมี ฮ่อสะพายควาย ซึ่งตัวนี้ชาวบ้านมักจะใช้ดองเหล้า หรือบางครั้งก็จะมีเห็ดหลินจือที่เอาไปจากบ้าน
ตะไคร้หอม
สูตรน้ำสมุนไพรที่ต้ม ก็แล้วแต่โอกาส ถ้าขยันก็จะเก็บเอาที่อยู่ไกลที่พัก ถ้าขี้เกียจก็หาเอาใกล้ ๆ ที่พัก มีสูตรที่ทำอยู่โดยไม่ต้องอิงตำรา บางวันก็จะเป็นสูตร ชาย รุม ไคร้ เตย  หรือ นาง รุม เตย ชาย  หรือ ฮ่อ รุม จือ ไคร้ หรือ ชาย จืด 2 ไคร้ ฯลฯ ก็แล้วแต่โอกาสที่จะขยันมากหรือขี้เกียจ   (ชาย = ต้นกระชายเหง้ากระชาย , รุม = มะรุมใช้ลำต้น หรือเปลือกย่างไฟก่อนนำมาต้ม  ,ไคร้ = ตะไคร้บ้าน ตะไคร้หอม, นาง =ย่านางใช้ทั้งเครือและใบ ,จือ = เห็ดหลินจือที่มีขายทั่วไป , ฮ่อ = ฮ่อสะพายควายใช้ต้นย่างไฟก่อนนำมาต้ม)
ตะไคร้บ้าน
ตอนแรก ๆ การดื่มน้ำสมุนไพรก็ใช้แก้วกาแฟ แต่ระยะหลัง ๆ ก็ไปตัดไม้ไผ่ซางบนดอยมาทำเป็นกระบอกสำหรับใส่ดื่ม ทำเป็น 3 ขนาด มีเล็ก กลาง ใหญ่ สำหรับขนาดเล็กไม่ได้ใช้ดื่มน้ำสมุนไพร แต่เอาไว้เป็นจอกยาดอง ส่วนขนาดกลางใช้สำหรับชงกาแฟหรือใส่น้ำสมุนไพรสำหรับดื่ม ส่วนขนาดใหญ่ใช้สำหรับดื่มน้ำสมุนไพรอย่างเดียว เพราะสามารถกำได้เต็มมือ โดยใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างคลึงกระบอกไปมาเพื่อให้ความร้อนของน้ำสมุนไพรส่งมาที่มือ ทำให้รู้สึกร้อนมือ วิธีนี้แก้ปวดนิ้ว ปวดผ่ามือได้ดี รวมถึงฤดูหนาวก็จะอบอุ่นมือดี
                                                                   รางจืด                                           มะรุม
                                                        ฮ่อสะพายควาย                                          เตยหอม
การใช้กระบอกไม้ไผ่ ก็จะนำมาลวกน้ำร้อนก่อน แล้วจึงใส่น้ำสมุนไพร หรือชงกาแฟ เมื่อรับประทานเสร็จก็จะล้างแล้วนำไปวางไว้บนหิ้งเหนือเตาไฟ เพื่อรมควันรับความร้อนป้องกันการเกิดรา และแมลงมอดก็จะไม่เจาะทำลาย ถ้าจะให้ดีต้องทำใหม่ ๆ แล้วนำมาใส่กาแฟ หรือน้ำสมุนไพร ก็จะได้กลิ่นหอมของไม้ไผ่ด้วย
กระบอกไม้ไผ่ ขนาดต่าง ๆ
มีญาติๆ และผู้มีเกียรติ ขึ้นไปบนสวน และได้ลองชิมน้ำสมุนไพร บางคนไม่กล้าชิมแต่พอบอกว่าลูกสาวไปประชุมเชียงใหม่เคยได้ซื้อตะไคร้หอมอบแห้งมาฝากให้ชงดื่ม ถุงโตพอประมาณ ราคา 500 กว่าบาท แต่นี่มาถึงสวนและได้รับประทานสมุนไพรสด ๆ ร้อน ๆ กลิ่นหอมกว่าอบแห้ง ทุกคนก็ลองรับประทานแล้วติดใจไปตาม ๆ กัน เดี๋ยวนี้น้อง ๆ ในหมู่บ้านห้วยผึ้งบางคนอยากรับประทานกาแฟ จะไม่ออกไปที่ตลาดแล้วจะขับรถขึ้นดอยไปที่สวนห้วยผึ้งจันทร์ผา รับประทานกาแฟ จิบน้ำสมุนไพร ฟังเสียงนกเขา นกหัวจุก พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำสวนกัน ถ้าท่านมีโอกาสแวะไปชมสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็อย่าลืมทวงถามหาน้ำสมุนไพร บริการฟรี ที่ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ ครับ
ดื่มแล้วล้างกระบอกเก็บบนหิ้งเหนือเตาไฟ

