เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ตัดลองกองที่สวน..ห้วยผึ้งฯ

 ♣เมื่อถึงเดือนกันยายน ชาวสวนลับแลส่วนใหญ่ก็จะต้องไปเฝ้าอยู่ที่สวน เพราะลางสาด ลองกองเริ่มสุก คอยตรวจดูเรื่องแมลง และสัตว์จะมาทำลายผลลางสาด ลองกอง เรื่องใหญ่เลยก็คือแมลงตะกร้า(หัวขโมย) พวกนี้คอยมาตัดลองกองก่อนเจ้าของ ความจริงแล้วลางสาด ลองกองทั้งต้นผลจะไม่สุกพร้อมกัน จะสุกคละกันไปช่อนั้นบ้าง ช่อนี้บ้าง เจ้าของก็ตองไปคอยดูและเลือกตัดเอาช่อที่สุกออกมาขายก่อน
ลองกองเริ่มสุกทั้งสวน
การตัดช่อลองกองสุก ก็มีอุปสรรคมากมาย ถ้ากิ่งต้นต่ำก็สามารถเอื้อมมือตัดได้เลย แต่ถ้าต้นไหนสูงก็ต้องใช้บันไดปีนขึ้นไป บางครั้งก็จะมีมดง่าม มดคัดตัวเล็ก มดแดง คอยรบกวนคนตัด บางครั้งก็ไปอาศัยอยู่ในช่อผล การตัดลองกอง ห้ามใช้ยาฆ่าแมลงพ่นช่อเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวลางสาด ลองกองไหม้ แม่ค้าจะไม่รับซื้อ
เลือกตัดช่อที่สุกก่อน ใส่เข่งพลาสติกสาน
แต่ที่สวนวันนี้เจออุปสรรคค่อนข้างใหญ่หลวง คือเจอรังต่อ ไม่รู้มาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ขนาดเกือบเท่าลูกฟุตบอล โชคที่ที่ฝนตกพรำ ๆ ขณะที่ไม่ทันสังเกตุเห็นรังก็ไปถูกต้น ฝนตกเลยไม่ออกมาบินไม่งั้นคงวิ่งกันป่าราบ ต้นนี้ก็เลยต้องเว้นไว้ ถ้าขึ้นไปตัดกลัวไม่มีที่ซ่อน
รังต่อบนต้อนลองกอง..ยามเฝ้าผลสวน..เล่นงานไม่เว้นแต่เจ้าของ
 พอตัดได้ต้องเอาใส่เข่งขนใส่รถเข็นมารวมไว้ที่ศาลาก้อนเส้าฯ แล้วจึงจัดลงเข่งใหม่อีกครั้งเพื่อนำไปส่งแม่ค้าตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง วันนี้ก็ได้ 6 – 7 เข่ง เกือบ 100 กก. สำหรับเข่งที่ใส่ลองกอง ก็จะมีเข่งไม่ไผ่สาน เข่งที่ใช้เทปพลาสติกสาน และเข่งหล่อจากพลาสติก สำหรับเข่งไม้ไผ่ซื้อมาคู่ละ 250 บาท เดี๋ยวนี้คนสานเขาฉลาดไม่เอาผิวไม้ไผ่สานทั้งหมด ใช้ไม้ผิวผสมกับไม้ท้องพื้นสานปนกัน ถ้าจะเอาเข่งสานไม้ผิวทั้งหมดก็ต้องอีกราคาซึ่งสูงกว่านี้
เข่งไม้ไผ่ใส่ลองกอง
 เมื่อได้เข่งมาก็ต้องเอาไปรมควันกันมอด กันรา การรมควันก็ต้องใจเย็น ๆ สังเกตไฟถ้าเป็นควันใกล้ไฟจะลุกนั่นและเหมาะที่สุดสำหรับการรมควัน  แต่ถ้าควันอ่อน ๆ หรือไฟลุก จะไม่ได้ผลไม้จะไม่เหลือง ไฟลุกก็จะไหม้  

เข่งไม้ไผ่ต้องนำมารมควันก่อน
ฝากข่าวถึง พี่น้อง ลูก ๆ ที่เคยไปเที่ยวสวน แล้วจองลองกองต้นโน้น ต้นนี้ ขอบอกว่าตอนนี้ ทุกต้นลองกองสุกหมดแล้วคาดว่าปลายเดือนกันยาฯ ก็จะหมด ใครว่าง ๆ ก็เชิญไปชิม ไปทานกันที่สวนนะครับ
ต้นนี้มีคนจองมากมาย ยังคงเหลือไว้รอคนจอง




