เรื่องนี้...HOT จริงๆ

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

มะยงชิด มะปรางหวาน ปีนี้ติดผลน้อย


0 ทุก ๆ ปี อากาศหนาวจะมีช่วงระยะเวลาสั้น ๆ มะยงชิดจะติดผลดีต้องมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ระยะเวลาต้องไม่นานมาก แต่ปีนี้อากาศหนาวมีระยะเวลานานเกือบ 2 เดือน ทำให้การออกช่อดอก แต่ละต้นออกดอกมาก พออากาศเริ่มร้อนต้นก็จะแตกยอดอ่อนทำให้ผลอ่อนร่วงมาก ทำให้สวนทางเหนือ ที่มีอากาศหนาวนาน ๆ มะยงชิดก็เลยติดผลน้อย
 
  มะยงชิด ลูกเล็กยังร่วงมาก       สวนลูกใหญ่มีให้เก็บไม่มาก

  เก็บแต่ละครั้งไม่มากเหมือนทุกปี

0 มะยงชิดทูลเกล้า มะปรางหวานสุวรรณบาตร ปีนี้ราคาไม่แพงมากนัก ราคาขายส่งอยู่ที่ไม่เกิน 100 บาท/ กก. เพราะแม่ค้าที่เคยรับซื้อไม่ขึ้นไปรับซื้อ มีบางเจ้าไปรับซื้อแต่ผลผลิตน้อยทำให้ไม่เต็มรถนำเข้าสู่ตลาดกลาง จะมีบ้างที่ไปรับซื้อแล้วนำไปส่งที่ตลาดกลางที่พิษณุโลก ผลของมะยงชิดปีนี้ถือว่าโต ตกประมาณ 12  ผล/กก. รสชาติก็ถือว่ารสชาติดี  
 
 แตกใบอ่อน
0 ผลไม้ในสวนช่วงนี้ นอกจากมะยงชิด มะปรางหวาน ก็จะมีขนุน กล้วย ส่วนพืชผักสวนครัว ก็จะมีผักหวานป่า มะละกอ มะรุม ซึ่งก็สามารถเก็บส่งตลาดได้ตลอด ส่วนราคานั้นถูกมาก ๆ ครับ มะรุ่ม กก.10 บาท มะละกอดิบ กก.ละ 5 บาท ผักหวานป่าขีดละ 20 บาท
ผลในสวนตอนนี้

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

กล้าพันธุ์ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล


0 ท่านที่ต้องการกล้าพันธุ์ทุเรียน หมอนทอง หลงลับแล หลินลับแล ที่จะปลูกในฤดูกาลที่จะถึงนี้ คือช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป ควรเตรียมกล้าพันธุ์ไว้ได้แล้ว ดูแลอนุบาลกล้าพันธุ์ให้ชินกับอากาศในสวนที่จะปลูกอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ก่อนเริ่มลงปลูก จะดีมาก





 
0 กล้าพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ที่สวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง มีวางจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายผลไม้ของสวนฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล หน้าปั้มน้ำมันบางจาก(เขตเทศบาลแม่พูลมีปั้มเดียว) ทางไปน้ำตกแม่พูล เลยเทศบาลหัวดงไปประมา 200 เมตร หรือจะติดต่อสอบถามก่อนได้ที่ คุณป้าจำเนียร 086 928 4180


วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไฟป่า ภัยที่ชาวสวนต้องระวัง



0 พอย่างเข้าสู่ฤดูแล้ง ประมาณเดือน กุมภาพันธ์ ชาวสวนทุเรียนลับแล ก็จะจัดทำแนวกันไฟ และต้องคอยสังเกตุกลุ่มควันที่มีคนแอบจุดไฟในป่า ซึ่งอาจจะลามเข้าสวนทุเรียนของตนเอง
                                      แนวป่าบนเขาเห็นที่ว่าง ๆ เป็นทุเรียนปลูกใหม่             แนวกันไฟ
0 ส่วนใหญ่ ไฟป่า ก็จะมีคนจุดไฟเผ่าป่าไม่เกินช่วงตั้งแต่กลางเดือน กุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือน มีนาคม เพราะหลังจากนี้ต้นไม้ก็เริ่มแตกใบอ่อน เพราะอาจมีฝนหลงฤดูตกลงมาทำให้หญ้า แต่ต้นไม้คลุมดินแตกใบอ่อน ไฟก็จะไม่ค่อยลุกลามง่าย ๆ
                                 ไฟป่าเริ่มเนินเขาตรงข้ามกับเนินของสวน           มองจากทางฝั่งสวนจันทร์ผาฯ
0 ปีนี้ก็เป็นไปตามที่คาดหมาย คิดว่าประมาณไม่เกินต้นเดือนมีนาคม ก็ต้องเกิดไฟป่าแน่ ๆ จริง ๆ ก็เกิดขึ้นตามคาดหมาย และปีที่ผ่านมา เกิดไฟป่าแต่ลุกลามน้อย ทำให้ต้นไม้ ใบหญ้า เกิดการสะสมจำนวนมาก ปีนี้พอเกิดไฟป่า เปลวไฟจึงรุนแรง และลุกลามรวดเร็วมาก
             มองเห็นแนวไฟทอดยาวเต็มสันเขา  บางจุดไฟลุกแรงมาก    
0 ไฟเกิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ลามถึงสวนจันทน์ผาห้วยผึ้ง เที่ยงคืนพอดี กว่าจะดับตามแนวกันไฟเสร็จก็เกือบสว่าง ไม่ได้หลับนอนกันเลยทีเดียว พอจัดการสวนตัวเองเสร็จ ก็ต้องสังเกตว่าไฟจะลามไปทางไหน มีการติดต่อเจ้าของสวนที่คาดว่าไฟจะไปถึง แต่ที่สวนดับไฟได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็มีบ้างที่ไฟทำลายต้นทุเรียนที่ปลูกใหม่ และต้นเก่าที่ให้ผลแล้ว
ภาพหลังจากที่ไฟดับ ทำลายทุเรียนที่ปลูกไว้และต้นที่กำลังติดผล
0 คิดจะเป็นชาวสวนก็ต้องเตรียมพร้อม และต้องทำใจ ไม่มีใครที่จะมาช่วยเรา นอกจากลูกน้องที่เคยเกื้อหนุน คอยช่วยเหลือกันมา ผมก็มีอยู่ 2 – 3 คน ก็ได้เขาเหล่านั้นช่วย ลำพังตัวเองคงเอาไม่ไหวแน่ ๆ ครับ ถ้าเป็นไปได้ ทางราชการน่าจะมีการปลูกจิตสำนึกเรื่องการเผาป่า ไม่ว่าจะเผาเอาเห็ด เผาเอายอดผักหวาน เผาไล่เอาไข่มดแดง เผาเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่น ทำอย่างไรให้เขาเหล่านั้นทราบว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันทำลายมากกว่าผลที่ได้มากมายหลายเท่า