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เข้าพรรษา..มาเที่ยวสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา

เข้าพรรษาปีนี้มีวันหยุดติดต่อกันยาว ตั้งแต่วันที่ 2-4 สิงหาคม หลังจากไปทำบุญในวันอาสาฬหบูชา ก็เข้าไปอยู่บ้านสวน ตกสาย ๆ ก็มีญาติพี่น้องจากจังหวัดพิษณุโลกมาเที่ยวสวน ก็พาเดินดูตั้งแต่ระดับพื้นล่างธรรมดา จนถึงเกือบถึงจุดสูงสุดและเป็นธรรมดาตอนกลับก็ขอพันธุ์ไม้ไปเช่นเคย
 พอวันเข้าพรรษาหลังจากทำบุญเสร็จ ก็ไปอยู่บ้านสวนคราวนี้เรื่องใหญ่ ผู้จัดการสวน(ลูกสาวคนโต)อยากจะไปเที่ยวสวนกับเพื่อน ๆ ก็เลยให้เอารถกระบะคันใหญ่ขับเข้าไป พอไปถึงคราวนี้เอาจริง เห็นแต่งตัวทะมัดทะแมง พร้อมที่จะขึ้นไปบนจุดสูงสุด เมื่อไปถึงดูโน่น ดูนี่ ใกล้ ๆ บ้านพักก็สั่งการเป็นการใหญ่ ต้นส้มโอให้เอาออก เอาไว้ไม่ต้องมาก ให้ลงทุเรียนแทน ตรงจุดกลางทางให้ทำที่นั่งพัก โอ้ย...ไปถึงก็สั่งใหญ่ ธรรมดาของผู้จัดการเพราะอนาคตเขาก็ต้องเป็นเจ้าของอยู่แล้ว
ผู้จัดการเติมพลังด้วยมะม่วงจิ้มเกลือก่อนขึ้นดอย
 หลังเตรียมเนื้อเตรียมตัวพ่นยากันยุงที่หมวก ที่กางเกง ก็เริ่มออกเดินจากทางเดินชั้นที่ 1 บริเวณบ้านกลางสวน ไปถึงจุดพักทางเดินชั้นที่ 2 คราวนี้พาเดินตัดตรงขึ้นไปถึงทางเดินชั้นที่ 3 หยุดถ่ายรูป
หยุดถ่ายรูปกับคนสวน..ดูเหมือนจะยังไหว
ยังไหว...งั้นไปต่อ
ดูเหมือนยังไม่เหนื่อย แต่เพื่อนวิ่งลัดขึ้นถึงทางเดินชั้นที่ 4 เพื่อที่จะไปถ่ายรูป ผมบอกไม่ต้องลงมา ให้เดินขึ้นเหนือไปเรื่อย ๆ ทางชัน เพราะชั้นที่ 3 กับชั้นที่ 4 ก็จะไปประจบกันเมื่อข้ามร่องห้วยไปแล้ว พอเดินไปถึงก็หยุดถ่ายรูปผู้จัดการอีกรอบ คราวนี้หมวกไม่อยากใส่แล้ว เอาไว้พัด แต่ก็ยังติดใจวิวสวย ๆ
ถึงจะแสนเหนื่อยก็ต้องเก๊ก...ไว้ก่อน
 แล้วพาเดินกลับ ลองชวนขึ้นไปทางเดินชั้นที่ 5 สุดท้ายไม่ยอมขึ้นไป แล้วขาลงก็เดินลงตามทาง ปรากฏว่าโดนยุงเล่นงานเสียอ่วม ระหว่างทางกลับก็เพลิดเพลินกับการเก็บพริกขี้หนูท่ามกลางฝูงยุง คงเข็ดไปอีกหลายวัน
ต้นกล้าจ้างคนเอาขึ้นไปบนเขา...ฝนไม่ตกต้องเอาลงเอง พร้อมกับลูกน้องซึ่งเวลาเดินจะเข้าไปอยู่ในย่าม
หลังจากลงจากดอยก็เริ่มทำอาหาร ก็เหมือนเดิมส้มตำเป็นอันดับแรก ต้มยำปลาย่าง หมูย่าง กับข้าวเหนียวก็อร่อยแบบบ้านป่าบนดอย  ผู้จัดการพร้อมเพื่อน ๆ และแม่เดินทางกลับ ผมยังอยู่ในสวน เวลาประมาณ 15 นาฬิกา ก็ได้รับโทรศัพท์จากหลานสาวที่อยู่ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ว่าจะพาน้องชายที่อยู่สัตหีบและครอบครัวเข้าไปเที่ยวสวน ก็รอต้อนรับเหมือนเดิม ญาติชุดนี้ติดใจน้ำชาศาลาก้อนเส้าเตาไฟ ถ้วยชาที่ใช้ผมทำจากกระบอกไม้ไผ่ วันนี้ทำชา ตะไคร้หอม ใบเตย ต้นมะรุม ก็เป็นชาบนดอยที่ผมทำดื่มทุกวันแล้วแต่จะขยันหาสมุนไพรมาทำ หลานสาวติดใจลองกองบอกว่าไม่เคยเห็นลองกองที่ออกลูกติดดินจนเกือบถึงยอด