ลางสาดลับแล กับ ลองกองลับแล

ลับแล เมืองแห่งผลไม้ คำกล่าวนี้เคยได้กล่าวไว้บ้างแล้วในบทก่อน ๆ และก็คงไม่ต้องบอกนะครับว่าช่วงนี้ผลไม้ของลับแลที่ออกชุกคงไม่พ้น ลางสาดลับแล ลองกองลับแล
ลางสาดลับแล
วันนี้ก็เลยเอาข้อแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการสังเกตว่าระหว่างลองกอง กับลางสาด ต่างกันอย่างไร เริ่มตั้งแต่ต้น ลางสาดใบจะบางกว่าลองกอง ใบแก่เมื่อเด็ดมาใส่ปากเคี้ยวจะไม่มีรสขม ส่วนลองกองจะขม  สำหรับข้อแตกต่างของผล ลางสาดจะผลออกไปทางกลมรี ส่วนลองกองจะผลกลม สีผิวลางสาดจะเหลืองนวล ลองกองจะเหลืองไม่ออกนวล ช่อผลลางสาดจะไม่แน่น ลองกองจะแน่นมาก ถ้าไม่แต่ช่อลองกองจะแน่นจนผลไม่โต
ลองกองลับแล
รสชาติ ลางสาดจะหวานอมเปรี้ยว เมื่อสุกพอเหลืองปอกเปลือกยากต้องสุกงอมเต็มที่จึงจะปอกเปลือกง่าย  ส่วนลองกองรสชาติออกหวานสุกพอเหลืองก็ปอกเปลือกง่ายแล้ว
ช่อลองกองแยกขายอีกราคา
วิธีปอกเปลือกลางสาดถ้าปอกไม่เป็นจะมียางสัมผัสเนื้อเวลารับประทานรสชาติจะขมไม่อร่อย ให้ท่านเด็ดลูกลางสาดออกจากช่อ ให้หมวกขวั้นหลุดออกจากขั้วผลจะเห็นผลเป็นรูบุ๋ม ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับผลลางสาดให้รอยบุ๋มของขั้วผลอยู่ด้านนอก แล้วบี้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ พอลูกลางสาดเปลือกแยกออกจากกัน ก็จะเห็นเนื้อลางสาดเป็นกลีบขาวใส จะไม่มียางติด รับประทานจะอร่อยไม่ขม
ลองกองกำลังสุก
มีแฟน ๆ Blog หลายท่านต้องการกล้าลางสาดไปปลูก ขอเรียนว่าที่ลับแลไม่ค่อยทำกล้าลางสาดขายครับ ถ้าท่านจะปลูกให้ท่านใช้เมล็ดเพาะปลูกได้เลย หาข้อมูลการปลูกดี ๆ นะครับ เพราะพื้นที่ที่จะปลูกลางสาดได้ผลดีต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่นร้อนชื้น ระดับน้ำทะเล สภาพดิน ส่วนระยะเวลาการปลูกจากเมล็ดจะได้ผลเมื่อไหร่นั้นบอกไม่ได้ครับ เพราะต้นที่สวน เจ้าของเดิมปลูกเมล็ดไว้ ผมไปซื้อสวนเมื่อ 7 ปีผ่านมายังไม่ได้เปลี่ยนยอดตอนนี้ก็ยังไม่ออกผลเลย...

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา..วันนี้


ในชีวิตของคนเรา คงมีความภูมิใจและมีความสุขมาก ถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำหรือหวังไว้ในชีวิต บางคนหวังไว้ก็ไม่ได้ หรือบางคนได้ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้หวัง ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งฝันว่าอยากจะมีบ้านเล็ก ๆ ในสวน เพื่อที่จะใช้พักผ่อนหลังเกษียณ และแล้วเหตุการณ์ก็ผลักดันให้ต้องมีบ้านสวน เพราะเมื่อปี 2549 เกิดน้ำท่วมดินถล่ม บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็โดนกับเขาด้วย ก็เลยมองหาสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับพักผ่อนบั้นปลายชีวิต ก็เลยได้สวนที่บ้านห้วยผึ้ง ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ห่างจากบ้านเดิม 10 กว่ากิโลเมตร
                                  บ้านบนสวน                                  บ้านกลางสวน