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทำแนวป้องกันไฟป่า ที่สวนห้วยผึ้งจันทร์ผา



0 เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ชาวสวนในเขตอำเภอลับแล ที่มีเขตติดกับป่าธรรมชาติ ก็ต้องระวังไฟป่า ที่จริงก็เป็นฝีมือชาวบ้านนั่นแหละครับ ที่เข้าไปหาของป่า แล้วก็จุดไฟเผา เมื่อไฟลุกขึ้นมีใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นทับซ้อนกันทั้งปี บางแห่งที่เป็นป่าทึบก็จะมีใบไม้แห้งร่วงหนามาก ใบไม้ที่ร่วงหล่นนี้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงเป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้เกิดการลุกลามได้อย่างรวดเร็ว การลุกไหม้ของไฟ จะลามจากดอยลูกหนึ่งไปยังดอยอีกลูกหนึ่งอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วข้ามคืนอาจจะลามเข้าสวนผลไม้ได้ ชาวสวนจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
 ทำแนวกันไฟบนเขา มองเห็นทิวไผ่ลิบๆ
0 การป้องกันขั้นต้นของชาวสวน ก็คือการทำแนวกันไฟ โดยใช้เครื่องตัดหญ้าปั่นบริเวณรอยต่อของสวนกับแนวป่า แล้วก็กวาดใบไม้แห้งให้เป็นทางเรียบ กว้างประมาณ 2 – 3 เมตร ช่วงนี้ก็จะเห็นชาวสวนเร่งทำกันเกือบจะทุกสวน
เครื่องตัดหญ้าปั่นล่วงหน้า คนกวาดเศษใบไม้เศษญ้ากวาดตาม
0 หลังจากทำแนวกันไฟแล้ว ชาวสวนก็จะนอนเฝ้า สังเกตควันไฟว่ามีการจุดไฟในป่า ใกล้กับสวนตัวเองหรือไม่ ถ้าใกล้ก็จะต้องเตรียมอุปกรณ์ดับไฟ ซึ่งก็จะใช้เครื่องพ่นยาฆ่าแมลงชนิดมือโยกสะพายหลัง ดีที่สุดเพราะคล่องตัว น้ำหนักไม่หนักมากนัก เมื่อถึงแนวไฟ ก็ฉีดแรงน้ำใส่ ไฟก็จะดับ แต่ก็ต้องอดนอนกันเลยทีเดียว ถ้าไฟยังไม่มาใบไม้ร่วงหล่นมาใส่ตรงที่ทำแนวก็ต้องกวาดกันใหม่
 บางที่ก็เรียบ บางที่ก็เอาพอไม่ให้ไฟผ่าน
0 คนที่มีสวนไม่ติดกับแนวป่า ก็ดีหน่อย เพราะสวนคนที่ติดแนวป่าจะเป็นแนวกันไฟให้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องคอยระวัง เพราะถ้าสวนที่ติดแนวป่า เอาไม่อยู่ก็ยุ่งเหมือนกัน เสียหายกันมามากแล้ว นี่แหละครับความลำบากของชาวสวน ใช่ว่าจะเพียงภัยแล้ง ภัยน้ำท่วมดินถล่ม แมลงกันกินผลผลิต ไฟป่าก็เป็นภัยอีกอย่างที่ต้องคอยเฝ้าระวัง จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายก็จะต้องเตรียมเรื่องการทำแนวกันไฟ การดับไฟไว้พอประมาณเหมือนกันครับ
 เรียบ ๆ อย่างนี้ อีกไม่กี่วันใบไม้ก็ร่วงหล่นเต็มทาง