ลองกองรุ่นที่ 2 ที่จะสุกกลางเดือนกันยา
 พอได้เวลาก็พากลับบ้านที่ตลาดหัวดง นั่งสังสรรค์ร้องเพลงคาราโอเกะ หลานสาวและเพื่อน ๆ ติดใจเครื่องเสียงชุดที่เอาเข้าไปใช้ในสวนเวลามีงานสังสรรค์ เพราะลำโพงผมทำจากถังน้ำมัน เป็นชุดคาราโอเกะขนาดเล็ก ส่วนหลานชายสนใจการตอนมะละกอ การตอนลงกองด้วยการเสริมราก ก็สาธิตให้ดูจนพอเข้าใจ  ตอนกลับก็ได้มอบพระเหล็กน้ำพี้ ไหลน้ำพี้ ไหลดำ ไหลเขียว พร้อมต้นกล้าจันทน์ผา
พริกขี้หนูสวน ขึ้นเรียงรายเป็นระยะ ๆ ชวนให้แวะเก็บ พร้อมกับยุงก็เยอะ
เข้าพรรษาปีนี้นอกจากได้ทำบุญ และยังได้ต้อนรับญาติพี่น้อง รวมถึงท่านที่สนใจเรื่องทำสวน  พอว่าผมทำสวนเริ่มเข้ามาดูหลายคณะ ถ้าท่านอยากมาชม มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ๆ ก็เชิญนะครับ ที่สวนไม่มีที่พัก แต่เที่ยวชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทำสวนกัน และถ้ามีเวลาก็รับประทานอาหารกันตามมีตามเกิด ท่านชอบทานอะไรก็ซื้อเข้าไป ส่วนส้มตำ หรืออาหารในสวนก็บอกครับช่วยกันทำรับประทาน ถึงจะไม่เหมือนที่เขามีขาย แต่ก็อร่อยแบบเราทำกันเอง สวนไม่ไกลจากในเมืองอุตรดิตถ์ ...ถ้าสนใจอย่าลืมโทรแจ้งล่วงหน้าก่อนนะครับ....

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แมลงศัตรูทุเรียนที่ชาวสวนต้องระวัง...