บ้านอยู่บนเนินไม่สูงชันมากนัก ทางเข้าสวนถ้าไม่แฉะ หรือรถไถ รถไทยแลนด์ ไม่เดินบ่อย รถกระบะธรรมดาก็สามารถขึ้นไปถึงบ้านได้ ที่ผมใช้อยู่เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงไม่มีปัญหา เมื่อขึ้นไปถึงบนเนินแล้วก็จะถึงบ้าน ถ้าเดินเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็เริ่มขึ้นเขา จะมีบ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่กลางสวนก่อนขึ้นเขา
                     ทางขึ้นมองจากลานหน้าบ้าน                                    ที่จอดรถ
ทุกวันนี้ ผมขึ้นไปบนสวนทุกวัน พอไปถึงบ้านสวนกิจกรรมแรกก็คือก่อไฟฟืน เพื่อไล่ยุง และต้มกาน้ำสำหรับชงกาแฟ และต้มชาสมุนไพรไว้ดื่ม แล้วจึงปฏิบัติภารกิจประจำวัน
                                            ฟืนวางอยู่เรียงราย                                           ก่อไฟฟืนต้มกา
สำหรับมุมพักผ่อนของบ้าน หลังปรับปรุงล่าสุด ก็มีศาลาก้อนเส้าเตาไฟ ระเบียงบ้านซึ่งมีต้นทุเรียนปลูกติดบ้าน ระเบียงก็เลยอยู่ใต้ต้นทุเรียน  และมุมพักผ่อนริมบ่อพักน้ำบ่อนี้ปล่อยปลาดุกเพื่อให้กวนน้ำให้ขุ่นเป็นปุ๋ยเมื่อสูบไปรถต้นไม้ก็จะได้ปุ๋ยด้วย  ยังจัดมุมนั่งเล่นในบ้านอีกด้วย ที่บ้านกลางสวนก็มีที่นั่งเล่นอีกเหมือนกัน มีแคร่ขนาดใหญ่นั่งนอนได้สบาย แต่บ้านกลางสวนยุงชุมครับ

                                             มุมนั่งในบ้าน                                                   ระเบียงบ้านใต้ต้นทุเรียน
 
    ศาลาก้อนเส้าเตาไฟ                                  มุมนั่งพักริมบ่อพักน้ำ
สำหรับหน้าบ้านก็มีลานสำหรับเดินเล่น และสำหรับเพื่อน ๆ น้อง ๆ  ขึ้นไปพักผ่อนกางเต็นท์  ลานไม่กว้างมากนัก อยู่หน้าบ้าน มองลงข้างล่างจะเห็นสวนข้าวโพด มองขึ้นไปบนเขาก็จะเห็นสวนทุเรียน 
 
                                 ลานหน้าบ้าน                                      มองจากหน้าบ้านขึ้นไปบนเขา
สำหรับผลไม้ในสวน นอกจากจะมีตามฤดูกาลแล้ว ที่มีประจำก็เห็นจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมเขียว กล้วยหอมทอง กล้วยเล็บมือนาง ส้มโอ  พอดีช่วงนี้มีแก้วมังกรด้วย
 ผลไม้ประจำฤดู และมีตลอด
สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา วันนี้ก็ยังคงเป็นสวนของผู้ใช้ชีวิตหลังเกษียณ ไม่ใช่สวนทางพานิชที่มุ่งเน้นการขายผลผลิต  คงเป็นสวนที่รับฟังประสบการณ์ผู้อื่นและยินดีถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเอง สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและกันได้  ซึ่งการใช้ชีวิตทุกวันนี้ก็เป็นสุขดีครับ....
 