หลังจากเก็บผลทุเรียนเสร็จเรียบร้อย ระหว่างรอเก็บผลผลิตลองกอง ชาวสวนก็มีการตกแต่งต้นทุเรียน  จะเป็นการตัดแต่งกิ่งแห้งหรือกิ่งแขนงออก และทำความสะอาดบริเวณรอบต้นเพื่อป้องกันโรคเชื้อราและแมลงพวกปลวก มดที่มารบกวนต้นทุเรียน  
ต้นทุเรียนช่วงนี้จะสมบูรณ์
ช่วงนี้ทุเรียนไม่ว่าจะเป็นพันธุ์หมอนทอง หลงลับแล หรือหลินลับแล จะเจริญเติบโตสมบูรณ์มาก จะแตกยอดอ่อน ใบจะเขียวเข้ม ชาวสวนต้องสังเกตว่ามีศัตรูแมลงมากัดกินหรือไม่ รวมถึงสังเกตรอบต้นว่ามีน้ำไหลเยิ้มออกมาหรือไม่ หรือมีขุยของเปลือกที่หนอนกัดกินแล้วถ่ายเทออกมาทางรูที่เจาะเข้าไปตามลำต้นหรือกิ่งทุเรียน ขุยนี้จะตกลงค้างตามง่ามกิ่งหรือที่ใบของทุเรียน ถ้ามีเป็นอันแน่นอนว่าต้นโดนนอนเจาะลำต้นเล่นงานเข้าแล้ว
มีขุยร่วงค้างบนใบ แสดงว่าบนต้นถูกหนอนเจาะทำลาย
 มีน้ำเยิ้มออกจากลำต้น แสดงว่ามีการเจาะทำลาย
ถ้าหนอนเจาะเข้าไปน้อยไม่ลุกลามมากนักผมใช้ยาฆ่าแมลงชนิดสเปรย์ฉีดเข้าไปในรู   แต่ถ้าเข้าไปมากมีการเจาะทำลายมาก รูที่เจาะมีน้ำไหลเยิ้ม หรือมีขุยค้างอยู่ปากรู ผมจะใช้ใบมีดคม ๆ เซาะตามรอยการทำลายของนอนจนพบตัว  ระหว่างที่เซาะตามหนอนนี้ก็จะพบเห็นนอนตัวเล็ก ๆ อีกจำนวนมาก แต่ตัวที่ทำลายตัวจะโตเกือบเท่าตะเกียบ ความยาวก็ประมาณ 1 – 1.5 ซม.เลยละครับ
ต้นนี้ถูกทำลายค่อนข้างจะมาก
แผลที่ทุกทำลายผมก็จะใช้ยาฆ่าแมลงชนิดผงผสมน้ำ ใช้แปลงป้ายเพื่อทำลายหนอนตัวเล็ก ความจริงด้วงที่มาปล่อยไข่ที่ต้นทุเรียนจะระบาดช่วงทุเรียนออกดอก แต่ที่สังเกตการเกิดในสวนปีนี้มักจะเป็นกับต้นที่เคยเกิดการระบาด ซึ่งนั่นก็หมายความว่าไข่ที่ตัวแม่ไข่เกิดการเจริญเติบโตในช่วงทุเรียนกำลังเก็บผล
ลักษณะตัวด้วงเมื่อวางไข่แล้วโตเป็นตัวหนอนเจาะทำลายต้นทุเรียน
ที่มาของภาพ(http://plantpro.doae.go.th/forecast/month/0947/durian.htm)
ผมเคยใช้ข่ายดักปลาขึ้งเพื่อดักด้วงตัวแม่ แต่ก็ติดน้อยมาก คงต้องใช้วิธีสังเกตต้นว่าถูกทำลายหรือยัง และคอยใช้ยาฆ่าแมลงพ่นบ้างเมื่อพบการเกิดการทำลาย หรือถ้าพอมีเวลาผมก็จะก่อไฟในร่องห้วยโดยนำเอาสะเดา ตะไคร้หอม ต้นข่าวางลงไปบนไม้ฟืนแล้วจุดไฟให้ควัน เพื่อไล่แมลง นี่เป็นการป้องกันของผมนะครับ ส่วนที่อื่นมีวิธีที่ดี ๆ ก็บอกชาวสวนมือใหม่อย่างผมบ้างนะครับ....ฉะนั้นระยะนี้ถ้าชาวสวนมัวเพลินกับการปลูกซ่อมแซม บางสวนก็ระดมตัดหญ้าเป็นการใหญ่  บางสวนยังไม่แต่งกิ่ง ตัดกิ่งแซม ก็เลยไม่ได้สังเกตต้นทุเรียน กว่าจะรู้ก็คงเหมือนสวนผมนี่แหละ โดนเล่นงานไปหลายต้นครับ...
ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพจาก http://plantpro.doae.go.th/forecast/month/0947/durian.htm

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนยอดทุเรียนเป็นหลงลับแล หลินลับแล