    มองจากกลางสวนลงไปบ้านพัก                                    มองจากจุดสูงสุดของสวนลงไปบ้านพัก



ดอกไม้กับแมลง..ที่สวนห้วยผึ้งจันทร์ผา

ช่วงฤดูฝน ช่วงนี้ชาวสวนลับแลก็กำลังรอเก็บเกี่ยวผลผลิตลองกอง และลางสาด ซึ่งบางสวนก็เริ่มตัดได้แล้ว ที่สวนห้วยผึ้งจันทน์ผา ก็เริ่มสุกบ้างแต่ยังไม่หวานจัด ตัดส่งตลาดก็ได้ครั้งละ 2 – 3 เข่ง ก็ประมาณ 70 กว่ากิโล ซึ่งราคาขายส่งถ้าเป็นรวมไม่คัดช่อตอนนี้ราคาก็ประมาณกิโลละ 25 บาทขึ้นไป แต่ถ้าคัดเอาแต่ช่อ ก็กิโลละ 30 บาทขึ้นไป
                        ฟ้าหลังฝนบนดอยบ้านห้วยผึ้ง                             ฟ้าหลังฝนบนสวนห้วยผึ้งจัทน์ผา
อุปสรรคของชาวสวน 2 – 3 วันนี้ก็คือฝน ฝนจะตกหนักช่วงเช้า ทำให้น้ำออกห้วย ไม่สามารถเข้าไปตัดผลลองกอง ลางสาดได้ บางครั้งจะเห็นน้ำหลากออกจากห้วยเป็นน้ำขุ่นสีแดงของดินบนเขา ถ้าอย่างนี้ชาวสวนจะไม่เข้าสวน โดยเฉพาะสวนใกล ๆที่ต้องขึ้นไปบนเขา
ลองกอง
ในความชื้นของฝน บนสวนห้วยผึ้งจันทร์ผา ก็ยังมีสิ่งที่สวย ๆ งาม ๆ เช่นดอกไม้บานในช่วงนี้หลายประเภท รวมทั้งพืชตระกูลเฟิร์นก็ออกงามดี ในห้วยก็จะมีผักกูดให้เก็บมาต้มจิ้มน้ำพริก ซึ่งก็จะออกในช่วงนี้มาก
แตรสวรรค์                                                       แคททรียา
สำหรับดอกไม้ก็มี ตระกูลกล้วยไม้ก็จะมีแคททรียา  ส่วนไม้ต้นก็จะเป็นลีลาวดี และแตรสวรรค์(ลำโพง) ทำให้มองไปรอบ ๆ บ้านก็มีชีวิตชีวาดีเหมือนกัน
ลีลาวดี                                                           เฟิร์น
ขาดไม่ได้เมื่อมีดอกไม้ก็ต้องมีแมลง ตอนนี้ใกล้ลองกองสุก จะมีผีเสื้อจำนวนมาก ที่เป็นอันตรายต่อผลลองกอง และลางสาดก็จะเป็นผีเสื้อกลางคืน รวมถึงแมลงวันทองเจาะผล ทำให้ผลเสียหาย และที่แปลกของสวนห้วยผึ้งจันทน์ผา คือมีรังมิ้ม(ผึ้งขนาดเล็ก)มาอาศัยอยู่ต้นทุเรียน มาตั้งแต่ทุเรียนยังไม่สุก ตอนนี้เก็บผลหมดแล้วแต่ก็ยังไม่ไป  ก็เลยแต่งกิ่งต้นนี้ไม่ได้ ก็ดีเหมือนกัน เอาไว้ดูเล่น ไม่ดุเข้าใกล้ได้ แต่อย่าไปถูกต้นให้ตื่นก็แล้วกัน
เจ้าป่ามาอาศัยตั้งแต่ทุเรียนต้นนี้ยังไม่ตัด ตอนนี้ก็ยังอยู่
ก็เป็นธรรมดาครับ สวนก็ต้องมีแมลงทั้งดีมีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์อยู่ด้วย และที่น่าสนใจก็คือตรงใต้ฐานศาลเจ้าที่ ผมเอาวงซีเมนต์คว่ำเป็นฐาน ที่วงมีรูด้านข้างอยู่ ปรากฏว่ามีผึ้งโพรงเข้าไปอาศัย วันดีคืนดีฤดูร้อนก็จะออกมาบินเต็มสวนหมด หรือถ้าก่อไฟมีควันมาก ๆ ก็จะออกมาเหมือนกัน.....หากท่านมีโอกาสเดินทางมาอุตรดิตถ์ อย่าลืมแวะไปตลาดผลไม้เทศบาลหัวดงนะครับ ชิมลางสาด ลองกอง ของลับแลรับรองไม่ผิดหวังครับ...