ระยะนี้ชาวสวนลับแลเริ่มตัดหญ้าในสวนเป็นส่วนใหญ่ สวนที่บุกเบิกใหม่ก็ทำการปลูกส่วนมากชาวสวนจะใช้กล้าทุเรียนพื้นเมืองปลูกก่อน เมื่อกล้าโตพอประมาณก็จะทำการเปลี่ยนยอดเป็นหมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล  หรือบางสวนก็ตัดต้นทุเรียนหมอนทองต้นใหญ่ ๆ รอให้แตกกิ่งแขนงแล้วก็ทำการเปลี่ยนยอด 
ตัดหญ้าเสร็จเรียบร้อย
ช่วงนี้ต้นทุเรียนเมื่อตัดผลแล้วตรงขั้วผลก็จะเกิดกิ่งแขนงแตกออกมาหลายกิ่ง ชาวสวนก็ต้องทำการตัดกิ่งแขนงออก แต่จะยังไม่ตัดในช่วงนี้ รอให้เก็บลองกองใกล้หมดจึงจะตัดออก สาเหตุเพราะถ้าตัดกิ่งแขนงช่วงนี้ กิ่งก็จะแตกยอดออกมาใหม่ แต่ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา จะทำการตัดไปเลยถ้ามีเวลา เพราะตอนนี้หาคนช่วยยาก น้องที่ช่วยอยู่ก็ไม่ค่อยว่าง ต้องดำนา พอปลายเดือนกรกฎาคม ก็จะเริ่มตัดลองกอง และไปรับจ้างตัดลองกองที่สวนอื่นบ้าง จะไม่มีเวลามาช่วย
 
ทุเรียนที่ตัดผลออกแล้วจะมีกิ่งแขนงเกิดขึ้นตรงขั้วผลที่ตัดออก
ถ้าน้องที่ช่วยพอมีเวลาก็จะให้ขุดหลุม  ผมจะเป็นคนปลูกซ่อมแซม หรือปลูกเพิ่มเติม  และก็จะทำการเปลี่ยนยอดต้นพื้นเมืองเป็นหลงลับแล และหลินลับแล หมอนทองก็พอมีบ้าง หรือถ้าตรงไหนดูแล้วระยะห่างก็ใช้กล้าปลูกแซมไปเลย  ส่วนการเปลี่ยนยอดที่สวนฯ จะทำโดยการทาบต้น หรือปลูกคู่กันแล้วรอให้โตแล้วจึงโน้มมาทาบกัน ส่วนวิธีเสียบยอดที่เอายอดหลงลับแล หรือหลินลับแล มาเสียบกับยอดพื้นเมืองหรือยอดหมอนทางผมไม่ชำนาญ เคยทำแล้วไม่ค่อยได้ผล ได้ผลดีจำพวกมะปราง และมะนาว ส่วนทุเรียนผมจึงใช้วิธีที่ง่าย ๆ และค่อนข้างจะได้ผลแน่นอน
ปลูกกล้าหลงลับแล

ปลูกหลงคู่กับพื้นเมือง พอโตอีกสักนิดก็จะโน้มมาทาบกัน
ใช้กล้าหลงทาบกับต้นตอพื้นเมือง
วิธีทาบโดยใช้กล้าหลง หลิน ไปทาบกับต้นพื้นเมืองผมจะใช้ไม้ไผ่ตอกสำหรับค้ำถุงกล้า ใช้เชือกฟางมัดไม่ให้ถุงเคลื่อนไหว แล้วจึงโน้มยอดเข้าไปทาบกับต้นพื้นเมือง ข้อสำคัญต้องหมั่นตรวจดูความชื้นของดินในถุงกล้าพันธุ์เป็นประจำถ้าดินแห้งก็เติมน้ำพอประมาณพอให้ดินชื้น อย่าใส่จนน้ำขัง ถ้าฝนตกหนักก็เจาะข้างถุงสูงจากก้นถุงประมาณครึ่งหนึ่งของถุง เพื่อระบายน้ำออกบ้าง
ต้นนี้ทาบติดแล้วตัดรากออก ทำมาแล้ว 2  ปี
วิธีที่ผมทาบนี้จะได้ผลมากกว่าวิธีอื่น จากประสบการณ์ของผมนะครับ พืชบางอย่างก็ใช้วิธีต่อยอดได้ แต่บางอย่างก็ใช้ไม่ค่อยได้ผล บางคนต่อยอดมะปรางไม่ค่อยได้ผลแต่ผมต่อได้ผลดี  บางคนตอนมะเฟืองแตกรากง่าย แต่ผมตอนไม่ออกราก ผมเอายอดมะนาวต่อกับต้นส้มโอก็ติดดีให้ผลแล้วด้วย  มะม่วงก็ต่อยอดติดทุกสายพันธุ์ ........เรียกว่าประสบการณ์ยิ่งมาก ก็ยิ่งจะชำนาญมากขึ้นนั่นเองครับ....
 
หมอนทองส่งนอก..ที่ตลาดผลไม้หัวดง